MTL เดินหน้าขับเคลื่อนแนวคิด Longevity หรือการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ รับมือการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบของประเทศไทย พร้อมแนะประชาชนเตรียมความพร้อมผ่าน 3 แกนสำคัญ ได้แก่ การมีอายุยืน (Lifespan) การมีสุขภาพดี (Healthspan) และการมีเงินใช้เพียงพอ (Wealthspan) เพื่อก้าวข้ามความท้าทายจากค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 10%
Categories : Update News, Insurance
Public : 03/07/2026เมืองไทยประกันชีวิต (MTL) เดินหน้าขับเคลื่อนแนวคิด Longevity หรือการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ รับมือการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบของประเทศไทย พร้อมแนะประชาชนเตรียมความพร้อมผ่าน 3 แกนสำคัญ ได้แก่ การมีอายุยืน (Lifespan) การมีสุขภาพดี (Healthspan) และการมีเงินใช้เพียงพอ (Wealthspan) เพื่อก้าวข้ามความท้าทายจากค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 10%

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยในงาน Muang Thai Assurance Hospital Awards 2025 ว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุค Super Aging Society ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์ (Medical Inflation) เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 10% ต่อปี ทำให้การวางแผนเพื่อการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพไม่ใช่เรื่องของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องเตรียมพร้อม
ทั้งนี้ การมีอายุยืนอย่างยั่งยืนควรประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ Lifespan หรืออายุขัยที่ยาวขึ้นจากความก้าวหน้าทางการแพทย์, Healthspan หรือช่วงเวลาที่มีสุขภาพแข็งแรง ซึ่งปัจจุบันยังมีช่องว่างเฉลี่ยราว 10 ปีที่ผู้สูงอายุต้องอยู่กับโรคเรื้อรังหรือภาวะทุพพลภาพ และ Wealthspan หรือการมีเงินเพียงพอรองรับค่าใช้จ่ายและค่ารักษาพยาบาลหลังเกษียณ ท่ามกลางความท้าทายจากระบบบำนาญของไทยที่ยังครอบคลุมไม่ทั่วถึง
เมืองไทยประกันชีวิตจึงร่วมมือกับเครือข่ายโรงพยาบาล พัฒนาองค์ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Health Literacy & Prevention) พร้อมนำเทคโนโลยีและข้อมูลจากอุปกรณ์สวมใส่ (Wearables) รวมถึงแอปพลิเคชัน MTL Fit และ MTL Smile มาช่วยประเมินสุขภาพและกระตุ้นให้ลูกค้าปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การนอนหลับอย่างมีคุณภาพ และการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ
นอกจากนี้ บริษัทได้เปิดโครงการ MTL Smile Hospital (Preferred Providers/PPO) นำร่องร่วมกับโรงพยาบาล 166 แห่ง จากเครือข่ายกว่า 700 แห่งทั่วประเทศ เพื่อยกระดับมาตรฐานการรักษาและมอบสิทธิประโยชน์ที่สอดคล้องกับความจำเป็นทางการแพทย์ รวมถึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันรูปแบบใหม่ที่คุ้มครองยาวถึงอายุ 99 ปี และไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญา รวมถึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมต่อกับสวัสดิการภาครัฐหรือสวัสดิการพนักงาน และเปิดโอกาสให้ผู้ที่เคยป่วยโรคร้ายแรงแต่รักษาหายแล้วสามารถเข้าถึงความคุ้มครองได้มากขึ้น
นายสาระ กล่าวว่า การลงทุนที่ดีที่สุดไม่ใช่เพียงการลงทุนด้านการเงิน แต่คือการลงทุนในตัวเอง ทั้งการออกกำลังกาย การดูแลสุขภาพ ฝึกฝนพัฒนาตนเอง และเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจและใช้ชีวิตในวัยเกษียณได้อย่างแข็งแรงและมีความสุข

ด้านนายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวว่า พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยคนไทยหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมากขึ้น สะท้อนจากเบี้ยประกันสุขภาพที่เติบโตถึง 12.36% คิดเป็นมูลค่ากว่า 139,000 ล้านบาท พร้อมมองว่าประกันชีวิตและประกันสุขภาพเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงและสร้างหลักประกันด้านค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลในอนาคต ท่ามกลางสังคมสูงวัยที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว.
