CGSI ปรับเพิ่มเป้าดัชนี SET สิ้นปี 69 มาที่ 1,630จุด
Categories : Update News, Stock Market
Public : 06/07/2026CGSI ปรับเพิ่มเป้าดัชนี SET สิ้นปี 69 มาที่ 1,630จุด ชี้การลงทุนในช่วงครึ่งปีหลังมี 4 ธีมหลักคือ ราคาน้ำมันที่ลดลง, data centre supercycle, การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และอัตราดอกเบี้ยในต่างประเทศที่สูงขึ้นแนะนำลงทุนกลุ่มท่องเที่ยว, การแพทย์, นิคมอุตสาหกรรม, อุปโภคบริโภค และธุรกิจการเงิน โดยเลือก 15 หุ้น Top Pick ได้แก่ BH, PR9, THAI, ERW, CRC, CPN, AMATA, WHA, GULF, TFG, KBANK, SCB, MTC, TIDLOR และ TRUE
ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ โดยมองว่า การลงทุนในตลาดหุ้นไทยช่วงครึ่งปีหลัง 69 แบ่งเป็น 4 ธีมหลักได้แก่ ราคาน้ำมันที่ลดลง, Data Centre Supercycle ในประเทศไทย, การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และการเติบโตแบบ Defensive ในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยในต่างประเทศปรับตัวสูงขึ้น โดย 3 ธีมแรกเป็นปัจจัยบวกต่อ SET ขณะที่ธีมที่ 4 อาจมีผลกระทบต่อตลาด อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าทิศทางของตลาดหุ้นไทยจะยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น เพราะราคาน้ำมันที่ลดลงส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวม
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนเน้นลงทุนหุ้นในกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ลดลง หลังจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย และการเดินทางระหว่างประเทศฟื้นตัว กลุ่มที่แนะนำคือกลุ่มท่องเที่ยวและกลุ่มการแพทย์ โดยเลือก THAI, ERW, BH และ PR9 เป็นหุ้น Top Pick เนื่องจากบริษัทเหล่านี้จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวและจำนวนผู้ป่วยชาวต่างชาติ
นอกจากนี้ ยังชอบหุ้นบางตัวในกลุ่มอุปโภคบริโภคในประเทศ ได้แก่ CRC และ CPNเนื่องจากราคาพลังงานที่ลดลงจะช่วยเพิ่มกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ส่วนในกลุ่มธุรกิจการเงิน ชอบ KBANK, SCB, MTC และ TIDLOR เพราะความกังวลเกี่ยวกับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ที่หดตัวเริ่มลดลง หลัง Fed มีท่าทีแบบ Hawkish มากขึ้น และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดว่าจะตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
ขณะเดียวกัน ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม WHA, AMATA และ GULF ซึ่งจะได้รับประโยชน์จาก FDI ที่ไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการลงทุนใน Data Centre ที่เพิ่มขึ้น
ในทางกลับกัน ให้ระมัดระวังการลงทุนในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มพลังงาน เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นในต่างประเทศอาจจำกัด Upside จากสภาพคล่อง ขณะที่ราคาน้ำมันที่ลดลงอาจกดดันผลกำไรของกลุ่มพลังงาน
ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ระบุว่า ดัชนี SET ปรับตัวขึ้น 26% YTD (ณ วันที่ 30 มิ.ย. 69) ทำให้ตลาดหุ้นไทยกลายเป็นหนึ่งในตลาดที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในภูมิภาค (Best Performer) อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นของดัชนีส่วนใหญ่มาจาก DELTA ซึ่งราคาหุ้นปรับตัวขึ้นถึง 88% YTD และมีสัดส่วนคิดเป็น 20% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) ของตลาด
ทั้งนี้ หากไม่รวม DELTA ดัชนี SET จะปรับตัวขึ้นเพียง 14% YTD และซื้อขายที่ระดับ P/E ล่วงหน้า 12 เดือนที่ 13.3 เท่า หรือสูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ระดับ -1.5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) เพียงเล็กน้อย ซึ่งมองว่ายังอยู่ในระดับที่น่าสนใจ ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มคลี่คลาย และราคาน้ำมันที่ลดลง น่าจะช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจไทยและผลกำไรของบริษัทจดทะเบียน จึงปรับเพิ่มเป้าดัชนี SET จาก 1,560 จุด เป็น 1,630 จุด คิดเป็น P/E ปี FY27 ที่ 16.5 เท่า หรือประมาณ -0.5 SD จากค่าเฉลี่ย 10 ปี เลือกหุ้น Top Pick ได้แก่ BH, PR9, THAI, ERW, CRC, CPN, AMATA, WHA, GULF, TFG, KBANK, SCB, MTC, TIDLOR และ TRUE
