GC ปักธง Holistic Optimizationใช้AIยกระดับขบวนการผลิต ตั้งเป้าสร้างมูลค่า 300 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2573

Categories : Update News, Stock Market

Public : 16/07/2026
 

GC ปักธง Holistic Optimization ใช้ AI ยกระดับขบวนการผลิต แบบองค์รวม ตั้งเป้าสร้างอิบิทดาส่วนเพิ่ม 300 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2573

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เดินหน้ายกระดับการดำเนินธุรกิจด้วยกลยุทธ์ Holistic Optimization หรือการเพิ่มประสิทธิภาพแบบองค์รวม โดยผสานเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาบริหารจัดการตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Integrated Value Chain) ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การผลิต การตลาด ไปจนถึงกระบวนการทำงานขององค์กร พร้อมตั้งเป้าสร้างอีบิทดา ส่วนเพิ่ม จากอีบิทดา ปกติ  300 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 โดยได้เริ่มต้นเมื่อปี 2568 

นายพรศักดิ์ มงคลศรีรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจเพื่อความเป็นเลิศ GC กล่าวว่า จุดแข็งของ GC คือการมีธุรกิจแบบ Integrated Value Chain ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทำให้สามารถบริหารจัดการวัตถุดิบ การผลิต และการตลาดได้อย่างยืดหยุ่น รองรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก พร้อมต่อยอดแนวคิด Holistic Optimization เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขันขององค์กรในระยะยาว

การขับเคลื่อนองค์กรดำเนินผ่านกลยุทธ์ Digital 3 Smarts ประกอบด้วย Smart Plant ที่นำ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตแบบเรียลไทม์, Smart Sales & Marketing ที่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านราคาและปริมาณการขาย และ Smart Work Process ที่ปรับปรุงกระบวนการทำงานด้วยดิจิทัล เพื่อเพิ่มผลิตภาพการทำงาน ควบคู่กับการสร้างสมดุลระหว่างการทำงานและคุณภาพชีวิตของพนักงาน

สำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ GC มุ่งเน้น 3 ด้านหลัก ได้แก่ Global Feedstock ที่สร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบผ่านการนำเข้าวัตถุดิบคือ อีเทน 4แสนต้น จากต่างประเทศและการทำงานร่วมกับกลุ่ม ปตท. โดยโครงการสำคัญจะแล้วเสร็จในปี 2572

,  Market Focus ที่พัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชันใหม่ผ่านนวัตกรรมและการออกแบบโมเลกุลด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลร่วมกับลูกค้าและพันธมิตร และ Supply Chain Optimization ที่ใช้ AI วิเคราะห์และคัดเลือกวัตถุดิบ เช่น น้ำมันดิบหลายร้อยชนิด ให้เหมาะสมกับสภาวะการผลิตในแต่ละช่วงเวลา เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดทั้งด้านต้นทุนและผลผลิต

ด้านเทคโนโลยี GC ได้นำ AI มาประยุกต์ใช้ในหลายโครงการสำคัญ อาทิ Wide Operation ที่ใช้ AI บริหารการผลิตของทุกโรงงานในภาพรวม ทำให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการเดินเครื่องทั้งเครือข่ายได้สูงสุด ขณะที่ระบบ Intelligent Hydrogen ช่วยบริหารการผลิตไฮโดรเจน โดยเลือกให้โรงงานที่มีต้นทุนต่ำที่สุดเป็นผู้ผลิต พร้อมควบคุมปริมาณการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการ เพื่อลดการสูญเสียและเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงาน

นอกจากนี้ GC ยังใช้ระบบ Asset Intelligence และ AI Vision หรือ “ดวงตาอัจฉริยะ” เพื่อตรวจติดตามสภาพเครื่องจักรและซ่อมบำรุงเชิงคาดการณ์ (Predictive Maintenance) ช่วยลดต้นทุนและระยะเวลาการหยุดซ่อม รวมถึงนำ โดรนและหุ่นยนต์ มาใช้ตรวจสอบอุปกรณ์ในพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่สูง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของพนักงานและลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

อีกหนึ่งเทคโนโลยีสำคัญคือ HERO Technology ซึ่งใช้ AI จำลองสถานการณ์การเดินเครื่องนับพันรูปแบบ เพื่อค้นหาวิธีการผลิตที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สอดคล้องกับเป้าหมายการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของบริษัท

GC ระบุว่า การขับเคลื่อนองค์กรด้วยกลยุทธ์ Holistic Optimization และ Digital 3 Smarts จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน เพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว พร้อมผลักดันให้เป้าหมายการสร้างอีบิทดา ส่วนเพิ่ม จากเทคโนโลยีดิจิทัล 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 บรรลุผลตามแผน และจะมำให้ต้นทุนลดลง 10% ส่วนรายได้นั้นจะขึ้นอยู่กับราคาในขณะนั้นๆล