ERW ปรับลดเป้ารายได้ปี 69 รับแรงกดดันสงคราม-ตลาดญี่ปุ่นแข่งเดือด หั่นโตเหลือ 6%ลุ้นจีนฟื้นหนุนครึ่งปีหลัง -เดินหน้าตามJump+ดันรายได้ แตะ1หมื่นล้าน จ่อนำHOP INN เข้าตลาดหลักทรัพย์
Categories : Update News, Stock Market
Public : 17/08/2026ERW ปรับลดเป้ารายได้ปี 69 รับแรงกดดันสงคราม-ตลาดญี่ปุ่นแข่งเดือด หั่นโตเหลือ 6%ลุ้นจีนฟื้นหนุนครึ่งปีหลัง -เดินหน้าตามJump+ดันรายได้ แตะ1หมื่นล้าน จ่อนำHOP INN เข้าตลาดหลักทรัพย์
“#เอราวัณ กรุ๊ป” ปรับลดเป้าหมายการเติบโตปี 2569 หลังธุรกิจ#โรงแรมเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์สงคราม กระทบการเดินทางของนักท่องเที่ยว ขณะที่ตลาดญี่ปุ่นแข่งขันรุนแรง หลังโรงแรมที่เคยพึ่งพาตลาดจีนต้องหันมาแย่งชิงลูกค้าตลาดอื่นมากขึ้น พร้อมลุ้นจีนฟื้น-เงินบาทอ่อนช่วยหนุนครึ่งปีหลัง ขึ้นราคาห้องพักดันโต
คุณอภิญญา งามอภิชน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ# ERW เปิดเผยว่า บริษัทได้ ปรับประมาณการแนวโน้มผลประกอบการปี 2569 ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะผลกระทบจากสงครามที่ส่งผลให้การเดินทางของนักท่องเที่ยวชะลอตัว รวมถึงการแข่งขันในตลาดญี่ปุ่นที่รุนแรงขึ้น หลังโรงแรมในญี่ปุ่นที่เคยพึ่งพานักท่องเที่ยวจีนเป็นหลัก ต้องหันมาแข่งขันเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากตลาดอื่นมากขึ้น

จากก่อนหน้านี้บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของรายได้รวมปี 2569 ที่ประมาณ 9% แต่จากแนวโน้มที่เกิดขึ้นจริงในช่วงครึ่งปีแรก บริษัทได้ปรับลดเป้าหมายการเติบโตลงเหลือประมาณ 6% โดยกลุ่มโรงแรมระดับ 5 ดาวถึงระดับประหยัด ปรับเป้าการเติบโตจาก 7% เหลือ 5% ขณะที่กลุ่มโรงแรมบัดเจ็ท “HOP INN” ปรับเป้าจาก 14% เหลือ 10%
จากผลกระทบ ของสถานการณ์สงคราม ซึ่งเริ่มเห็นผลต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวตั้งแต่ไตรมาส 1/2569 เป็นต้นมา โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีการชะลอการเดินทาง
ขณะเดียวกัน ตลาดญี่ปุ่นเผชิญการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากโรงแรมที่เคยรับนักท่องเที่ยวจีนเป็นฐานลูกค้าหลัก ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของตลาดจีน จึงหันมาแข่งขันเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากตลาดอื่น ส่งผลให้การแข่งขันในตลาดญี่ปุ่นสูงขึ้นและเป็นอีกปัจจัยที่กดดันประมาณการของ ERW
อย่างไรก็ตาม ERW ยังมองเห็นปัจจัยบวกในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะ การฟื้นตัวของตลาดนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งบริษัทเห็นสัญญาณการฟื้นตัวมาตั้งแต่ต้นปี หากนักท่องเที่ยวจีนทยอยกลับเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จะเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อผลประกอบการ
นอกจากนี้ ทิศทางเงินบาทที่อ่อนค่าลงยังช่วยเพิ่มความน่าสนใจของประเทศไทยในสายตานักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำให้ประเทศไทยมีความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวกับประเทศอื่นในภูมิภาคมากขึ้น รวมถึงปัจจัยด้านเสถียรภาพทางการเมืองและแนวโน้มราคาตั๋วเครื่องบินที่เริ่มทรงตัว
สำหรับแนวโน้มไตรมาส 3/2569 บริษัทคาดรายได้รวมเติบโตประมาณ 7% โดยกลุ่มโรงแรมระดับ 5 ดาวถึงระดับประหยัดคาดเติบโตประมาณ 5% ขณะที่ HOP INN หากไม่รวมการขยายโรงแรม คาดเติบโตประมาณ 1% แต่หากรวมการขยายสาขาจะเติบโตประมาณ 7%
ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยผลักดันผลประกอบการในไตรมาส 3 และ 4 คือกลยุทธ์การปรับเพิ่มราคาห้องพัก หรือ Rate ขณะที่อัตราการเข้าพัก (Occupancy) บริษัทมองว่าจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อน โดยยังมีแรงหนุนจากการจัดประชุมและอีเวนต์ในกรุงเทพฯ รวมถึงกิจกรรมในพัทยา
ส่วนผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีรายได้ 4,084 ล้านบาท ขณะที่เป้าหมายรายได้ทั้งปีอยู่ที่ประมาณ 8,400 ล้านบาท สะท้อนว่าบริษัทเดินมาเกือบครึ่งทางของเป้าหมายแล้ว และคาดว่าผลประกอบการในไตรมาส 3 และ 4 จะทยอยสนับสนุนให้รายได้เป็นไปตามเป้าหมายที่ปรับใหม่
ERW ยังคงเดินหน้าปรับปรุงสินทรัพย์เดิม โดยเลือกช่วง Low Season ที่มีอัตราการเข้าพักต่ำเพื่อดำเนินการรีโนเวต ลดผลกระทบต่อผลประกอบการ โดยมีทั้ง Standard Room, Garden Villa และห้องประชุม Ballroom ที่ได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัยขึ้น
สำหรับห้องพัก มีการปรับดีไซน์และฟังก์ชันการใช้งานให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น เช่น โซฟาที่สามารถปรับเป็นเตียง เพิ่มจำนวนผู้เข้าพัก และสามารถใช้เป็นพื้นที่ทำงานได้ ขณะที่ Garden Villa มีการปรับเฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งให้มีความทันสมัย
ส่วน Ballroom มีการปรับปรุงทั้งระบบเสียงและหน้าจอ โดยเปลี่ยนเป็นจอ LED เพื่อรองรับการประชุม งานแต่งงาน และอีเวนต์ต่างๆ พร้อมปรับดีไซน์โดยรอบและพรมให้ทันสมัย ขณะเดียวกันยังคงเอกลักษณ์ของเอราวัณและโทนสีเขียวไว้
สำหรับเป้าหมายระยะกลางภายใต้โครงการ Jump+ บริษัทตั้งเป้าภายในปี 2571 รายได้รวมแตะ 10,000 ล้านบาท หรือเติบโตเฉลี่ยประมาณ 7-10% ต่อปี เมื่อเทียบกับฐานปี 2568
การเติบโตจะมาจาก 2 แนวทางหลัก ได้แก่ การขยายโรงแรมและการกระจายพอร์ตโฟลิโอ โดยปัจจุบันมีโครงการอยู่ระหว่างการพัฒนารวม 17 โครงการ ขณะที่บริษัทมีเป้าหมายโครงการพัฒนาในปีนี้รวม 20 โครงการ
อีกด้านหนึ่ง บริษัทให้ความสำคัญกับการรักษาวินัยทางการเงิน โดยตั้งเป้า D/E ปีนี้ไม่เกิน 1.7 เท่า ขณะที่ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 1.2 เท่า และเดินหน้าลดต้นทุนทางการเงินผ่านการปรับโครงสร้างเงินกู้และรีไฟแนนซ์
HOP INN เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์
นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาการนำธุรกิจ HOP INN เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งหากดำเนินการตามแผน จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของฐานทุนและสนับสนุนการขยายธุรกิจในอนาคต
ทั้งนี้ ปัจจัยที่ต้องติดตามในช่วงที่เหลือของปี ได้แก่ สถานการณ์สงครามและภูมิรัฐศาสตร์ การแข่งขันเพื่อดึงนักท่องเที่ยวของประเทศคู่แข่ง โดยเฉพาะเวียดนามและเกาหลีใต้ รวมถึงการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนและทิศทางค่าเงินบาท ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวและผลประกอบการของ ERW ในช่วงครึ่งปีหลัง
สำหรับเดือนกรกฎาคม 2569 บริษัทมีแนวโน้ม RevPAR ของกลุ่มรวมเติบโตประมาณ 5% โดยกลุ่ม Luxury เติบโต 8% และกลุ่ม Economy เติบโต 6% สะท้อนการฟื้นตัวของรายได้ต่อห้องพัก แม้ภาพรวมตลาดท่องเที่ยวยังมีความท้าทายจากปัจจัยภายนอกประเทศ
