เงินบาทอ่อนสุดในรอบ 14 เดือนครึ่ง จับตาประชุม ECB-สถานการณ์ตะวันออกกลาง ส่วนหุ้นไทยยังแข็งแกร่ง ต่างชาติเดินหน้าซื้อ
Categories : Update News, Stock Market, Finance
Public : 19/07/2026สำหรับสัปดาห์ 20-24 กรกฎาคม 2569
KBank คาดเงินบาทเคลื่อนไหว 33.30-33.90 บาทต่อดอลลาร์
KSecurities มองแนวรับ 1,600 จุด แนวต้าน 1,670 จุด
เงินบาทในสัปดาห์ที่ผ่านมาอ่อนค่าลงแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 14 เดือนครึ่ง ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กลับมารุนแรงอีกครั้ง ขณะที่ตลาดหุ้นไทยยังปรับตัวแข็งแกร่ง โดยได้รับแรงหนุนจากเม็ดเงินลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ดัชนี SET ขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี 5 เดือน
เงินบาทอ่อนค่าตามดอลลาร์ฯ และราคาทองคำร่วง
เงินบาทเริ่มสัปดาห์ด้วยการอ่อนค่าตามทิศทางสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชีย หลังเงินดอลลาร์สหรัฐกลับมาแข็งค่าจากแรงหนุนของราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากความกังวลว่าสงครามในตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อ หลังมีรายงานว่าสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงปะทะกันอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา
แรงกดดันต่อเงินบาทเพิ่มขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ เมื่อราคาทองคำโลกปรับลดลงหลุดระดับ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่าลงแตะ 33.64 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 14 เดือนครึ่ง
ขณะเดียวกัน เงินดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาด ทั้งยอดค้าปลีก จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีภาคการผลิตของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย ทำให้ตลาดคาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะยังคงใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวดต่อไป เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
KBank คาดเงินบาทเคลื่อนไหว 33.30-33.90 บาทต่อดอลลาร์
สำหรับสัปดาห์ 20-24 กรกฎาคม 2569 KBank ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทไว้ที่ 33.30-33.90 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่
-
- ผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB)
- ทิศทางเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow)
- สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
- ดัชนี PMI เบื้องต้นของสหรัฐฯ ญี่ปุ่น อังกฤษ และยูโรโซน
- การประกาศอัตราดอกเบี้ย LPR ของธนาคารกลางจีน
- ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนมิถุนายนของอังกฤษและญี่ปุ่น

หุ้นไทยบวกต่อ ต่างชาติซื้อไม่หยุด ดันดัชนีสูงสุดรอบเกือบ 3 ปีครึ่ง
ด้าน KSecurities ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน โดยมีแรงหนุนหลักจากการเข้าซื้อของนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง
ในช่วงต้นสัปดาห์ หุ้นกลุ่มธนาคารได้รับแรงซื้อก่อนการประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นตามราคาน้ำมันโลก หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียดจากการที่อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ และประธานาธิบดีสหรัฐฯ เสนอแนวคิดเก็บค่าธรรมเนียมการเดินเรือผ่านช่องแคบดังกล่าว
แม้ดัชนีจะแกว่งตัวในกรอบแคบช่วงหนึ่ง แต่ตั้งแต่กลางสัปดาห์ตลาดกลับมาปรับขึ้นต่อ โดย SET Index แตะระดับ 1,642.14 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี 5 เดือน จากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ
นอกจากนี้ ตัวเลข CPI และ PPI เดือนมิถุนายนของสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าตลาดคาด ยังช่วยลดความกังวลว่าเฟดจะเร่งขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกดีขึ้น
ช่วงท้ายสัปดาห์ ดัชนีหุ้นไทยยังสามารถปรับตัวขึ้นสวนทางตลาดหุ้นหลายแห่งในภูมิภาค จากแรงซื้อหุ้นบริษัทพลังงานขนาดใหญ่ หลังนักลงทุนคาดการณ์ว่าผลประกอบการจะออกมาแข็งแกร่ง
KSecurities มองแนวรับ 1,600 จุด แนวต้าน 1,670 จุด
สำหรับสัปดาห์ 20-24 กรกฎาคม 2569 KSecurities ประเมินว่า
แนวรับ: 1,600 และ 1,575 จุด แนวต้าน: 1,645 และ 1,670 จุด
ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่
-
- ตัวเลขส่งออกเดือนมิถุนายนของไทย
- ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะกลุ่มธนาคาร
- สถานการณ์ตะวันออกกลาง
- ทิศทางเงินทุนต่างชาติ
- ดัชนี PMI เบื้องต้นของสหรัฐฯ ญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษ
- การกำหนดอัตราดอกเบี้ย LPR ของจีน
- ผลการประชุม ECB
- ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนมิถุนายนของญี่ปุ่น
