บางจากเปิดแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ดัน EBITDA 2 เท่า สู่รายได้ 1 ล้านล้านบาท ผนึก 5 กลุ่มธุรกิจ เสริมความมั่นคงพลังงาน ตั้งเป้าก้าวสู่กลุ่มพลังงานระดับโลก

Categories : Update News, Stock Market, Energy

Public : 24/08/2026

“บางจาก” เปิดแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี วาง Energy Security and Resiliency เป็นแกนหลัก รับมือความผันผวนของราคาพลังงาน ภูมิรัฐศาสตร์ และความเสี่ยงห่วงโซ่อุปทาน พร้อมใช้จุดแข็งจากธุรกิจพลังงานครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งเป้าเพิ่ม EBITDA เป็น 2 เท่าภายในปี 2573 และสร้างรายได้แตะ 1 ล้านล้านบาทในปี 2574 มุ่งสู่การเป็นกลุ่มธุรกิจพลังงานระดับโลก พร้อมเป้าหมายอันดับเครดิต Investment Grade

   

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กลุ่มบริษัทบางจากมีฐานธุรกิจพลังงานครบวงจร ตั้งแต่การสำรวจและผลิตปิโตรเลียม การกลั่น การตลาด การค้าและโลจิสติกส์ ไปจนถึงธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการบริหารความเสี่ยงและรับมือกับความผันผวนของตลาดพลังงาน

 

สะท้อนจากผลการดำเนินงานครึ่งแรกปี 2569 ที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมี EBITDA 43,763 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 18,383 ล้านบาท จากการสนับสนุนของหลายธุรกิจ ทั้ง SAF ธุรกิจการค้า ธุรกิจต้นน้ำ รวมถึงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่ Bangchak Hong Kong (BHK) จะเป็นฐานสำคัญในการขยายธุรกิจสู่ภูมิภาค

เชื่อมธุรกิจครบวงจร รับมือวิกฤติพลังงาน

บางจากมองว่า ความมั่นคงทางพลังงานในยุคที่โลกเผชิญความไม่แน่นอน ไม่ได้หมายถึงการมีทรัพยากรเพียงพอเท่านั้น แต่ต้องสามารถเข้าถึงแหล่งพลังงาน แปรรูป และส่งมอบถึงตลาดได้อย่างต่อเนื่อง

ธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมจึงยังมีบทบาทในการสร้างความมั่นคงด้านแหล่งพลังงาน ขณะที่โรงกลั่นช่วยแปรรูปวัตถุดิบให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ตลาดต้องการ ส่วนธุรกิจการค้าและโลจิสติกส์ทำหน้าที่กระจายแหล่งจัดหาและเส้นทางขนส่ง เพื่อให้สามารถรักษาความต่อเนื่องของการส่งมอบได้ แม้เกิดวิกฤติหรือห่วงโซ่อุปทานสะดุด

ปัจจุบันบางจากมีโรงกลั่นน้ำมัน 2 แห่ง กำลังการกลั่นรวม 294,000 บาร์เรลต่อวัน เชื่อมโยงกับธุรกิจต้นน้ำ การค้า และโลจิสติกส์ ทำให้สามารถบริหารจัดการพลังงานตั้งแต่แหล่งผลิตจนถึงตลาด และปรับแผนได้ตามสถานการณ์

หนึ่งในบทพิสูจน์คือช่วงปลายไตรมาส 1 ถึงต้นไตรมาส 2 ปี 2569 ที่การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเผชิญข้อจำกัด แต่เครือข่ายการค้าและโลจิสติกส์ของกลุ่มบริษัทยังสามารถรักษาการขนส่งและส่งมอบสินค้าได้

หลังปรับโครงสร้างเป็น 5 กลุ่มธุรกิจเมื่อต้นปี บางจากจะมุ่งสร้างมูลค่าตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่เชื้อเพลิงฟอสซิลไปจนถึงพลังงานสะอาด โดยมีธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานเป็นฐานรายได้ที่มั่นคง พร้อมใช้สินทรัพย์เดิมให้เกิดประโยชน์สูงสุด และพัฒนาเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำที่สามารถใช้ร่วมกับระบบเดิม เช่น SAF และ Green Diesel (HVO)

   

5 กลุ่มธุรกิจ ดันการเติบโตระยะยาว

1. กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการตลาด และพลังงานชีวภาพ มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพตลอด Value Chain เชื่อมโยงโรงกลั่น เชื้อเพลิงชีวภาพ การค้า โลจิสติกส์ และช่องทางตลาด เพื่อเพิ่มผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง โดยมี SAF เป็นหนึ่งในธุรกิจสำคัญ หลังเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือนพฤษภาคม 2569 และสร้าง EBITDA ราว 1,000 ล้านบาทในไตรมาส 2

บางจากประเมินว่าความต้องการ SAF ทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นราว 11 เท่าในช่วง 10 ปีข้างหน้า จากมาตรการกำหนดสัดส่วนการใช้ SAF ในหลายประเทศ

 

สำหรับธุรกิจการตลาดในประเทศ ตั้งเป้าส่วนแบ่งตลาดค้าปลีก 33% ภายในปี 2574 เพิ่ม EBITDA ธุรกิจ Non-Oil และอินทนิลเป็น 3 เท่า และธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นเป็น 2 เท่า

 

ส่วน BHK ซึ่งมีสถานีบริการ 31 แห่งและคลังน้ำมัน จะเป็นฐานขยายธุรกิจในฮ่องกงและภูมิภาค ครอบคลุมค้าปลีก ลูกค้าธุรกิจ เชื้อเพลิงเรือ ผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ และน้ำมันหล่อลื่น โดยตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาดเชื้อเพลิงเรือจาก 13% เป็น 25% ภายในปี 2574

 

2. กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน เน้นสร้างความยืดหยุ่นและคล่องตัวในการจัดหาและกระจายพลังงาน ครอบคลุมตั้งแต่น้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม โลจิสติกส์ เชื้อเพลิงชีวภาพ ผลิตภัณฑ์เฉพาะทาง และธุรกรรมอนุพันธ์

กลุ่มธุรกิจดังกล่าวจะใช้เครือข่ายการค้าระดับสากลเพื่อเพิ่มสัดส่วนธุรกิจกับลูกค้านอกกลุ่ม พร้อมบริหารความเสี่ยงและใช้ประโยชน์จากความแตกต่างของราคาและความต้องการในแต่ละภูมิภาค ตั้งเป้า EBITDA ราว 5,000 ล้านบาทในปี 2574

 

3. กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ มุ่งสร้างความมั่นคงในการเข้าถึงแหล่งพลังงาน โดยใช้ความเชี่ยวชาญของ OKEA ในการบริหารสินทรัพย์ปิโตรเลียมในนอร์เวย์ ควบคู่กับการพัฒนาโครงการในอ่าวไทยและขยายพอร์ตสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อกระจายแหล่งผลิตและสร้างกระแสเงินสดระยะยาว

ตั้งเป้าเพิ่มอัตราการผลิตเป็นประมาณ 100,000 บาร์เรลต่อวันเทียบเท่าน้ำมันดิบภายในปี 2574

 

4. กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับธุรกิจผลิตไฟฟ้าสู่แพลตฟอร์มด้านพลังงานและสาธารณูปโภค โดยต่อยอดประสบการณ์ในไทยและสหรัฐฯ พัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงาน ตั้งเป้าเพิ่มกำลังผลิตอีกไม่น้อยกว่า 500 เมกะวัตต์ภายในปี 2574

พร้อมพัฒนาบริการคลังและโลจิสติกส์ รวมถึงโอกาสด้านการสำรองพลังงานเชิงยุทธศาสตร์ โดยตั้งเป้า EBITDA ปี 2574 เพิ่มเป็น 1.5 เท่าของฐานปี 2568

 

5. กลุ่มธุรกิจใหม่และโฮลดิ้งส์ ทำหน้าที่บ่มเพาะธุรกิจแห่งอนาคตและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กลุ่มบริษัท ผ่านการจัดสรรเงินลงทุนให้สอดคล้องกับศักยภาพของธุรกิจและทิศทางเชิงยุทธศาสตร์

 

เน้นวินัยการเงิน ดันเครดิตสู่ Investment Grade

 

ด้านการเงิน บางจากจะเน้นวินัยในการจัดสรรเงินทุน ลงทุนในธุรกิจหลักและโอกาสที่ให้ผลตอบแทนเหมาะสมกับความเสี่ยง พร้อมพิจารณาจำหน่ายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก เพื่อนำเงินกลับไปลงทุนในธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า

 

เป้าหมายคือรักษาสภาพคล่อง เพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงิน และสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง ควบคู่กับการสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นผ่านโครงการซื้อหุ้นคืนระยะ 3 ปีและการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง

 

ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนรวมของหุ้น BCP ตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 14 สิงหาคม 2569 อยู่ที่ 94% เทียบกับ SET ENERGY ที่ 38.1% และ SET50 ที่ 32.6%

 

นายชัยวัฒน์กล่าวว่า แผนยุทธศาสตร์ 5 ปีไม่ได้มองเพียงเป้าหมายรายได้ 1 ล้านล้านบาทในปี 2574 แต่ให้ความสำคัญกับ “คุณภาพของการเติบโต” ทั้งโครงสร้างธุรกิจ ความสามารถในการทำกำไร กระแสเงินสด และวินัยทางการเงิน

 

หัวใจสำคัญคือการนำจุดแข็งของทั้ง 5 กลุ่มธุรกิจมาทำงานร่วมกันเป็นแพลตฟอร์มพลังงานเดียว เพื่อสร้างมูลค่าระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสีย

 

จากปัจจุบันที่บางจากอยู่ในอันดับที่ 21 ของ Fortune Southeast Asia 500 บริษัทตั้งเป้าก้าวสู่การเป็นกลุ่มธุรกิจพลังงานระดับโลก และมุ่งติดอันดับ Fortune Global 500 พร้อมได้รับอันดับเครดิตองค์กรระดับ Investment Grade จาก S&P และ Moody’s ภายในปี 2574