BOI ชี้อีก 3-5ปีข้างหน้าเห็น คลื่นลงทุนระลอกใหม่!! AI–เซมิคอนดักเตอร์ เปลี่ยนไทยสู่ Tech Hub ภูมิภาค

Categories : Update News, Stock Market

Public : 26/08/2026

 

“นฤตม์” ชี้ไทยเนื้อหอม FDI หลังห่วงโซ่อุปทานโลกปรับตัว รับคลื่นลงทุนระลอกใหม่จาก AI–เซมิคอนดักเตอร์–ยานยนต์อัจฉริยะ เร่งปั้นคน-ซัพพลายเชน-ลดอุปสรรคธุรกิจ ตั้งเป้าไทยติด Top 20 ขีดความสามารถแข่งขันโลกปี 2030

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI เปิดมุมมองทิศทางการลงทุนของไทยในงาน ไทยแลนด์โฟกัว 2020  ว่า ประเทศไทยกำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในฐานะจุดหมายสำคัญของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในเอเชีย โดยมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนผ่าน BOI เติบโตทำสถิติสูงสุดต่อเนื่องในแต่ละปี

ปัจจัยสำคัญมาจากการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลก การย้ายฐานการผลิตจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงจุดแข็งของประเทศไทยที่มีความเป็นกลาง มีโครงสร้างพื้นฐานทั้งด้านกายภาพและดิจิทัลรองรับ ตลอดจนนิคมอุตสาหกรรมที่ได้มาตรฐานระดับโลก

สำหรับอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ Digital, Electronics, Materials, Automotive และ Chemicals สะท้อนการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่กำลังขยับจากอุตสาหกรรมการผลิตแบบดั้งเดิมเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมากขึ้น

จับตาคลื่นลงทุนใหม่ AI–เซมิคอนดักเตอร์

นายนฤตม์ประเมินว่า ในช่วง 3–5 ปีข้างหน้า ไทยจะเห็นคลื่นการลงทุนระลอกใหม่ที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่ AI, เซมิคอนดักเตอร์, ยานยนต์อัจฉริยะ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ โดย BOI เตรียมเสนอยุทธศาสตร์ชาติด้านเซมิคอนดักเตอร์เข้าสู่การประชุมในช่วงต้นเดือนกันยายนนี้ เพื่อวางทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศอย่างเป็นระบบ

ทั้งนี้ การเติบโตของ AI ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงธุรกิจเทคโนโลยี แต่กำลังเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ ยานยนต์ดิจิทัล และระบบอุตสาหกรรมอัจฉริยะ ส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานใหม่เริ่มเชื่อมโยงและรวมกลุ่มกันอยู่บนแพลตฟอร์มเทคโนโลยีเดียวกัน

กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีโอกาสเติบโตตามเทรนด์ดังกล่าว ได้แก่ เซมิคอนดักเตอร์ แผ่นวงจรพิมพ์ขั้นสูง (Advanced PCB) โฟโตนิกส์ ดาต้าเซ็นเตอร์ และระบบระบายความร้อน (Cooling System) ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับผู้ประกอบการไทยให้เข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีแห่งอนาคต

เร่งปั้น Talent สองทาง Build–Buy

อย่างไรก็ตาม การดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงจำเป็นต้องเดินควบคู่กับการพัฒนาบุคลากร โดย BOI วางกลยุทธ์ “Build–Buy” เพื่อแก้โจทย์ Talent

ด้าน Build มุ่งสร้างบุคลากรไทย โดยร่วมมือกับ 8 มหาวิทยาลัยในการเปิดหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับวิศวกรรมเซมิคอนดักเตอร์ การบิน และระบบดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อสร้างกำลังคนรองรับอุตสาหกรรมใหม่ในระยะยาว

ขณะที่ Buy คือการดึงดูดผู้เชี่ยวชาญระดับโลกและสตาร์ทอัพให้เข้ามาพำนักและทำงานในประเทศไทยระยะยาว ผ่านมาตรการต่างๆ อาทิ Smart Visa, BOI Visa และ LTR Visa

“การพัฒนาบุคลากรต้องทำสองทางพร้อมกัน คือสร้างคนไทยขึ้นมาเอง ขณะเดียวกันต้องดึงผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกเข้ามาช่วยเติมเต็มช่องว่างของอุตสาหกรรม” เป็นแนวทางสำคัญในการเตรียมไทยให้พร้อมรับการลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูง

3 โจทย์ใหญ่ เปลี่ยนไทยจากฐานผลิตสู่ศูนย์กลางเทคโนโลยี

นายนฤตม์ระบุว่า สิ่งที่ประเทศไทยต้องเร่งดำเนินการมี 3 เรื่องหลัก ได้แก่ 1. การพัฒนาบุคลากร 2. การสร้างซัพพลายเชนใหม่เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และ 3. การเพิ่มความสะดวกในการประกอบธุรกิจ

ในด้านการอำนวยความสะดวกในการลงทุน BOI เดินหน้าโครงการ “Thailand Fast Pass” เพื่อช่วยลดขั้นตอนและอุปสรรคในการทำธุรกิจ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนมากขึ้น

เป้าหมายในระยะยาวคือการยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย โดยมองภาพประเทศไทยในปี 2035 ให้ GDP เติบโตไม่ต่ำกว่า 3% ต่อปี พร้อมผลักดันประเทศไทยเข้าสู่ 20 อันดับแรกของโลกด้านขีดความสามารถในการแข่งขันภายในปี 2030 และก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูงภายใน 12 ปีข้างหน้า

หัวใจสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการดึงบริษัทต่างชาติเข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย แต่ต้องยกระดับประเทศไทยให้เป็น “ศูนย์กลางภูมิภาคสำหรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและบริการมูลค่าสูง” เพื่อให้ไทยก้าวข้ามบทบาทจากฐานการผลิตแบบดั้งเดิม สู่การเป็น Tech Hub ของภูมิภาค อย่างเต็มรูปแบบ