อพท. ปักหมุดพันธกิจ ยกระดับพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนระดับโลก เดินหน้าผลักดัน พัทยา สู่ “เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก” ซิตี้ ออฟ ฟิลม์

Categories : Update News, ESG News

Public : 17/08/2026

อพท. ร่วมกับ กทม. จัดงาน “Thailand Creative Cities Network: TCCN Forum 2026” ณ สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) โดยมีผู้แทนเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก (UNESCO Creative Cities Network: UCCN) จากประเทศไทยและต่างประเทศ รวม 13 เมือง ไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งงานดังกล่าวถือเป็นการจัดเวทีเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโกครั้งแรกในประเทศไทย และเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในการขับเคลื่อนการเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนระดับโลก

 

ในการนี้  นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร   ผู้อำนวยการอพท. (องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน) ได้เผยถึง วิสัยทัศน์ในการทำงานของอพท. ในการเดินหน้าผลักดัน “พัทยา” สู่เมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ (City of Film) พร้อมกับร่วมผลักดันศักยภาพจังหวัดจันทบุรีและศีรษะเกษ สู่อีกสองเมืองแคนดิเดตของไทยบนเวทีระดับโลกต่อไป

 

นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ อพท. กล่าวว่า การจัดงาน “Thailand Creative Cities Network: TCCN Forum 2026” อพท. ได้ร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร ในการเชิญภาคีเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ทั้งในประเทศไทย และในระดับนานาชาติ รวมมากถึง 13 เมือง เพื่อสร้างการรับรู้การพัฒนาเมือง ภายใต้แนวคิดเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก (UCCN) และเผยแพร่ผลการดำเนินงานการพัฒนาเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโกของประเทศไทย ตลอดจนเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แนวคิดและมุมมองการพัฒนาเมืองสร้างสรรค์จากผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนจากเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ทั้งจากประเทศไทยและต่างประเทศ ภายใต้แนวคิด “Creative Cities Connect: Connecting People • Culture • Creativity • Sustainability”

โดย 13 เมือง ที่มาร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดการพัฒนาเมืองและปัจจัยต่างๆ ให้เอื้อต่อการยกระดับขีดความสามารถของเมือง ทำให้เมืองน่าอยู่ และกลายเป็นเมืองน่าเที่ยว และมีการจัดนิทรรศการของแต่ละเมือง ประกอบด้วย เมืองสร้างสรรค์ 4 ประเภท รวม 9 เมือง ได้แก่

• เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร (City of Gastronomy) ได้แก่ ภูเก็ต เพชรบุรี และสงขลา

• เมืองสร้างสรรค์ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน (City of Crafts and Folk Art) ได้แก่ เชียงใหม่ สุโขทัย และน่าน

• เมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ (City of Design) ได้แก่ กรุงเทพมหานคร และเชียงราย

• เมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรี (City of Music) ได้แก่ สุพรรณบุรี

 

เมืองสร้างสรรค์ 3 ประเภท จากต่างประเทศ จำนวน 4 เมือง ที่เข้าร่วมในครั้งนี้ ได้แก่

- เมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ (City of Design) ได้แก่ เบอร์ลิน สหพันธรัฐเยอรมนี และเซบู สาธารณรัฐฟิลิปินส์

- เมืองสร้างสรรค์ด้านวรรณกรรม (City of Literature) ได้แก่ จาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย

- เมืองสร้างสรรค์ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน (City of Crafts and Folk Art) ได้แก่ อิชิเซน ประเทศญี่ปุ่น

เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก (UCCN) เป็นอีกหนึ่งโครงการใหญ่ที่ยูเนสโกดำเนินงานควบคู่กับการประกาศแหล่งมรดกทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์ของโลก โดยเริ่มมาตั้งแต่ ปี 2004 เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ โดย “เมืองสร้างสรรค์” (Creative City) จะเน้นความร่วมมือระหว่างชุมชนท้องถิ่นภาครัฐและภาคเอกชน ในการสร้างสรรค์เมืองผ่านนโยบายและกิจกรรมการพัฒนาสภาพแวดล้อม โครงสร้างทางสังคมและเศรษฐกิจ และการนำสินทรัพย์ทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณีของท้องถิ่นมาพัฒนาและสร้างคุณค่าและเชื่อมโยงความเป็นเมืองต่างๆ ทั่วโลกเข้าด้วยกัน

ปัจจุบันมีเมืองกว่า 408 เมืองทั่วโลก ได้รับการประกาศเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์จากยูเนสโก สำหรับในประเทศไทย น่านและสงขลาเป็น 2 จังหวัดล่าสุด ที่ได้รับได้การประกาศให้เป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ในระดับโลก (UCCN) ประจำปี 2025 ที่ผ่านมา

 

อพท. มีนโยบายในการขับเคลื่อนแหล่งท่องเที่ยวและเมืองในพื้นที่พิเศษโดยเริ่มต้นจากการใช้เกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก หรือเครื่องมือที่เรียกว่า Global Sustainable Tourism Criteria (GSTC) เป็นเกณฑ์ของสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Council) ซึ่งมีทั้งหมด 4 มิติ ได้แก่ การบริหารจัดการความยั่งยืน ความยั่งยืนด้านสังคม-เศรษฐกิจ ด้านวัฒนธรรมและด้านสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ นับตั้งแต่ ปี 2562 จนถึงปัจจุบัน อพท. ได้ร่วมขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์ร่วมกับจังหวัดและภาคีเครือข่าย จนมีเมืองสร้างสรรค์ที่ได้รับประกาศจากยูเนสโกแล้วรวมทั้งสิ้น 6 เมือง ได้แก่ สุโขทัย น่าน สงขลา เชียงราย สุพรรณบุรี และเพชรบุรี และในปี 2570 กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับเมืองพัทยา และ อพท. วางเป้าหมายขับเคลื่อนพื้นที่พิเศษเมืองพัทยา สู่การเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ (City of Film)

การขับเคลื่อนเมืองสู่การเป็นเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก ถือเป็นการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลที่จะพัฒนาเมืองให้เกิดความยั่งยืนและตอบโจทย์การนำไปสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพื่อเพิ่มและกระจายรายได้ไปสู่ชุมชนท้องถิ่น และตอบโจทย์บทบาทหน้าที่ของ อพท. ในการกำหนดนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ในการบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยการประสาน ส่งเสริม และสนับสนุนให้เกิดการบูรณาการของทุกภาคส่วนในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในพื้นที่พิเศษฯ เพื่อให้แหล่งท่องเที่ยวมีคุณภาพ มีมาตรฐาน และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเป้าหมายของนักท่องเที่ยวคุณภาพทั้งในประเทศและต่างประเทศต่อไป

ผู้อำนวยการ อพท. กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า การเตรียมความพร้อมของพัทยาในการก้าวสู่การเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ (City of Film) แห่งแรกของไทย ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่การใช้พื้นที่เป็นสถานที่ถ่ายทำ (Film Location) เท่านั้น แต่เน้นการพัฒนาองค์ประกอบของเมืองอย่างรอบด้าน

• การพัฒนาบรรยากาศเมืองและการลงทุนระดับสากล: พัทยาเริ่มมีกระแสการลงทุนจากต่างประเทศ เช่น การสร้างสวนน้ำโคลัมเบีย พิคเจอร์ส ที่จำลองฉากจากภาพยนตร์ต่าง ๆ มาไว้ เมืองพัทยาจึงมุ่งเน้นการพัฒนาบรรยากาศของเมืองโดยรวมให้มีกลิ่นอายที่เหมาะสมกับเมืองภาพยนตร์ ลงมาแล้วให้ความรู้สึกตื่นตาตื่นใจคล้ายกับฮอลลีวูด ตลอดจนส่งเสริมให้มีระบบนิเวศของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในพื้นที่ เช่น บริษัททำเรื่อง Post-Production และบริษัทปั้นหนัง

• การวางรากฐานการศึกษาแก่เยาวชนในท้องถิ่น: จุดเด่นสำคัญของพัทยาคือ การมีโรงเรียนในสังกัดเมืองพัทยาเองที่เปิดสอนหลักสูตรทำภาพยนตร์และทำคลิปสั้นให้แก่เด็กนักเรียน ซึ่งเป็นหลักสูตรที่เน้นให้เด็กสามารถนำไปต่อยอดสร้างอาชีพและสร้างสรรค์ผลงานลงบนสื่อโซเชียลมีเดียได้จริง

• การส่งเสริมกิจกรรมและความคิดสร้างสรรค์: มีการจัดประกวดภาพยนตร์สั้นในกลุ่มนักเรียนเพื่อสร้างพื้นที่การเรียนรู้และการแสดงออก ซึ่งการปลูกฝังเรื่องนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ตั้งแต่ระดับเยาวชนนี้ ถือเป็นแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนพัทยาสู่การเป็นเมืองภาพยนตร์ที่ยั่งยืน

 

นอกจากพัทยาแล้ว ยังมีแคนดิเดตอีก 2 จังหวัดอย่าง จันทบุรี เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร (Gastronomy) และ จังหวัดศรีสะเกษ ที่น่าสนใจมาก ในการพัฒนาเพื่อคัดเลือกสู่การเป็นเมืองสร้างสรรค์ต่อไป ซึ่งศีรษะเกษยังอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมและพิจารณาเลือกประเภทเมืองสร้างสรรค์ที่จะยื่นเสนอให้ชัดเจน ว่าจะเน้นขับเคลื่อนในด้านศิลปะและหัตถกรรมพื้นบ้าน (Crafts and Folk Art) ด้านการออกแบบ (Design) หรือด้านอื่น ๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับความตั้งใจและทิศทางของตัวจังหวัดเอง แต่โดยรวมถือเป็นจังหวัดที่มีเกณฑ์ประเมินและศักยภาพหลังบ้านที่ดีมาก

ท้ายที่สุด นายศิริปกรณ์ ชี้ให้เห็นว่า เกณฑ์การประเมินเมืองสร้างสรรค์เปรียบเสมือน "เหรียญ 3 ด้าน" ที่แต่ละเมืองจะต้องสำรวจและแสดงศักยภาพของตนเองออกมาให้ชัดเจน เพื่อให้เหรียญนั้นสามารถตั้งอยู่ได้อย่างสมดุล ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

• ด้านที่ 1: ด้านหัว (ความโดดเด่น) คือ การมีของดีหรือมีความโดดเด่นในด้านนั้น ๆ อย่างชัดเจนและจริงจัง เช่น มีวัตถุดิบอาหารที่อุดมสมบูรณ์ หรือมีศิลปวัฒนธรรมดนตรีที่เข้มแข็ง

• ด้านที่ 2: ด้านก้อย (ความเปราะบาง) คือ จุดด้อยหรือความเปราะบางของเมืองที่มีความเสี่ยงจะถูกทำลาย ถูกรบกวน หรือสูญหายไปตามกาลเวลาหากไม่มีการอนุรักษ์

• ด้านที่ 3: สันเหรียญ (ความคิดสร้างสรรค์และการจัดการ) เป็นส่วนสำคัญที่สุดที่จะทำให้เหรียญนี้สามารถ "ตั้งอยู่ได้" สันเหรียญเปรียบเสมือน ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) นวัตกรรม และระบบการบริหารจัดการ ที่นำเอา "ของดี" (ด้านหัว) และ "ของด้อย" (ด้านก้อย) มาต่อยอดผสมผสานกันเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่

 

การประเมินแบบเหรียญ 3 ด้านนี้จึงไม่ใช่แค่การมองหาว่าเมืองมีของดีอะไร แต่เน้นไปที่ความสามารถในการเชื่อมโยงและบริหารจัดการทรัพยากรเหล่านั้นอย่างสร้างสรรค์เพื่อความยั่งยืนในอนาคต

 

รวมพลังเมืองสร้างสรรค์ UNESCO ไทย–นานาชาติ ขับเคลื่อนเมืองแห่งอนาคต ผ่านความคิดสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวยั่งยืน