กำไรบจ.ฟื้น!! แรง – โภคภัณฑ์ขาขึ้น ดูดเงินไหลเข้าได้อีก 1.6-2แสนล้าน แนะกลยุทธ์ลงทุน ผ่าน 4 ธีมการลงทุน เดือนสิงหาคม!
Categories : PR News
Public : 03/08/2026กำไรบจ.ฟื้น!! แรง - โภคภัณฑ์ขาขึ้น ดูดเงินไหลเข้าได้อีก 1.6-2แสนล้าน แนะกลยุทธ์ลงทุน ผ่าน 4 ธีมการลงทุน เดือนสิงหาคม! โดย พิริยพล คงวาณิช (Pizza), นักกลยุทธ์ BLS Wealth Research 💡อ่านรายงานฉบับเต็ม พร้อมรายละเอียดได้ที่: https://research2.bualuang.co.th/article/a8MWUZ8DiLMYSCQHr0MRWLdi2npl93SMkiqpSIFqWKBcvyVKS06lfbtedgtr7c5uUZFQncrFWXqKc_biIGiCDEyCBFXvbpX3om_amFt4p8e3uGKnnJQxUCWOqVasJ5Vm 🔻 กำไรฟื้นเป็นวงกว้าง หนุนแนวโน้ม SET เชิงบวกต่อในเดือนส.ค: แนวโน้มตลาดเดือนส.ค. ยังเป็นบวก เนื่องจากการฟื้นตัวของกำไรเริ่มเปลี่ยนจากการกระจุกตัวในบางอุตสาหกรรมไปสู่ การฟื้นตัวในวงกว้างขึ้น (Broadening Earnings Recovery) สะท้อนจากประมาณการกำไรต่อหุ้นของตลาด (SET EPS) ที่ถูกปรับเพิ่ม 4.2% ในเดือนก.ค. และ 6.3% จากต้นปี โดยแรงปรับเพิ่มขยายจากพลังงาน ปิโตรเคมี และบรรจุภัณฑ์ ไปยังโรงแรม ขนส่ง ธนาคาร ค้าปลีก การเงิน ส่งผลให้สัดส่วนหุ้นที่ถูกปรับเพิ่มประมาณการกำไรเทียบกับหุ้นที่ถูกปรับลด (Earnings Revision Breadth) ฟื้นตัวต่อเนื่อง และช่วยลดความเสี่ยงขาลงตลาด 🔻กระแสเงินทุนต่างชาติยังมีแนวโน้มสนับสนุนตลาด: ในอดีต ช่วงวัฏจักรภาคการผลิตโลกฟื้นตัว (Global Manufacturing Upcycle) มักเห็นเงินทุนต่างชาติไหลเข้าสุทธิราว 1.6–2.0 แสนล้านบาทภายใน 10–12 เดือน เนื่องจากกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี และบรรจุภัณฑ์มีสัดส่วนรวมประมาณ 28% ของกำไรตลาด ทำให้การฟื้นตัวของวัฏจักรการผลิตโลกจึงมีแนวโน้มหนุนทั้ง SET EPS, ROE และ Valuation Re-rating สอดคล้องกับในปัจจุบัน ดัชนี Global manufacturing PMI อยู่ที่ 52.2 ในเดือนมิ.ย. ขยายตัวเป็นเดือนที่ 11 หากวัฏจักรการผลิตโลกยังอยู่ในช่วงขาขึ้น เรามองว่าเม็ดเงินต่างชาติมีโอกาสไหลเข้าต่อ และสนับสนุนการปรับเพิ่มประมาณการกำไรในหุ้น Global Play หลังต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทยราว 4.9 หมื่นล้านบาทในเดือนก.ค. และ 7.6 หมื่นล้านบาทจากต้นปี เทียบกับการขายสุทธิ 1.1 แสนล้านบาทในปีก่อน 🔻เน้นหุ้นแกนหลักเชิงรับและปันผล (Defensive–Yield Core) ควบคู่กับหุ้นสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่ม (Satellite Alpha) ผ่าน 4 ธีม: Core 🔹 1) การอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้ารอบใหม่ (Thailand Power Infrastructure Cycle): GULF แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) และ การซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) คาดมีความชัดเจนขึ้นใน 2 เดือนข้างหน้า ขณะที่ การลงทุนรอบใหม่จะขยายไปยังระบบสายส่ง หนุน GULF 🔹 2) หุ้นปันผลสูง-กำไรแกร่งยังเป็นแกนหลักในภาวะผันผวน-ความชัดเจน TISA อาจหนุนเม็ดเงินใหม่ (Defensive-Dividend Rotation): ADVANC, TRUE กลุ่มสื่อสารยังเป็นหนึ่งในไม่กี่กลุ่มที่สามารถเติบโตของกำไรควบคู่กับเงินปันผลสูงแรงหนุนหลักมาจาก รายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้บริการ (ARPU) ที่ปรับเพิ่มขึ้น และต้นทุนโครงข่ายที่ทยอยลดลง ส่งผลให้คาดกำไร ADVANC ใน 2Q26 เติบโต 24% YoY และ TRUE เติบโต 48% YoY โดยคาด TRUE ให้ Dividend Yield ราว 2.1% ในครึ่งหลังปี 2026 และ 4.2% ในปี 2027 ขณะที่ ADVANC อยู่ที่ 1.8% และ 4.7% ตามลำดับ Satellite เน้นทยอยสะสมเมื่อราคาอ่อนตัว 🔹 3) ท่องเที่ยวฟื้นตัว-นโยบายรัฐฯ หนุนเพิ่ม (Policy-driven Tourism Recovery): ERW กลุ่มท่องเที่ยวมีแนวโน้มผ่านจุดต่ำสุดของกำไรในไตรมาส 2Q26 ก่อนเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปี โดยได้รับแรงเสริมหลังรัฐฯ เปิดตัว 3 โครงการใหญ่งบ 1,750 ล้านบาท ไทยเที่ยวไทย พลัส (Co-pay กระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศ) เตรียมเปิด 500,000 สิทธิช่วงปลายปี 2026 รัฐช่วยค่าที่พัก 50% สูงสุด 3,000 บาทต่อสิทธิ พร้อม E-Voucher อีก 500 บาทต่อสิทธิ สำหรับค่าอาหาร บริการเดินทาง หนุนกลุ่มโรงแรม ERW 🔹 4) การบริโภคฟื้นตัวแบบเลือกกลุ่ม (Selective Consumption Recovery): CBG
การบริโภคโดยรวมยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง แต่เห็นการเติบโตในบางกลุ่ม กลุ่มค้าปลีกสินค้า IT กลุ่มห้างสินค้า รวมถึงเครื่องดื่มชูกำลัง เช่น CBG
