BANPU เปิดแผน 5 ปี ทุ่ม 3 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 9.6 หมื่นล้านบาท ลุยก๊าซ-ไฟฟ้าสหรัฐฯ รับดีมานด์ Data Center
Categories : Update News, Stock Market, Energy
Public : 25/08/2026“บ้านปู” เปิดแผนธุรกิจ 5 ปีหลังควบรวม BPP เดินหน้ากลยุทธ์ “Energy Symphonics” ตั้งงบลงทุน 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 9.6 หมื่นล้านบาท เน้นก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ 60% ที่เหลือ 40% ลงทุนเหมืองและธุรกิจไฟฟ้า เล็งเพิ่มโรงไฟฟ้าก๊าซฯ รับดีมานด์ Data Center ขนาดใหญ่ คาดเห็นความชัดเจนปลายปีนี้ถึงต้นปี 2570 พร้อมตั้งเป้า CCUS กักเก็บคาร์บอน 1.5 ล้านตันต่อปีภายในปี 2571
นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU เปิดเผยแผนธุรกิจระยะ 5 ปี (2569-2573) ภายหลังการควบรวมกับบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP ว่า บริษัทจะขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ “Energy Symphonics” มุ่งสร้างพอร์ตพลังงานครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ผ่าน 4 กลุ่มธุรกิจหลักในเอเชียแปซิฟิกและสหรัฐฯ
สำหรับแผนลงทุน 5 ปี บริษัทตั้งงบไว้ประมาณ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็นการลงทุนในธุรกิจก๊าซธรรมชาติและ BKV ราว 60% ส่วนอีก 40% ลงทุนในธุรกิจเหมืองและธุรกิจไฟฟ้า (Power+)
เร่งขยายก๊าซฯ สหรัฐฯ
ธุรกิจก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ ยังเป็นหัวใจหลักของการลงทุน โดยปี 2569 ตั้งเป้าผลิตก๊าซธรรมชาติประมาณ 960 ล้านลูกบาศก์ฟุตเทียบเท่าต่อวัน เพิ่มจาก 836 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันในปีก่อน ขณะที่มีปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ ราว 6 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต
บริษัทอยู่ระหว่างเจรจาสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว (PPA) ของโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple I และ II เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าของกลุ่ม Hyperscalers และ Data Center ขนาดใหญ่ โดยปัจจุบันมีกำลังการผลิตรวมประมาณ 1,500 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างพิจารณาขยายกำลังการผลิตเพิ่มอีก 1 โครงการ คาดมีความชัดเจนช่วงปลายปี 2569 หรือต้นปี 2570
นอกจากนี้ BKV อยู่ระหว่างศึกษาและเจรจากับพันธมิตรเพื่อพัฒนาโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ในพื้นที่ Jack County รัฐเท็กซัส บนพื้นที่กว่า 6,000 เอเคอร์ ซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐานทั้งระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูงและท่อส่งก๊าซธรรมชาติรองรับ พร้อมศึกษาการนำเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCUS) มาใช้ ตั้งเป้ากักเก็บคาร์บอน 1.5 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปีภายในปี 2571
เหมืองต่อยอดแร่ยุทธศาสตร์
ธุรกิจเหมืองจะปรับสู่ “Next-Gen Mining” มุ่งสร้างโอกาสจากแหล่งพลังงานและแร่ยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและ AI โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัล AI และแพลตฟอร์มข้อมูลมาเพิ่มประสิทธิภาพเหมืองในอินโดนีเซีย
ขณะเดียวกัน บ้านปูยังมองหาโอกาสลงทุนในแร่ยุทธศาสตร์ เช่น นิกเกิลและบอกไซต์ ซึ่งมีบทบาทในห่วงโซ่เทคโนโลยีพลังงานและระบบกักเก็บพลังงานในอนาคต พร้อมเดินหน้าลดการปล่อยคาร์บอนจากธุรกิจเหมือง เช่น การนำก๊าซมีเทนจากเหมืองใต้ดินกลับมาผลิตไฟฟ้า
Power+ รับดีมานด์ไฟฟ้า 24 ชั่วโมง
ด้านธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง หรือ Power+ บริษัทจะขยายแพลตฟอร์มไฟฟ้าครบวงจร ทั้งโรงไฟฟ้าพลังความร้อน พลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) และการซื้อขายพลังงาน เพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะความต้องการจากภาคดิจิทัลและ Data Center
บ้านปูยังมองหาโอกาสลงทุนโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติแบบ CCGT ทั้งในสหรัฐฯ และเอเชีย รวมถึงพลังงานหมุนเวียนและ BESS โดยภายในปี 2572 คาดว่าจะมีโครงการ BESS ที่ดำเนินการแล้วและอยู่ระหว่างพัฒนารวม 10 โครงการ ความจุรวม 2,340 เมกะวัตต์ชั่วโมง
โครงการสำคัญ ได้แก่ Megamouth ในสหรัฐฯ ความจุ 200 เมกะวัตต์ชั่วโมง ซึ่งเป็นโครงการ BESS แห่งแรกของบริษัทในสหรัฐฯ และโครงการ Woreen ในออสเตรเลีย ความจุ 1,400 เมกะวัตต์ชั่วโมง
ส่วนธุรกิจ “Future Tech” จะมุ่งพัฒนาโซลูชันพลังงานสะอาดและการบริหารจัดการพลังงาน เพื่อสนับสนุนลูกค้าสู่ Net Zero ทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมและธุรกิจเทคโนโลยี รวมถึงลงทุนผ่าน Corporate Venture Capital (CVC) ในเทคโนโลยี AI โครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผล และเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต
มั่นใจปีนี้กำไรโต ราคาถ่านหินหนุน
นายสินนท์กล่าวว่า ในช่วง 3 ปีข้างหน้า บ้านปูจะเน้นลงทุนในธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญ โดยเฉพาะการเพิ่มศักยภาพแหล่งก๊าซธรรมชาติบาร์เนตต์ในสหรัฐฯ รวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าที่จะทยอยเข้ามาในช่วงปี 2570-2571 และการขยายการใช้เทคโนโลยี CCUS
ปัจจุบันธุรกิจถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ และไฟฟ้าของบริษัทมีฐานรายได้และกระแสเงินสดที่ค่อนข้างมั่นคง ขณะที่ราคาถ่านหินได้รับแรงหนุนจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 138.8 ดอลลาร์ต่อตัน ส่งผลดีต่อถ่านหินส่วนที่บริษัทยังไม่ได้ขายล่วงหน้า และคาดว่าราคาจะทรงตัวในระดับสูงไปจนถึงสิ้นปี
“ราคาถ่านหินที่อยู่ในระดับสูงจะช่วยสนับสนุนผลประกอบการของบริษัทในปีนี้ โดยเชื่อว่ากำไรจะออกมาดีกว่าปีก่อน” นายสินนท์กล่าว
ระยะต่อไปกระแสเงินสดของบ้านปูจะเพิ่มน้ำหนักจากธุรกิจก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ และ Power+ โดยตั้งเป้า EBITDA เติบโต 1.5 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2566 และเพิ่มสัดส่วน EBITDA จากธุรกิจที่ไม่ใช่ถ่านหินเป็นมากกว่า 50% ภายใน 5 ปี
ลุ้นลงทุนไฟฟ้าไทยผ่าน PDP2026
สำหรับการลงทุนในไทย บ้านปูยังสนใจขยายธุรกิจไฟฟ้าภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP2026) โดยได้ลงทุนผ่าน CVC ในบริษัทที่พัฒนาเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR)
ส่วนโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ซึ่งสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) จะสิ้นสุดในปี 2572 ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาว่าจะได้รับการต่อสัญญาหรือไม่
สำหรับผลประกอบการปี 2569 บริษัทมั่นใจว่าจะเติบโตดีกว่าปีก่อน โดยไตรมาส 2/2569 มีรายได้รวม 1,438 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 16% และมีกำไรสุทธิ 81 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พลิกจากขาดทุนสุทธิ 9 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเดียวกันของปีก่อน
แนวโน้มไตรมาส 3/2569 ยังอยู่ในทิศทางที่ดี จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ยังแข็งแกร่ง แม้ราคาก๊าซธรรมชาติปรับลดลงบ้าง แต่บริษัทมีการทำประกันความเสี่ยงราคาขายล่วงหน้า (Hedging) จึงช่วยลดผลกระทบต่อผลประกอบการได้
