เงินบาทอ่อนสุดรอบกว่า 15 เดือน ก่อนฟื้นตัวรับแรงขายดอลลาร์ จับตาประชุมเฟดสัปดาห์นี้
Categories : Update News, Stock Market, Finance
Public : 27/07/2026แนวโน้มตลาดการเงิน - ตลาดหุ้นสัปดาห์ 27-31 กรกฎาคม 2569
ธนาคารกสิกรไทย (KBank) ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทไว้ที่ 33.50-34.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย (KSecurities) ประเมินว่า แนวรับ : 1,620 และ 1,600 จุด แนวต้าน : 1,650 และ 1,660 จุด
ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม
- ผลการประชุม FOMC, BOE และ BOJ
- ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของบริษัทจดทะเบียนไทย
- สถานการณ์ตะวันออกกลาง
- ทิศทางเงินทุนต่างชาติ
สรุปตลาดการเงิน
แนวโน้มสัปดาห์ 27-31 กรกฎาคม 2569
ธนาคารกสิกรไทย (KBank) ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทไว้ที่ 33.50-34.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับเงินบาทสัปดาห์ที่ผ่านมาอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 15 เดือน ก่อนฟื้นตัวกลับมาแข็งค่าบางส่วนในช่วงปลายสัปดาห์ โดยช่วงต้นถึงกลางสัปดาห์ เงินบาทเคลื่อนไหวอ่อนค่าตามทิศทางสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชีย ขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะบริเวณทะเลแดงและช่องแคบฮอร์มุซ หลังสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงตอบโต้ทางทหารต่อเนื่อง และยังไม่มีความคืบหน้าในการกลับมาเจรจา
อีกปัจจัยที่หนุนค่าเงินดอลลาร์ คือ ความกังวลว่าราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวขึ้นอาจผลักดันเงินเฟ้อสหรัฐฯ ให้เร่งตัว ซึ่งเพิ่มโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้
ระหว่างสัปดาห์ เงินบาทอ่อนค่าลงแตะ 33.868 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 15 เดือน สอดคล้องกับแรงขายสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ และราคาน้ำมันดิบ Brent ที่พุ่งขึ้นแตะ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
อย่างไรก็ตาม ช่วงปลายสัปดาห์เงินบาทกลับมาแข็งค่าบางส่วน จากแรงขายเงินดอลลาร์เพื่อปรับสถานะการลงทุนก่อนการประชุมเฟด ประกอบกับราคาทองคำโลกที่ฟื้นตัวขึ้น ซึ่งช่วยหนุนค่าเงินบาท

ตลาดหุ้นไทย
แนวโน้มตลาดหุ้นสัปดาห์ 27-31 กรกฎาคม 2569
บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย (KSecurities) ประเมินว่า
แนวรับ : 1,620 และ 1,600 จุด แนวต้าน : 1,650 และ 1,660 จุด
สำหรับสัปดาห์ที่ผ่าน ดัชนี SET ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงต้นสัปดาห์ ก่อนลดช่วงบวกลงในช่วงที่เหลือของสัปดาห์
แรงหนุนสำคัญในช่วงต้นมาจากการเข้าซื้อของนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มธนาคารและไฟแนนซ์ หลังหลายบริษัทประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานยังได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันโลกที่พุ่งขึ้นตามสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ดัชนีขึ้นไปแตะ 1,657.55 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี 5 เดือน
อย่างไรก็ตาม ช่วงกลางสัปดาห์ ดัชนีปรับตัวลงค่อนข้างแรงจากแรงขายของนักลงทุนสถาบันในประเทศ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มธนาคาร หลังการประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 สิ้นสุดลง
ส่วนช่วงปลายสัปดาห์ ตลาดกลับมาเคลื่อนไหวในกรอบแคบ แม้จะมีแรงซื้อคืนหุ้นกลุ่มธนาคาร แต่ยังถูกกดดันจากแรงขายหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และกลุ่มพลังงาน ขณะที่นักลงทุนยังติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด
ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่
- ผลการประชุม FOMC, BOE และ BOJ
- ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของบริษัทจดทะเบียนไทย
- สถานการณ์ตะวันออกกลาง
- ทิศทางเงินทุนต่างชาติ
- ตัวเลข PCE/Core PCE และ GDP ไตรมาส 2 ของสหรัฐฯ
- GDP และเงินเฟ้อเบื้องต้นของยูโรโซน
- กำไรภาคอุตสาหกรรมและดัชนี PMI เดือนกรกฎาคมของจีน
