ภาพรวมธนาคารพาณิชย์ ไตรมาส 2 ปี ฐานะยังแกร่ง กำไรดีขึ้น ธุรกิจต้องการสินเชื่อเพราะต้นทุนพลังงานและราคาวัตถุดิบสูงขึ้น
Categories : Update News, Finance
Public : 18/08/2026นายสุโชติ เปี่ยมชล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตรวจสอบแบบจำลอง และวิเคราะห์ความเสี่ยงสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึง สินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ไตรมาส 2 ปี 2569 ว่า ขยายตัวที่ร้อยละ 2.0 จากระยะเดียวกันปีก่อน จากการขยายตัวของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ ตามความต้องการเงินทุนหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นอันเนื่องมาจากต้นทุนพลังงานและราคาวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้น

ขณะที่สินเชื่อ SMEs และสินเชื่ออุปโภคบริโภคยังหดตัวต่อเนื่อง ตามความเสี่ยงด้านเครดิตที่ยังอยู่ในระดับสูง ด้านคุณภาพสินเชื่อ NPL ณ ไตรมาส 2 ปี 2569 ปรับลดลงมาอยู่ที่ 534.8 พันล้านบาท จากการเร่งบริหารจัดการคุณภาพหนี้เป็นสำคัญ ส่งผลให้สัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวมทรงตัวอยู่ที่ละ 2.82 ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนซึ่งเป็นช่วงต้นของสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
สำหรับสินเชื่อปรับลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 6.78 ส่วนหนึ่งจากลูกหนี้กลุ่มเปราะบางที่ไหลเป็น NPL เพิ่มขึ้น ขณะที่มีลูกหนี้บางส่วนที่เดิมถูกจัดชั้นเชิงคุณภาพปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ดี ธนาคารพาณิชย์ยังให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ด้วยการปรับโครงสร้างหนี้เชิงป้องกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีส่วนช่วยชะลอการเกิด NPL ใหม่
สำหรับผลการดำเนินงาน กำไรสุทธิของระบบธนาคารพาณิชย์ปรับเพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อน จากกำไรที่มาจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของตราสารทางการเงินและค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นเป็นสำคัญ ประกอบกับค่าใช้จ่ายสำรองลดลงหลังจากที่ธนาคารพาณิชย์ได้กันสำรองไปค่อนข้างมากในช่วงก่อนหน้า และมีการบริหารต้นทุนการดำเนินงานที่ดีขึ้น ซึ่งช่วยชดเชยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ปรับลดลง ตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้กับลูกหนี้สอดคล้องกับทิศทางของอัตราดอกเบี้ยนโยบายและการช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง
ในระยะต่อไป สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ไม่ทั่วถึง ยังเป็นปัจจัยกดดันความสามารถในการชำระหนี้ โดยเฉพาะกลุ่มลูกหนี้ SMEs ที่เปราะบางอยู่เดิม และภาคครัวเรือนที่เผชิญกับความผันผวนของรายได้และค่าครองชีพที่สูงขึ้น จึงควรติดตามแนวโน้มคุณภาพสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์อย่างใกล้ชิดต่อไป ทั้งนี้ มาตรการการลดภาระหนี้ของทางการและการสนับสนุนสภาพคล่องจากสถาบันการเงินที่ต่อเนื่องคาดว่าจะมีส่วนช่วยประคับประคองภาคธุรกิจและครัวเรือนในระยะต่อไป
