กบข. ผนึกกำลัง 3 พันธมิตร เสริมเกราะป้องกันภัยไซเบอร์สมาชิก 1.2 ล้านราย
Categories : Update News, Finance
Public : 17/09/2026นายศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยภายหลังการลงนามร่วมกับ สถาบันคุ้มครองเงินฝาก,บริษัทโกโกลุก (ประเทศไทย) ผู้ให้บริการ App Whocall และบริษัท NITMX ว่า มิจฉาชีพออนไลน์ มีความซับซ้อนมากขึ้น ความเสียหายกระทบประชากร กบข. จึงได้เร่งสร้างเกราะป้องกันยุคออนไลน์ยกระดับภูมิคุ้มกันทางการเงินให้กับสมาชิก 1.2 ล้านคน ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้ ทาง กบข. ร่วมมือกับ Whocall จะมอบสิทธิ์ Whocall Premium ให้ 1.5 ล้านสิทธิ์ ครอบคลุมสมาชิก กบข. ทั้งหมดกว่า 1.2 ล้านคน เป็นระยะเวลา 6 เดือน
กบข.ให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงทางการเงินให้แก่สมาชิก โดยเฉพาะในยุคที่ภัยมิจฉาชีพออนไลน์และอาชญากรรมทางดิจิทัลมีความซับซ้อนและส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความรู้เท่าทันภัยทุจริตและอาชญากรรมทางดิจิทัล พร้อมยกระดับทักษะด้าน Digital Literacy และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภัย เพื่อลดโอกาสตกเป็นเหยื่อและป้องกันความเสียหายทางการเงิน การดำเนินงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Retirement Academy ที่ กบข. พัฒนาขึ้นเพื่อส่งเสริมความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับสมาชิกในทุกช่วงวัย และขยายการให้ความรู้ในทุกมิติเพื่อให้สมาชิกก้าวสู่วัยเกษียณได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
ทั้งนี้ กลุ่มข้าราชการและผู้สูงอายุที่เกษียณไปแล้วเป็นกลุ่มเป้าหมาย ในการโดนหลอกลวงของมิจฉาชีพ ซึ่งในปีนี้ มีสมาชิก กบข.เกษียณอายุราชการ 1.6 หมื่นคน ซึ่งแต่ละรายจะได้รับเงินจากกบข. เฉลี่ย 1.5 ล้านบาท
นางปิยาภรณ์ โพธิ์กลิ่น รองผู้อำนวยการรักษาการแทน ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก กล่าวว่า สถาบันคุ้มครองเงินฝาก และ กบข. ต่อยอดความร่วมมือจากการให้ความรู้เรื่องการคุ้มครองเงินฝาก สู่การป้องกันภัยทางการเงินเชิงรุก เพื่อให้สมาชิก กบข. รู้เท่าทันการแอบอ้างตรวจสอบข้อมูลก่อนตัดสินใจ
สามารถปกป้องเงินออมที่สะสมมาตลอดชีวิตการทำงาน และมีความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณ โดยขอย้ำว่าผู้ฝากจะได้รับความคุ้มครองเงินฝากทันทีที่เปิดบัญชี โดยไม่ต้องสมัครเพื่อให้ได้รับความคุ้มครอง หากเกิดกรณีสถาบันการเงินถูกเพิกถอนใบอนุญาต สถาบันคุ้มครองเงินฝากจะทำหน้าที่จ่ายเงินคุ้มครองตามจำนวนเงินฝากที่ผู้ฝากมีอยู่จริง ภายใต้วงเงินที่กฎหมายกำหนด
ทั้งนี้ นับตั้งแต่สถาบันเริ่มเก็บข้อมูลจากคนที่โทรเข้ามาหาสถาบัน หรือตั้งแต่ปี 2567 จนถึงปัจจุบัน มีคนติดต่อเข้ามาทางสถาบันว่าถูกมิจฉาชีพโทรมาหลอกลวงโดยอ้างชื่อสถาบันรวม 270 คดีในจำนวนนี้เป็นคดีที่สูญเสียเงิน 24 คดี ซึ่งมีตั้งแต่การสูญเสียน้อยคือ 500 บาท จนถึง 4 แสนบาท/ราย
นายแมนวู จู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกโกลุก (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในฐานะแอปพลิเคชันระบุสายเรียกเข้าและป้องกันมิจฉาชีพที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในประเทศไทย Whoscall ตระหนักดีถึงบทบาทสำคัญของเทคโนโลยีในการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ ทุกวันนี้กลโกงออนไลน์พัฒนาไปเร็วกว่าที่หลายคนตามทัน มิจฉาชีพไม่ได้เป็นแค่คนร้ายที่มีโทรศัพท์เครื่องเดียวอีกต่อไป แต่กลายเป็นเครือข่ายระดับอุตสาหกรรมที่นำ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์เหยื่อ ใช้คอลเซ็นเตอร์ระดับมืออาชีพ ส่ง SMS หลอกลวงจำนวนมาก และแฝงตัวอยู่บนโซเชียลมีเดียในรูปแบบที่แนบเนียนขึ้นเรื่อย ๆ จากข้อมูลในรายงานประจำปีของเราพบว่า หมายเลขมิจฉาชีพเพียงหมายเลขเดียวสามารถโทรออกได้มากกว่า 800,000 ครั้ง ซึ่งเป็นปริมาณที่เป็นไปไม่ได้เลยหากทำด้วยมือ แต่เกิดขึ้นได้จากระบบโทรอัตโนมัติและอุปกรณ์ระดับคอลเซ็นเตอร์มืออาชีพเท่านั้น สิ่งที่ Whoscall ทำได้คือนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยคัดกรองและแจ้งเตือนความเสี่ยงให้ผู้ใช้งานรู้ทันก่อนตกเป็นเหยื่อ ความร่วมมือกับ กบข. ในครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยส่งต่อทั้งเครื่องมือป้องกันมิจฉาชีพอย่าง Whoscall Premium Basic จำนวน 1.5 ล้านโค้ดและองค์ความรู้ไปถึงสมาชิกกว่า 1.2 ล้านคนได้อย่างแท้จริง
ความร่วมมือกับ กบข. ในครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยส่งต่อทั้งเครื่องมือป้องกันมิจฉาชีพซึ่งทาง Whocall พบว่าในช่วง 10 เดือนแรกมีมูลค่าความเสียหายจากการโดนมิจฉาชีพออนไลน์หลอกลวงคิดเป็นมูลต่ารวม 3.15 พันล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 28 % ของมูลค่าความเสียหายของทั้งหมด นอกจากนี้ยังพบว่า SMS คิดภัยร้ายแรง ที่มิจฉาชีพหลอกลวงประชาชนได้มากกว่า 38 ล้านครั้งต่อปี
