Webull ผนึก Pi ดัน AUM 2 แสนล้านบาทปี 70 ลุยต่อยอด Digital–Wealth ขยายฐานลูกค้า Mass ถึง HNW
Categories : Update News, Stock Market
Public : 08/09/2026“Webull โตทางลัด! จับมือ ttb–TrueMoney รุกลงทุน ดัน AUM 2 แสนล้าน ลุย Mass สู่ Wealth”
Webull Securities (Thailand) เดินหน้าขยายธุรกิจครั้งใหญ่ หลังเข้าซื้อหุ้น Pi Securities 99.36% มูลค่าราว 3.2 พันล้านบาท ตั้งเป้าหมายผลักดันสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) รวมแตะ 2 แสนล้านบาทภายในปี 2570 หวังใช้จุดแข็งด้านเทคโนโลยีดิจิทัล Data และ AI ผสานฐานลูกค้าและความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนในประเทศของ Pi เพื่อเร่งการเติบโตและขยายธุรกิจจากเดิมที่เน้นการซื้อขายหุ้นสหรัฐฯ ไปสู่ธุรกิจ Wealth Management ครบวงจรมากขึ้น
นายชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Webull Thailand กล่าวว่า การเข้าซื้อ Pi มีเป้าหมายหลักเพื่อสร้างโอกาสการเติบโตทางธุรกิจ ไม่ได้เกิดจากความต้องการใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ เนื่องจาก Webull มีใบอนุญาตที่จำเป็นสำหรับการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอยู่แล้ว

ดีลดังกล่าวมีมูลค่าประมาณ 3.2 พันล้านบาท และเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 หลังผ่านการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลและกระบวนการตรวจสอบสถานะทั้งด้านกฎหมาย การเงิน และภาษี โดย Webull เข้าซื้อหุ้น Pi จำนวน 90.98% จาก Country Group Holdings (CGH) และซื้อหุ้นส่วนที่เหลือจากผู้ถือหุ้นอีกราย ทำให้ถือหุ้นรวม 99.36%
นายชลเดชกล่าวว่า เหตุผลที่เลือก Pi เนื่องจากหาก Webull ต้องสร้างธุรกิจในลักษณะเดียวกันขึ้นมาเองอาจต้องใช้เวลานาน ขณะที่ Pi มีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญและฐานธุรกิจพร้อม โดยมี Relationship Manager และ Investment Consultant มากกว่า 300 ราย ครอบคลุมการลงทุนในหุ้นไทย กองทุนรวม Structured Notes และตราสารหนี้
นอกจากนี้ Pi ยังมีความแข็งแกร่งในธุรกิจอนุพันธ์ โดยติดอันดับ Top 5 ของโบรกเกอร์ใน ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) อย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีความเชี่ยวชาญด้านอนุพันธ์ต่างประเทศ Arbitrage และ Depositary Receipts (DRs)
การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จะเปิดทางให้ Webull นำจุดแข็งด้าน Digital Trading Technology, Data และ Artificial Intelligence (AI) มาผสานกับความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนในประเทศ งานวิจัย และธุรกิจ Wealth Management ของ Pi เพื่อสร้างแพลตฟอร์มการลงทุนที่ครอบคลุมมากขึ้น
สำหรับการรวมธุรกิจ ทั้งสองบริษัทจะยังคงดำเนินงานแยกจากกันในช่วงแรกประมาณ 1 ปี ก่อนทยอยเชื่อมโยงระบบ โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 ปี ในการรวมระบบอย่างเต็มรูปแบบ ตามแผนที่ได้ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
จับมือ ttb–TrueMoney ขยายฐาน Mass Investor
นอกจากการเข้าซื้อ Pi แล้ว Webull ยังเดินหน้าขยายช่องทางการเข้าถึงลูกค้าผ่านพันธมิตรอย่าง ธนาคารทหารไทยธนชาต (ttb) และ TrueMoney เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกัน พร้อมลดต้นทุนในการหาลูกค้าใหม่
โดยความร่วมมือกับ ttb จะมุ่งเน้นกลุ่ม Mass Affluent ขณะที่ TrueMoney จะช่วยขยายฐานไปยังกลุ่มนักลงทุนรายย่อยในวงกว้าง ทั้งสองความร่วมมือจะเปิดให้ลูกค้าสามารถซื้อขายหุ้นสหรัฐฯ ผ่านแอปพลิเคชันของพันธมิตรได้โดยตรง ขณะที่บัญชีหลักทรัพย์ยังอยู่ภายใต้การดูแลของ Webull Thailand
คาดว่าความร่วมมือทั้งสองจะเริ่มเปิดให้บริการในเดือนกันยายน โดย TrueMoney คาดว่าจะเริ่มประมาณวันที่ 9 กันยายน และ ttb จะเปิดตัวในช่วงกลางเดือน
ปัจจุบัน Webull Thailand มีบัญชีที่ผ่านการทำ KYC แล้วมากกว่า 400,000 บัญชี โดยประมาณ 60% เป็นบัญชีที่มีการใช้งาน ขณะที่จำนวนผู้ลงทะเบียนทั้งหมดทะลุ 1 ล้านราย สะท้อนการขยายตัวของฐานนักลงทุนไทยที่ให้ความสนใจตลาดหุ้นต่างประเทศ
ขณะเดียวกัน Webull ยังคงให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้า High Net Worth ผ่านบริการ Webull Prime ซึ่งเจาะกลุ่มนักลงทุนที่มีสินทรัพย์ตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป
นายชลเดชกล่าวว่า บริษัทไม่มีนโยบายเข้าสู่การแข่งขันด้านราคา แม้ปัจจุบันจะมีอัตราค่าคอมมิชชั่นอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับตลาด โดยการซื้อขายหุ้นสหรัฐฯ คิดค่าคอมมิชชั่น 0.1% หรือประมาณ 1,000 บาทต่อมูลค่าการซื้อขาย 1 ล้านบาท ซึ่งมองว่าเป็นระดับที่สามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ Webull เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2567 โดยปัจจุบันรายได้มากกว่า 96% มาจากธุรกิจซื้อขายหุ้นสหรัฐฯ ทำให้การลงทุนในต่างประเทศยังเป็นเครื่องยนต์สำคัญของธุรกิจ ขณะที่การเข้าซื้อ Pi จะเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถและขยายฐานธุรกิจไปสู่ตลาดทุนไทยและ Wealth Management มากขึ้น พร้อมเป้าหมาย AUM แตะ 2 แสนล้านบาทภายในปี 2570
