หุ้นกลุ่มไหนได้/เสีย เงินบาทอ่อนค่า ส่วนต่าง ดอกเบี้ยไทย-สหรัฐ กว้างขึ้นผลักเงินไหลออก คาดกนง.คงดอกเบี้ยยาวถึงปี 70
Categories : Update News, Stock Market
Public : 17/09/2026เปิดมุมมอง นักงิเคราะห์ หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกรอบ 3ปี 0,25% หุ้นกลุ่มไหนได้/เสีย เงินบาทอ่อนค่า ส่วนต่าง ดอกเบี้ยไทย-สหรัฐ กว้างขึ้นผลักเงินไหลออก คาดกนง.คงดอกเบี้ยยาวถึงปี 70
บล ยูโอบี เคย์เฮียน ระว่า ภายหลังเฟดขึ้นดอกเบี้ยว่า ยังคงมีมุมมองว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ไปอย่างน้อยจนถึงสิ้นปี 2570 จากสภาพเศรษฐกิจที่เพิ่งอยู่ในเฟสของการฟื้นตัว ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ-ไทย กว้างมากขึ้น ประกอบกับระดับราคาน้ำมันดิบที่สูง ซึ่งจะกระทบต่อดุลการค้าของไทย เราจึงประเมินว่าค่าเงินบาทมีแนวโน้มที่จะอ่อนค่าขึ้นได้
“ การขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้ ตลาดได้รับรู้สิ่งที่การกระทำ และสัญญาณต่างๆ ของ FOMC ไปเรียบร้อย ส่วน Bond Yield สหรัฐฯ จะปรับลดลงแรง และเร็ว ในช่วงสั้นนี้อาจเป็นไปได้ยาก จากปัจจัยแวดล้อม อาทินโยบายการเงินแบบตึงตัวของ BoJ, หนี้สาธารณะต่อ GDP ที่สูง และราคาน้ำมันดิบที่ยังสูงต่อเนื่อง“
ประเมินว่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่มีแรงเทขายออกมาในช่วงก่อนหน้ามีโอกาสฟื้นตัวกลับมาได้ หลังหมดปัจจัยที่น่ากังวล จึงมีโอกาสที่ตลาดหุ้นไทยอาจมีแรงเทขายจากนักลงทุนต่างชาติในช่วงสั้นๆ เพื่อปรับ Portfolio
ในช่วงที่ตลาดพักฐาน เรามองเป็นโอกาสในการสะสม 1) กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA) ที่ราคาปรับลดลงมามาก จากความกังวลด้านอัตราดอกเบี้ยในช่วงก่อนหน้า และปัจจัยเฉพาะตัวในช่วงสั้น ซึ่งไม่กระทบต่อปัจจัยพื้นฐาน, 2) กลุ่มโรงพยาบาล (BDMS, BH, BCH) และ 3) กลุ่มส่งออก (ITC) จากแนวโน้มค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่อง ส่วนกลุ่มอื่นๆ ที่เรามองว่าน่าสนใจ แต่อาจต้องรอซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว คือกลุ่มสื่อสาร (ADVANC, TRUE) เนื่องจากเรามองว่าราคาที่ปรับลดลง อาจเป็นการขายทำกำไรในช่วงสั้น แต่หากราคาปรับลดลง จะส่งผลให้ Valuation และ Dividend Yield อยู่ในระดับที่ดึงดูดมากขึ้น และเป็นกลุ่มที่ช่วย Balance Portfolio ในช่วงที่มีการปรับฐาน

เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่า - การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ยสหรัฐฯ ไทย กว้างขึ้น อาจ trigger แรงทำกำไรปรับพอร์ตในหุ้นหุ้นขนาดใหญ่ และทำให้เงินบาทระยะสั้นเคลื่อนไหวอ่อนค่า . (+) กลุ่มหุ้นที่ได้ประโยชน์จากบาทอ่อนค่า โดยรวมเป็นหุ้นส่งออก อาทิ TU, ITC, CPF, BTG, GFPT, DELTA, STA . (-) กลุ่มหุ้นกระทบเชิงลบจากบาทอ่อน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนำเข้า ได้แก่ SYNEX, SIS, MRDIYT, MOSHI, DOHOME . (+/-) กลุ่มที่ผสมผสาน คือ โรงไฟฟ้า บวกจาก ผลตอบแทนพันธบัตรช่วงสั้นอาจชะลอลง แต่อาจลบจากเงินกู้สกุลต่างประเทศ มีโอกาสเกิด FX loss ได้ ประกอบกับผ่านไตรมาสที่เป็น high season ของผลประกอบการ รวมถึงตลาดอาจคิดเผื่อความเสี่ยงราคาก๊าซขึ้น อาจกระทบลูกค้า SPP ทำให้อาจฟื้นตัวช่วงสั้นไม่เด่น GULF, BGRIM, GPSC . #UOBKH
