PHAT ผู้ผลิต CPO มาตรฐาน RSPO เดินหน้า IPO ขยายกำลังผลิตรับ Peak Season ต่อยอด CPKO หลังเพิ่มสัดส่วนส่งออกแตะ 75%
Categories : Update News, Stock Market
Public : 13/07/2026PHAT จัดงาน Analyst Meeting เดินหน้าระดมทุน IPO ไม่เกิน 147 ล้านหุ้น ระดมทุนเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนรองรับกำลังการผลิตเป็น 90 ตันผลปาล์มสดต่อชม. รองรับฤดูปาล์มนี้ รวมถึงลงทุนสร้างโรงงานสกัดน้ำมันเมล็ดในปาล์ม (CPKO) ต่อยอดผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มจากวัตถุดิบเดิมภายในปี 2570 ต่อยอดตลาดส่งออก เสริมศักยภาพเติบโตอย่างยั่งยืน(Sustainable Growth)

นางดาริน กาญจนะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า บริษัท กลุ่มภัทร จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งโดย นายสมนึก จันทวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มมากว่า 30 ปี มีบทบาทสำคัญในฐานะผู้บริหารที่ปรึกษาออกแบบและก่อสร้างโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบในภาคใต้อย่างครบวงจร ทั้งการออกแบบ การวางระบบ การผลิต การบริหารต้นทุน และการตลาด จึงทำให้เข้าใจโครงสร้างและกระบวนการผลิตน้ำมันปาล์มดิบในทุกมิติ ทำให้สามารถเชื่อมโยงห่วงโซ่อุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำอย่างลึกซึ้ง ก่อนนำประสบการณ์มาต่อยอดสร้างโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบขึ้นเองในปี 2560 ในฐานะเจ้าของกิจการกลางน้ำ ที่รับผลผลิตจากเกษตรกรนำมาสกัดเป็นน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) คุณภาพสูง เพื่อจำหน่ายให้ลูกค้าในประเทศและต่างประเทศ ในปี 2568 มีสัดส่วนการจำหน่ายในประเทศ 80% และต่างประเทศ 20% เริ่มส่งออกไปประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันปาล์มรายใหญ่ที่สุดของโลก เมื่อช่วงไตรมาส 3 ปี 2568 ภายหลังจากเริ่มขยายตลาดส่งออก บริษัทสามารถเพิ่มสัดส่วนการส่งออกจากร้อยละ 20 ในปี 2568 เป็นร้อยละ 75 ในไตรมาส 1 ปี 2569 สะท้อนศักยภาพในการขยายฐานลูกค้า และความยืดหยุ่นในการบริหารช่องทางการจำหน่าย สามารถเลือกกระจายการขายระหว่างตลาดในประเทศและต่างประเทศตามภาวะอุปสงค์ อุปทาน และระดับราคาของแต่ละตลาด อันเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมศักยภาพในการรักษาความสามารถในการทำกำไรและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ บริษัทยังมุ่งส่งเสริมการผลิตปาล์มน้ำมันตามมาตรฐาน RSPO (Roundtable on Sustainable Palm Oil) ให้กับกลุ่มเกษตรกรวิสาหกิจชุมชนปาล์มน้ำมันภัทร เพื่อยกระดับการผลิตน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนตั้งแต่ต้นทางของห่วงโซ่อุปทาน โดยมีเป้าหมายลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รักษาสิทธิแรงงาน ยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนของบริษัท และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันน้ำมันปาล์มของบริษัทในตลาดโลก
PHAT เป็นบริษัทที่ผสานจุดแข็งของธุรกิจเชิงรับ (Defensive) และศักยภาพการเติบโต (Growth) โดยดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีความต้องการใช้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ธุรกิจมีลักษณะเชิงรับ (Defensive) ขณะเดียวกัน บริษัทมีแผนการเติบโตที่ชัดเจน ทั้งการขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับ Peak Season การลงทุนโรงสกัดน้ำมันเมล็ดในปาล์ม (CPKO) เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบเดิม และการขยายตลาดส่งออก ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารช่องทางการจำหน่ายและฐานลูกค้า ตลอดจนเพิ่มโอกาสในการสร้างผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
ด้านนายสมนึก จันทวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร,กล่าวว่า โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบของบริษัทตั้งอยู่ในอำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นแหล่งปลูกปาล์มอันดับสองของประเทศ และอยู่ใกล้ท่าเรือส่งออกจังหวัดภูเก็ต จึงได้เปรียบด้านโลจิสติกส์ บริษัทดำเนินธุรกิจผลิตน้ำมันปาล์มดิบครบวงจร ตั้งแต่การรับซื้อผลปาล์มสด นำมาสกัดเป็นน้ำมันปาล์มดิบ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์พลอยได้อื่น ๆ
ปัจจุบัน ตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ปี 2569 เป็นต้นไป จะมีกำลังการผลิต 90 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง หรือมีจำนวนการผลิตรวมโดยประมาณ 2,100 ตันผลปาล์มสดต่อวัน ถือเป็นโรงสกัดขนาดกลางถึงใหญ่ที่มีศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก พร้อมรองรับความต้องการตลาดในประเทศและต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มจากผลิตภัณฑ์พลอยได้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดสากล
การระดมทุนครั้งนี้ บริษัทมีแผนเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในอุตสาหกรรม โดยขยายกำลังการผลิตให้เพียงพอกับความต้องการน้ำมันปาล์มดิบทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น ซึ่งขณะนี้มีดีมานด์สูงต่อเนื่อง รวมถึงลงทุนก่อสร้างโรงงานสกัดน้ำมันจากเมล็ดในปาล์ม (CPKO) ภายในพื้นที่โรงงานเดิม เพื่อเสริมศักยภาพการผลิตและลดต้นทุนต่าง ๆ โดยน้ำมัน CPKO มีราคาสูงกว่าน้ำมันปาล์มดิบทั่วไป และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงการก่อสร้างโครงการ Biogas ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในโรงงานได้ในอนาคต หนุนให้ธุรกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่งในระยะยาว
พร้อมกันนี้ บริษัทมุ่งเดินหน้ายกระดับองค์กรสู่การเป็น Sustainable & Growth Company ที่สอดคล้องกับเทรนด์ความยั่งยืนที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ เพื่อขยายโอกาสทางการตลาดและการเติบโต รองรับความต้องการทั้งในประเทศและต่างประเทศ
