“เอกนิติ” เร่งลงทุนให้ได้ 30% ของ GDP ดันเศรษฐกิจโตเกิน 3% ชู PPP–FDI–Thailand Fast Pass ปลดล็อกศักยภาพประเทศ
Categories : Update News, Stock Market
Public : 26/08/2026“เอกนิติ” รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง วางเป้าหมายยกระดับการลงทุนของไทยจากปัจจุบัน 20% เป็น 30% ของ GDP หวังเป็นเครื่องยนต์สำคัญผลักดันศักยภาพเศรษฐกิจไทยให้เติบโต สูงกว่า 3% พร้อมเร่งใช้ PPP กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน และ “Thailand Fast Pass” ดึงเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ ขณะที่ครึ่งปีแรกยอดคำขอส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศผ่าน BOI โต 37% มูลค่าทะลุ 1.47 ล้านล้านบาท
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลก ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นทั้งความเสี่ยงและโอกาสใหม่สำหรับประเทศไทย

หนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญคือการ “Invest for Tomorrow” หรือการลงทุนเพื่อวันพรุ่งนี้ โดยรัฐบาลตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการลงทุนของประเทศจากระดับ 20% ของ GDP เป็น 30% ของ GDP เพื่อเพิ่มศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว และเป็นกลไกสำคัญในการผลักดัน GDP ไทยให้เติบโต สูงกว่า 3%
“การเพิ่มการลงทุนจาก 20% เป็น 30% ของ GDP ไม่ใช่เพียงการเพิ่มเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ แต่ต้องเป็นการลงทุนที่สร้างผลิตภาพ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และวางรากฐานให้เศรษฐกิจไทยสามารถเติบโตได้ในอนาคต”
สำหรับการขับเคลื่อนการลงทุน รัฐบาลจะใช้กลไก Public-Private Partnerships (PPP) เพื่อเปิดทางให้ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ควบคู่กับการพัฒนากองทุนโครงสร้างพื้นฐาน และมาตรการ “Thailand Fast Pass” เพื่ออำนวยความสะดวกและเร่งรัดกระบวนการลงทุนจากต่างประเทศ
ทิศทางดังกล่าวเริ่มเห็นผลจากยอดคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในช่วงครึ่งปีแรก 2569 ที่ขยายตัว 37% คิดเป็นมูลค่าการลงทุนสะสมกว่า 1.47 ล้านล้านบาท สะท้อนความสนใจของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อประเทศไทย
ทั้งนี้ เป้าหมายการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนจะไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะปริมาณเงินลงทุน แต่ให้ความสำคัญกับ “คุณภาพของการลงทุน” โดยกำหนดเป้าหมายสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การเพิ่มการลงทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม (R&D) การเชื่อมโยงผู้ประกอบการ SME เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก และการยกระดับทักษะแรงงาน (Upskilling) ให้สอดรับกับอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น AI คลาวด์ EV และเทคโนโลยีชีวภาพ
ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังเดินหน้าพัฒนาตลาดทุนเพื่อเป็นอีกหนึ่งกลไกระดมทุนสำหรับเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยเตรียมผลักดันบริษัท New Economy เข้าสู่ตลาดทุนผ่านโครงการ BOI to IPO พร้อมสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนผ่านโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อยกระดับผลิตภาพและนวัตกรรม
เป้าหมายเพิ่มการลงทุนเป็น 30% ของ GDP จึงถือเป็นโจทย์ใหญ่ของเศรษฐกิจไทย เพราะหากทำได้สำเร็จจะช่วยเพิ่มทั้งกำลังการผลิต การจ้างงาน เทคโนโลยี และขีดความสามารถการแข่งขัน พร้อมวางฐานให้ประเทศไทยก้าวไปสู่เป้าหมายการเติบโตของ GDP ที่ สูงกว่า 3% และยกระดับความสามารถการแข่งขันของประเทศสู่ 20 อันดับแรกของโลก
