ThaiBMA ชี้ครึ่งปีหลัง 69 หุ้นกู้ครบกำหนด 4.17 แสนล้านบาท 90% เป็น Investment Grade จับตาความเสี่ยงรีไฟแนนซ์ต่อเนื่อง
Categories : Update News, Stock Market
Public : 07/07/2026ThaiBMA ชี้ครึ่งปีหลัง 69 หุ้นกู้ครบกำหนด 4.17 แสนล้านบาท 90% เป็น Investment Grade จับตาความเสี่ยงรีไฟแนนซ์ต่อเนื่อง
น.ส อริยา ติรณะประกิจ กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งหลังของปีมีหุ้นกู้ครบกำหนดชำระรวม 416,877 ล้านบาท โดยกว่า 90% เป็นหุ้นกู้ระดับ Investment Grade สะท้อนคุณภาพเครดิตของตลาดโดยรวมยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง
สำหรับหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 มีมูลค่ารวม 416,877 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นหุ้นกู้ระดับ Investment Grade คิดเป็น 90% ของทั้งหมด และหุ้นกู้ High Yield ประมาณ 10%
เมื่อจำแนกตามอันดับเครดิต พบว่า หุ้นกู้ระดับ A มีมูลค่าครบกำหนดสูงสุด 78,166 ล้านบาท รองลงมา ได้แก่ AA จำนวน 76,905 ล้านบาท, A+ จำนวน 73,959 ล้านบาท, BBB จำนวน 64,512 ล้านบาท, AAA จำนวน 52,115 ล้านบาท และ A- จำนวน 31,367 ล้านบาท ขณะที่หุ้นกู้ระดับ BB และต่ำกว่ามีมูลค่า 19,114 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ไม่มีอันดับเครดิต (Non-rated) อีก 20,739 ล้านบาท
ด้านกำหนดเวลาครบกำหนดชำระ พบว่าเดือนพฤศจิกายนมีมูลค่าสูงสุด 98,490 ล้านบาท รองลงมาคือเดือนพฤษภาคม 97,287 ล้านบาท เดือนเมษายน 90,429 ล้านบาท และเดือนสิงหาคม 90,250 ล้านบาท ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดจะจับตาความสามารถในการรีไฟแนนซ์ของภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด
เมื่อพิจารณาตามกลุ่มอุตสาหกรรม กลุ่มพลังงานมีหุ้นกู้ครบกำหนดสูงที่สุด 95,793 ล้านบาท ตามด้วยกลุ่มการเงิน 71,842 ล้านบาท กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ 69,482 ล้านบาท กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) 35,185 ล้านบาท และกลุ่มพาณิชย์ 34,148 ล้านบาท
สำหรับการผิดนัดชำระและการรีไฟแนนซ์ ในช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายน 2569 มีหุ้นกู้ผิดนัดชำระจากผู้ออก 7 ราย คิดเป็นมูลค่ารวม 15,137 ล้านบาท แต่เมื่อหักรายการผิดนัดซ้ำของบริษัทเดิมแล้ว จะเหลือมูลค่าหุ้นกู้ผิดนัดชำระสุทธิ 7,422 ล้านบาท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569
ขณะที่การปรับโครงสร้างหนี้ของหุ้นกู้มีผู้ออก 7 ราย มูลค่ารวม 8,904 ล้านบาท และเมื่อหักรายการปรับโครงสร้างหนี้ซ้ำ จะเหลือมูลค่าสุทธิ 1,188 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนมิถุนายน
ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนว่า แม้ตลาดหุ้นกู้ยังเผชิญแรงกดดันจากการผิดนัดชำระของผู้ออกบางราย แต่ด้วยสัดส่วนหุ้นกู้ที่ครบกำหนดส่วนใหญ่เป็นระดับ Investment Grade จึงช่วยลดความกังวลต่อเสถียรภาพของตลาด ขณะที่นักลงทุนยังต้องติดตามความสามารถในการระดมทุนและการออกหุ้นกู้ใหม่ของบริษัท โดยเฉพาะผู้ออกที่มีอันดับเครดิตต่ำหรือไม่มีอันดับเครดิต ซึ่งอาจเผชิญต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นในภาวะดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับสูง.
