MTLเปิดตัวเลขผลดำเนินงานครึ่งปีแรก69!เปิดตัวเลขผลดำเนินงานครึ่งปีแรกเบี้ยประกันภัยรับรวมโต9% เบี้ยประกันภัยรับปีแรกโต7% CARยังแกร่ง490%

Categories : Update News, Insurance

Public : 27/07/2026

เมืองไทยประกันชีวิต! เปิดตัวเลขผลดำเนินงานครึ่งปีแรกเบี้ยประกันภัยรับรวมโต9% เบี้ยประกันภัยรับปีแรกโต7%  CARยังแกร่ง490% พร้อมตือนคนไทยรับมือ “Longevity Risk” สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ ชี้อายุยืนแต่เงินอไม่พอ แนะเร่งวางแผนเกษียณ-คุ้มครองสุขภาพ

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุแบบเต็มรูปแบบ” (Super-Aged Society) ซึ่งกลายเป็นความท้าทายสำคัญทั้งต่อเศรษฐกิจและการวางแผนการเงินของประชาชน ซึ่งต้องเตรียมรับมือความเสี่ยง “Longevity Risk” หรือการมีอายุยืนยาวกว่าที่วางแผนไว้ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาเงินออมไม่เพียงพอ ขณะที่เงินเฟ้อและค่ารักษาพยาบาลยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายสาระกล่าวว่า ภาพรวมการดำเนินธุรกิจยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเบี้ยประกันเติบโตประมาณ 9% เบี้ยประกันภัยรับปีแรกโต 7%

ขณะที่ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ (Whole Life) และ Universal Life เติบโต 6% สะท้อนความต้องการด้านการวางแผนทางการเงินระยะยาวที่เพิ่มขึ้น และบริษัทยังมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง โดยมีอัตราความเพียงพอของเงินกองทุน (Capital Adequacy Ratio : CAR) สูงถึง 490% รองรับการเติบโตและความเสี่ยงในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญไม่ได้อยู่ที่ธุรกิจประกันชีวิตเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างประชากรของไทย ซึ่งปัจจุบันมีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าอัตราการเกิด และมีแนวโน้มที่จำนวนประชากรจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า ส่งผลให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศอาเซียนที่กำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว ขณะที่ประชาชนจำนวนมากยังมีเงินออมไม่เพียงพอสำหรับวัยเกษียณ

“  ความก้าวหน้าทางการแพทย์ทำให้คนมีอายุยืนขึ้น แต่ก็ทำให้เกิด “Longevity Risk” หรือความเสี่ยงจากการมีชีวิตยืนยาวกว่าที่เตรียมเงินไว้ ส่งผลให้การวางแผนเกษียณต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายในระยะยาวมากขึ้น”

นอกจากนี้ โครงสร้างครอบครัวยังเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง คนรุ่นใหม่ทั้ง Gen X และ Gen Y มีแนวโน้มแต่งงานน้อยลง หรือเลือกใช้ชีวิตแบบ DINKs (Dual Income, No Kids) รวมถึงครัวเรือนคนโสด ทำให้การพึ่งพาตนเองหลังเกษียณมีความสำคัญมากกว่าที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน ภาวะเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง ทั้งต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง และค่าครองชีพ ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์ (Medical Inflation) ของไทยที่อยู่ราว 10% ยิ่งเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ โดยเฉพาะโรคเรื้อรังของผู้สูงอายุ เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)

อีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องจับตาคือการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเข้ามามีบทบาทต่อการทำงานและการใช้ชีวิตมากขึ้น ทำให้ทักษะและองค์ความรู้เดิมอาจล้าสมัยได้รวดเร็ว ส่งผลให้การวางแผนรายได้ตลอดช่วงชีวิตต้องมีความยืดหยุ่นมากกว่าเดิม

นายสาระกล่าวว่า  นอกจากการมีอายุยืน (Life Span) แล้ว สิ่งสำคัญคือการเพิ่มช่วงเวลาที่มีสุขภาพดี (Health Span) ผ่านการดูแลสุขภาพและการป้องกันโรค แต่สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ “ช่องว่างทางการเงิน” (Financial Gap) ที่จะรองรับค่าใช้จ่ายในวัยสูงอายุ โดยเฉพาะค่ารักษาพยาบาลที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ทั้งนี้ บริษัทมองว่า การวางแผนเกษียณ การสร้างเงินออมระยะยาว และการมีประกันสุขภาพที่เหมาะสม จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยให้คนไทยสามารถรับมือกับสังคมสูงวัย ใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ และมีความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต