TLAA เปิดพอร์ตสินทรัพย์ลงทุนรวม ธุรกิจประกันชีวิต สิ้น ไตรมาส1ปี69 วงเงินกว่ส 3.87 ล้านล้านบาท เน้นตราสารหนี้ 84.45% รับมือความผันผวน
Categories : PR News
Public : 31/07/2026TLAA เปิดพอร์ตสินทรัพย์ลงทุนรวม ธุรกิจประกันชีวิต สิ้น ไตรมาส1ปี69 วงเงินกว่า 3.87 ล้านล้านบาท เน้นตราสารหนี้ 84.45% สะท้อนการบริหารพอร์ตอย่างระมัดระวังท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจและตลาดการเงินที่ยังผันผวน
ธุรกิจประกันชีวิตยังคงยึดแนวทางลงทุนแบบ “เน้นความมั่นคง” เพื่อรองรับภาระการจ่ายผลประโยชน์ระยะยาวแก่ผู้เอาประกัน โดย ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2569 มีสินทรัพย์ลงทุนรวม 3.872 ล้านล้านบาท ลดลง 2.49% ซึ่งอยู่ที่ จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนการบริหารพอร์ตอย่างระมัดระวังท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจและตลาดการเงินที่ยังผันผวน

นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมประกันชีวิตไทย(TLAA) แถลงหลังได้รับคัดเลือกนั่งตำแหน่ง นายกสมาคมฯสมัยที่2 อีก2ปี เกี่ยวกับโครงสร้าง ลงทุนของธุรกิจประกันชีวิตว่า ยังคงกระจุกตัวอยู่ใน ตราสารหนี้ ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 84.45% ของสินทรัพย์ลงทุนทั้งหมด หรือคิดเป็นมูลค่า 3.472 ล้านล้านบาท ณ ไตรมาส 1/2569 ลดลงจาก 3.574 ล้านล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนบทบาทของตราสารหนี้ในฐานะสินทรัพย์หลักที่ช่วยสร้างกระแสเงินสดและลดความผันผวนของพอร์ต
ขณะที่การลงทุนใน ตราสารทุน มีสัดส่วน 9.63% คิดเป็นมูลค่า 377,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 368,000 ล้านบาทในไตรมาส 1/2568 แม้สัดส่วนจะยังไม่สูง แต่สะท้อนการทยอยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนจากตลาดทุน ภายใต้กรอบการบริหารความเสี่ยงที่รัดกุม
ส่วน เงินให้กู้ยืมและเงินลงทุนอื่น มีสัดส่วน 5.92% ของพอร์ต หรือคิดเป็นมูลค่า 22,000 ล้านบาท ลดลงจาก 29,000 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน แสดงให้เห็นถึงการปรับลดการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องต่ำ เพื่อรักษาความยืดหยุ่นในการบริหารพอร์ต
เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูล ณ สิ้นปี 2568 พบว่า สินทรัพย์ลงทุนรวมของธุรกิจประกันชีวิตลดลงจาก 4.473 ล้านล้านบาท มาอยู่ที่ 3.872 ล้านล้านบาท ในไตรมาสแรกของปี 2569 โดยองค์ประกอบหลักของพอร์ตยังคงไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก คือให้น้ำหนักกับตราสารหนี้เป็นหลัก รองลงมาคือตราสารทุน และเงินให้กู้ยืมกับการลงทุนอื่น
โครงสร้างดังกล่าวสะท้อนรูปแบบการลงทุนของธุรกิจประกันชีวิตที่ให้ความสำคัญกับ การรักษาเงินต้น ความมั่นคงของกระแสเงินสด และการบริหารความเสี่ยงระยะยาว มากกว่าการแสวงหาผลตอบแทนระยะสั้น เนื่องจากต้องบริหารสินทรัพย์ให้สอดคล้องกับภาระหนี้สินจากกรมธรรม์ที่มีอายุยาวหลายสิบปี
แม้ภาวะดอกเบี้ยและตลาดทุนทั่วโลกยังเผชิญความไม่แน่นอน แต่การคงสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ระดับสูงกว่า 84% สะท้อนว่า บริษัทประกันชีวิตยังให้ความสำคัญกับเสถียรภาพของฐานะการเงิน ควบคู่กับการทยอยกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ที่สามารถเพิ่มผลตอบแทนได้ในระยะยาว โดยไม่กระทบต่อความมั่นคงในการดูแลผลประโยชน์ของผู้เอาประกันภัย.
