ตลาดหุ้นไทยเดือนกรกฎาคม โชว์ฟอร์มแกร่ง!! ฝ่า 3 ช็อคฉลุย!! ดัชนีทำสถิติสูงสุด3ปี วอลุ่ม ทำสถิติสูงสุด4ปี เงินไหลเข้ามากสุด EPS ถูกขยับมากสุดรอบ 3ปี ปีนี้มีสิทธิ์ลุ้น1,700 จุดหากยุทธศาสตร์ เศรษฐกิจรัฐสำเร็จ
Categories : Update News, Stock Market
Public : 06/08/2026ตลาดหุ้นไทยเดือนกรกฎาคม โชว์ฟอร์มแกร่ง!! ฝ่า 3 ช็อคฉลุย!! ดัชนีทำสถิติสูงสุด3ปี วอลุ่ม ทำสถิติสูงสุด4ปี เงินไหลเข้ามากสุด EPS ถูกขยับมากสุดรอบ 3ปี ปีนี้มีสิทธิ์ลุ้น1,700 จุดหากยุทธศาสตร์ เศรษฐกิจรัฐสำเร็จ
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากสัญญาณการฟื้นตัวของตลาดหุ้นจากเงินทุนไหลเข้า และ ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนและปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของรัฐบาลทำให้ประเทศไทย มีความน่าสนใจ จากต่างชาติและนักลงทุนรวมถึงความเชื่อมั่นและกล้าลงทุนของเอกชนพุ่งตัวขึ้นมาก และเมื่อ ปัจจัยสนับสนุนอย่างนี้ ก็มีโอกาสเห็นดัชนีที่ 1,700 จุด
" ดัชนีและวอลุ่มที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ในส่วนของพฤติกรรมไม่เหมาะสมในการซื้อขาย ลดน้อยลงจากอดีตถ้าดูจากที่ผมต้องลงลายดซนต์ เพื่อขอข้อมูลหรือให้ชี้แจงข้อมูล “
นายฉัตรชัย ทิศาดลดิลก CFA, FRM ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่าภาพรวมตลาดหุ้น เดือนกรกฎาคมว่า ปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนทางความผันผวนโลกและฝ่า 3 ช็อค ทั้ง Oil Shock ,Yild Shock และ AI Shock ได้ดีมาก โดยดัชนีปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 2% และสามารถยืนเหนือระดับ 1,600 จุดได้เกือบทุกวัน โดยมีบางช่วงพุ่งทะลุ 1,650 จุด ซึ่งนับเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี สำหรับปริมาณซื้อขายเฉลี่ยอยู่ที่กว่า 87,000 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบกว่า50 เดือน หรือประมาณ 4 ปีเศษที่ผ่านมา

ในส่วนของนักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิ 48,864 ล้านบาท นับเป็นการซื้อสุทธิต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 โดยตั้งแต่ต้นปีถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 ผู้ลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิสะสมรวม 75,864 ล้านบาทและเป็นการไหลเข้ามาซื้อตลาดหุ้นไทยมากสุดเทียบกับภูมิภาคที่มียอดขายสุทธิ
“ หุ้นไทยแข็งแกร่งขึ้น มากหลังเลือกตั้ง หลังมูดดี้ส์ อัพมุมมองและ ล่าสุดคลังขยับจีดีพีจาก1.6%เป็น2.5% และเริ่มเห็บสถาบันต่างประเทศและโบรกเกอร์ต่างประเทศ เริ่มเชชียร์และเพิ่มต้ำหนักหุ้นไทยล่าสุด มีบางกองทุนที่ลวทุนในตลาดเกิดใหม่ที่เดิมให้น้ำหนักลงทุนหุ้นไทย 1% ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 4% “
ความแข็งแกร่งของหุ้นไทยได้รับแรงหนุนจากมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ โดยกระทรวงการคลังได้ปรับคาดการณ์ GDP ปีนี้เพิ่มขึ้นจาก 1.6% เป็น 2.5% นอกจากนี้ ยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในช่วงครึ่งปีแรกพุ่งสูงถึง 1.5 ล้านล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับยอดทั้งปีของปีที่ผ่านมา โดยเน้นหนักไปที่อุตสาหกรรมดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์
ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน พบว่ามีการหมุนเวียนกลุ่มอุตสาหกรรม (Sector Rotation) จากเดิมที่กลุ่มเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์เป็นตัวนำตลาดในต้นปี เปลี่ยนมาเป็นกลุ่มพลังงาน ธนาคาร และ ICT ที่ขึ้นมาเป็นผู้นำในเดือนกรกฎาคมแทน
สำหรับทิศทางในเดือนสิงหาคม นักลงทุนควรติดตามการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ตัวเลข GDP ประจำไตรมาส การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ช่วงสิ้นเดือน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลโดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว

ภาวะตลาดหลักทรัพย์ไทยเดือนกรกฎาคม 2569
