“เอกนัฏ” ดัน PDP 2026 ชู 3 แกน “สะอาด–มั่นคง–เป็นธรรม” ดันพลังงานสะอาดสูงสุด 89% หนุนพลังงานทดแทนยกระดับรายได้เกษตรกร
Categories : Update News, Energy
Public : 09/09/2026“เอกนัฏ” ดัน PDP 2026 ชู 3 แกน “สะอาด–มั่นคง–เป็นธรรม” ดันพลังงานสะอาดสูงสุด 89% หนุนเปลี่ยนหลังคาบ้านเป็น “โรงไฟฟ้าประชาชน” ตั้งเป้า 10,000 MW ใน 10 ปี เปิดทางประชาชนขายไฟคืนเข้าระบบ–ขยาย Direct PPA รับเศรษฐกิจยุคใหม่ ผลักดันพลังงานชีวมวล ยกระดับรายได้เกษตรกร พร้อมชวนร่วมแสดงความคิดเห็นโค้งสุดท้ายอีก 1 สัปดาห์
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยทิศทางร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ PDP 2026 ในงานสัมมนา The Big Issue: PDP 2026 Energy Green Power “พลิกโฉมพลังงานไทย สู่ฐานการผลิตสีเขียว” จัดโดยฐานเศรษฐกิจ ว่า ประเทศไทยกำลังเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานครั้งสำคัญ ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก
ร่าง PDP 2026 จึงไม่ได้มองเพียงเรื่องการเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้า แต่เป็นการออกแบบโครงสร้างพลังงานใหม่ของประเทศ โดยยึด 3 หลักสำคัญ คือ “สะอาดที่สุด มั่นคงที่สุด และเป็นธรรมที่สุด” เพื่อรองรับทั้งความต้องการใช้ไฟฟ้าของประชาชนและการขยายตัวของภาคเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยุคใหม่ รวมถึงเป้าหมายการมุ่งสู่ Net Zero
เปลี่ยน “ผู้ใช้ไฟ” สู่ “เจ้าของโรงไฟฟ้า”
หนึ่งในแนวคิดสำคัญของ PDP 2026 คือการเปลี่ยนบทบาทของประชาชน จากเดิมที่เป็นเพียงผู้ใช้ไฟฟ้า ให้สามารถก้าวขึ้นมาเป็น ผู้ผลิตไฟฟ้าและเจ้าของโรงไฟฟ้า ผ่านการผลักดัน Solar Rooftop
ในช่วง 10 ปีแรกของแผน จะมีการจัดสรรกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดประมาณ 24,000 เมกะวัตต์ และเตรียมจัดสรรถึง 10,000 เมกะวัตต์ให้กับภาคประชาชน โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนนำพื้นที่บ้านหรือหลังคาที่มีอยู่มาติดตั้งระบบโซลาร์ และสามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินกลับเข้าสู่ระบบได้
ภาครัฐอาจเข้ามาสนับสนุนด้านเงินลงทุนหรือสินเชื่อ ขณะที่การไฟฟ้าจะรับซื้อไฟฟ้าในราคาที่เป็นธรรม เพื่อให้การลงทุนของประชาชนเกิดขึ้นได้จริง
“10,000 เมกะวัตต์จะแบ่งให้กับประชาชน เพราะที่ดินก็มีแล้ว บ้านก็มีแล้ว หลังคาก็มีแล้ว ไม่ต้องไปลงทุนเพิ่มมากเหมือนโซลาร์ฟาร์ม แต่ต้องให้ราคาที่เป็นธรรม” นายเอกนัฏกล่าว
แนวทางดังกล่าวจะทำให้หลังคาบ้านไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ติดตั้งแผงโซลาร์เพื่อช่วยลดค่าไฟ แต่สามารถพัฒนาเป็น “โรงไฟฟ้าประชาชน” ที่สร้างรายได้ให้กับเจ้าของบ้านและช่วยเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าสะอาดเข้าสู่ระบบ
ดันพลังงานสะอาดสูงสุด 89% รับ Net Zero
สำหรับ PDP 2026 เป็นแผนระยะยาว 25 ปี ถึงปี 2050 โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดจากปัจจุบันที่ต่ำกว่า 20% เป็นประมาณ 50% ภายใน 10 ปีแรก และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในระยะถัดไป
ทั้งนี้ ทางเลือกของแผนกำหนดสัดส่วนพลังงานสะอาดในปี 2050 อยู่ในช่วงประมาณ 65–89% โดยเปิดรับเทคโนโลยีพลังงานใหม่ เช่น โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน หรือ CCUS รวมถึงพลังงานความร้อนใต้พิภพ เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเดินหน้าสู่ Net Zero
นายเอกนัฏระบุว่า การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานมีความจำเป็นมากขึ้นจากความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลต่อการขนส่งและราคาเชื้อเพลิงทั่วโลก สะท้อนให้เห็นว่าประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานมากเกินไปย่อมมีความเสี่ยงทั้งด้านต้นทุนค่าครองชีพและต้นทุนการดำเนินธุรกิจ
ปัจจุบันไทยนำเข้าน้ำมันดิบมากกว่า 90% ขณะที่การผลิตไฟฟ้ายังพึ่งพาก๊าซธรรมชาติประมาณ 60% และมี LNG นำเข้าราว 30% ของก๊าซที่ใช้ผลิตไฟฟ้า หากราคาก๊าซในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ย่อมส่งผลต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้าและค่าไฟฟ้าของประเทศโดยตรง
ดังนั้น การเพิ่มสัดส่วนพลังงานแสงอาทิตย์ ลม ชีวมวล และพลังงานสะอาดประเภทอื่น จะช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงนำเข้า และเพิ่มความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้า
ขณะเดียวกัน การส่งเสริมชีวมวลยังช่วยสร้างตลาดให้กับวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ลดการเผาในพื้นที่เกษตร และเพิ่มโอกาสสร้างรายได้กลับไปสู่เกษตรกร
เปิดเกม Direct PPA ขยายตลาดไฟสะอาด
อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญของ PDP 2026 คือการเปิดทางให้ตลาดไฟฟ้าสะอาดมีการแข่งขันมากขึ้นผ่าน Direct PPA หรือการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงระหว่างผู้ผลิตกับผู้ใช้ไฟฟ้า
จากเดิมที่มีการทดลองในรูปแบบ Sandbox สำหรับ Data Center วงเงินกำลังผลิต 2,000 เมกะวัตต์ แนวทางใหม่เตรียมเปิดกว้างมากขึ้น ไม่จำกัดเฉพาะ Data Center และไม่จำกัดเพดานเพียง 2,000 เมกะวัตต์ เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจที่ต้องการใช้ไฟฟ้าสะอาดสามารถเลือกซื้อไฟจากผู้ผลิตได้มากขึ้น
การเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยขยับโครงสร้างตลาดไฟฟ้าจากระบบที่ผู้ผลิตรายใหญ่เป็นผู้มีบทบาทหลัก ไปสู่ระบบที่ ประชาชน ผู้ประกอบการ โรงงาน และภาคธุรกิจสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการผลิตไฟฟ้า โดยการแข่งขันจะต้องพิจารณาทั้งด้านราคา คุณภาพ และความปลอดภัย
Smart Grid–Storage ตัวช่วยสร้างความมั่นคง
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนจะต้องเดินควบคู่กับการยกระดับระบบโครงข่ายไฟฟ้า เนื่องจากพลังงานแสงอาทิตย์และลมมีความผันผวนตามสภาพอากาศ
PDP 2026 จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนา Smart Grid และ Energy Storage เพื่อบริหารจัดการไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานหมุนเวียนให้สามารถเข้าสู่ระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพและรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า
แนวทางดังกล่าวสะท้อนว่า PDP 2026 ไม่ได้เป็นเพียงแผนเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้า แต่เป็นการวางโครงสร้างระบบพลังงานใหม่ทั้งระบบ ตั้งแต่แหล่งผลิต โครงข่าย การกักเก็บพลังงาน ไปจนถึงการเปิดโอกาสให้ประชาชนและภาคธุรกิจเข้ามามีบทบาทมากขึ้น
“แผนครั้งนี้ต้องสะอาดที่สุด มั่นคงที่สุด และเป็นธรรมที่สุด โดยเฉพาะ 10,000 เมกะวัตต์โซลาร์ประชาชน จะเป็นโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมและเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้า ไม่ใช่เพียงเป็นผู้รับภาระค่าไฟเท่านั้น” นายเอกนัฏกล่าว
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานยังเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง PDP 2026 โดยเหลือเวลาอีก 1 สัปดาห์ ก่อนรวบรวมความคิดเห็นจากประชาชน ภาคธุรกิจ และผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อนำไปปรับปรุงร่างแผน ก่อนเสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) พิจารณาและเดินหน้าสู่ขั้นตอนการประกาศใช้ต่อไป
