GGC เดินหน้าแผนกลยุทธ์ “GGC Taking the Future” พร้อมปรับโครงสร้างทุน รองรับการเติบโตระยะยาว
Categories : Update News, Stock Market, Energy
Public : 08/07/2026บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC จัดการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 โดยรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 และความคืบหน้า การดำเนินงานตามแผนกลยุทธ์ “GGC Taking the Future” พร้อมเดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจและโครงสร้างทุนเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว โดยที่ประชุมมีมติอนุมัติการปรับโครงสร้างทุน ของบริษัทฯ เพื่อนำไปชดเชยผลขาดทุนสะสมจำนวน 1,286 ล้านบาท อันเป็นการปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมายเสริมสร้าง ความแข็งแกร่งทางการเงิน และเตรียมความพร้อมในการสร้าง ผลตอบแทนที่มั่นคงแก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว
ดร.กฤษฎา ประเสริฐสุโข กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอล กรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC เปิดเผยว่า ที่ประชุม วิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 มีมติอนุมัติให้บริษัทฯ ลดทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว จาก 9,724,833,650 บาท เป็น 8,189,333,600 บาท โดยการลดมูลค่าที่ตราไว้ (Par Value) ของหุ้นจาก 9.50 บาท เหลือ 8.00 บาท เพื่อนำไปชดเชย ผลขาดทุนสะสมจำนวน 1,286,456,993 บาท
ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อกระแสเงินสด หรือจำนวนหุ้นสามัญที่ชำระแล้วของบริษัทฯ ซึ่งยังคงอยู่ที่ 1,023,666,700 หุ้น โดยการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นสะท้อน ถึงความเชื่อมั่นต่อทิศทางการดำเนินธุรกิจและแผนการปรับ โครงสร้างธุรกิจและโครงสร้างทุนของบริษัทฯ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญ ในการล้างผลขาดทุนสะสมทางบัญชี เสริมสร้างความแข็งแกร่ง ทางการเงิน และเตรียมความพร้อมในการสร้างคุณค่า (Value Creation) เพื่อคืนผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น เมื่อบริษัทฯ มีกำไรสุทธิ และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
สำหรับปี 2569 ภาพรวมเศรษฐกิจยังคงเผชิญความท้าทาย จากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนพลังงานและห่วงโซ่อุปทาน อย่างไรก็ตาม GGC ยังคงรักษาศักยภาพการแข่งขันได้อย่างแข็งแกร่ง สะท้อน จากผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 ที่มีกำไรสุทธิ 96 ล้านบาท จากความต้องการใช้ไบโอดีเซล B100 ที่เพิ่มขึ้น ตามนโยบาย ภาครัฐในการปรับสัดส่วนการผสมน้ำมันไบโอดีเซลเป็น B7 ควบคู่ กับการผลักดันโครงการเพิ่มรายได้และลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรภายใต้ แผนกลยุทธ์ “GGC Taking the Future” ผ่าน 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่ “Take Cost Competitiveness” มุ่งยกระดับ การดำเนินงานสู่ Operational Excellence โดยเพิ่ม ความยืดหยุ่น (Flexibility) และความเชื่อถือได้ (Reliability) ของกระบวนการผลิต พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์ ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด **Take Growth & Value** ปรับกลยุทธ์การขายให้สอดคล้อง กับความต้องการของตลาด พร้อมแสวงหาโอกาสสร้างรายได้ใหม่ และขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์ มูลค่าสูง (High Value Products: HVP) เพื่อต่อยอด Value Chain ของบริษัทฯ สู่การเติบโตในอนาคต และ ”Take Sustainability Forward” บูรณาการการดำเนินงาน ด้านความยั่งยืน เข้ากับธุรกิจ พร้อมเตรียมความพร้อม รองรับกฎหมาย และมาตรฐาน ด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคตควบคู่กับ การปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อยกระดับ ขีดความสามารถในการแข่งขันและรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน
"การปรับโครงสร้างทุนในครั้งนี้เป็นการบริหารจัดการโครงสร้างทางการเงิน ให้มีความเหมาะสมควบคู่กับการเดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อรองรับ การเติบโตในระยะยาวโดยไม่มีผลกระทบต่อกระแสเงินสดของบริษัทฯอีกทั้งยังเป็นการปลดล็อกข้อจำกัดจากผลขาดทุนสะสมทางบัญชีเพื่อเตรียมความ พร้อมในการสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงและยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้นในอนาคตควบคู่กับการขับเคลื่อนองค์กรตามแผนกลยุทธ์ GGC Taking the Future" ดร.กฤษฎา กล่าว
