เมืองไทยประกันชีวิตยกระดับ Longevity Ecosystem ครั้งสำคัญเปิดตัว “Muang Thai Flexi Retire Series” แบบประกันบำนาญยุคใหม่ยืดหยุ่นและออกแบบได้ในทุกความเป็นคุณ

Categories : Update News, Insurance

Public : 22/09/2026

 

เมืองไทยประกันชีวิต เดินหน้าสร้างประสบการณ์ใหม่ครั้งสำคัญ ตอกย้ำจุดยืนการเป็นพันธมิตรดูแลลูกค้าตลอดช่วงชีวิต ประกาศยกระดับ Longevity Ecosystem ครบวงจร รับสังคมสูงวัยระดับสุดยอด พร้อมเปิดตัว “Muang Thai Flexi Retire Series” ประกันบำนาญยุคใหม่ ตัวช่วยวางแผนเกษียณที่ยืดหยุ่นได้ในทุกความเป็นคุณ และจับมือพันธมิตรด้าน Senior Living และNursing Home              ทั่วประเทศ เพื่อมุ่งสร้างชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพให้แก่คนไทย 

 

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากโครงสร้างประชากร ทั้งการลดลงของวัยแรงงาน รวมถึงความเสี่ยงด้านเงินออมที่ไม่เพียงพอหลังเกษียณและค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้น เมืองไทยประกันชีวิต ในฐานะองค์กรที่เคียงข้างสังคมไทยมาตลอด 75 ปี จึงมุ่งขยายบทบาทจากการให้ความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ สู่การขับเคลื่อนLongevity Ecosystem อย่างเต็มรูปแบบ โดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางในการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการ มุ่งเน้นการสร้างความสมดุลใน 3 มิติสำคัญ เพื่อให้การมีอายุที่ยืนยาวเป็นชีวิตที่มีคุณภาพและพึ่งพาตนเองได้ ได้แก่ การมีช่วงชีวิตที่ยืนยาวขึ้น (Lifespan) การส่งเสริมให้มีสุขภาพที่แข็งแรงยาวนานขึ้น (Healthspan) และการมีความมั่นคงทางการเงินที่เพียงพอตลอดชีวิต (Wealthspan)

“ จากข้อมูล ประชากรไทยประมาณ 30% ยังไม่มีแผนหรือระบบการออมเพื่อรองรับวัยเกษียณ ขณะที่กว่า 60% มีเงินออมสะสมน้อยกว่า 200,000 บาท สะท้อนช่องว่างการออมเพื่อการเกษียณ หรือ Retirement Gap ที่ยังอยู่ในระดับสูง

สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรและรูปแบบการทำงาน ขณะที่ค่าใช้จ่ายหลังเกษียณมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ ดังนั้น การวางแผนเกษียณจึงจำเป็นต้องพิจารณาทั้งเรื่อง เงินออม รายได้หลังเกษียณ และสุขภาพ ควบคู่กัน“

ทั้งนี้ เพื่อตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นและลงมือทำจริงในการตอบรับโลกยุคใหม่ ล่าสุดบริษัทฯ ได้เปิดตัว       “Muang Thai Flexi Retire Series” แบบประกันบำนาญที่ออกแบบมาให้ยืดหยุ่นสูง เพื่อให้ลูกค้าสามารถวางแผนการเกษียณได้ตามไลฟ์สไตล์ของตนเอง ควบคู่ไปกับการผนึกกำลังร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรด้านการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยระยะพักฟื้น (Senior Living และ Nursing Home) ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อส่งมอบ       การดูแลที่ครบวงจรตั้งแต่การวางแผนทางการเงินไปจนถึงการบริการด้านสุขภาพ ตอกย้ำจุดยืนในการเป็นพันธมิตรที่ช่วยดูแลลูกค้าตลอดช่วงชีวิต และตอบโจทย์การมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ (Longevity is       a Trend)

 

โดย “Muang Thai Flexi Retire Series” ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ของแบบประกันบำนาญ ที่ถูกยกระดับให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น และถูกออกแบบให้เป็นหนึ่งในตัวช่วยวางแผนอนาคตเพื่อชีวิตที่ยืนยาวได้เป็นอย่างดี เลือกได้ว่าจะจ่ายเบี้ยประกันแบบไหน จ่ายครั้งเดียว จ่ายสั้น 5 ปี หรือจ่ายสบาย ๆ จนถึงอายุที่กำหนดครบอายุ 55 60 หรือ 65 ปี  เลือกได้ว่าจะรับเงินบำนาญตอนไหน ตอนครบอายุ 55 60 65 หรือ 70 ปี หากเลือกไปแล้วเปลี่ยนใจก็สามารถปรับเปลี่ยนแผนเกษียณได้ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยเพิ่มเติม ไม่ต้องมีการพิจารณารับประกันภัยใหม่ เลือกได้ว่าอยากรับประกันบำนาญแบบไหน แบบรายปี หรือรายเดือน  หมดกังวลเรื่องเงินเฟ้อพร้อมรับเงินบำนาญสูงขึ้นแบบขั้นบันไดตามช่วงอายุ หรือสามารถเลือกรับเงินบำนาญงวดแรกเป็นเงินก้อน 30% และใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท  หมดกังวลเรื่องปัญหาสุขภาพเพราะเป็นแบบประกันภัยที่สามารถพิจารณารับประกันภัยแบบการันตีไม่ตรวจสุขภาพ  

สำหรับแบบประกันภัย Muang Thai Flexi Retire Series ประกอบด้วยเฟล็กซี่ รีไทร์ โปร 90/1” ดี 55, 60, 65, 70 (บำนาญแบบลดหย่อนได้) หรือเฟล็กซี่ รีไทร์ เน็กซ์ 90/1” ดี 55, 60, 65, 70 (บำนาญแบบลดหย่อนได้) จ่ายเบี้ยครั้งเดียวเลือกออกแบบการรับเงินบำนาญได้ตามไลฟ์สไตล์   เฟล็กซี่ รีไทร์ 90/5”    ดี 55, 60, 65  บำนาญปรับได้ตามใจเลือกออกแบบการรับเงินบำนาญได้ตามไลฟ์สไตล์ เฟล็กซี่ รีไทร์ 9055, 9060, 9065 (บำนาญแบบลดหย่อนได้) เริ่มขายตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569

 

นายสาระ กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อเป็นการสร้าง Longevity Ecosystem ที่ครบวงจรมากยิ่งขึ้น เมืองไทยประกันชีวิต ยังได้ขยายเครือข่ายพันธมิตร Senior Ecosystem ในการดูแลกลุ่มผู้สูงอายุที่ครอบคลุมทุกรูปแบบการใช้ชีวิตอย่างเข้าใจ เข้าถึง และเติมเต็มชีวิตให้มีความอุ่นใจ มีคุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น พร้อมผนึกกำลังกับพันธมิตรด้านการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยระยะพักฟื้น (Senior Living และ Nursing Home) จำนวน 44 แห่งครอบคลุมทั่วประเทศ ในการร่วมยกระดับคุณภาพชีวิตสำหรับสังคมผู้สูงวัย โดยผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัยบำนาญของเมืองไทยประกันชีวิต ในกรณีที่เข้าใช้บริการบ้านพักผู้สูงอายุ สามารถแจ้งความประสงค์ให้จ่ายเงินบำนาญให้กับสถานบริการบ้านผู้สูงอายุที่เป็นเครือข่ายพันธมิตรได้โดยตรง พร้อมเตรียมขยายสิทธิดังกล่าวไปยังผู้ถือกรมธรรม์สะสมทรัพย์เร็วๆ นี้  

 

นอกจากนี้ ลูกค้าของเมืองไทยประกันชีวิต ยังได้รับสิทธิพิเศษและบริการที่หลากหลายจากพันธมิตร ครอบคลุมทั้ง โครงการที่อยู่อาศัยแนวคิดใหม่เพื่อผู้สูงวัยที่ยังกระฉับกระเฉง แต่ต้องการสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพและสะดวกสบาย รวมถึงที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัย และผู้ป่วยที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง โดยทีมพยาบาลและผู้ดูแลมืออาชีพ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกและการดูแลด้านสุขภาพอย่างครบครัน บริการรถรับ-ส่งพร้อมผู้ดูแล สำหรับผู้สูงวัย ผู้ป่วย และผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ ไปพบแพทย์ เดินทางสะดวก ปลอดภัย อุ่นใจทุกเส้นทางด้วยทีมดูแลมืออาชีพ และโรงพยาบาลดูแลผู้ป่วยระยะท้าย เน้นการบรรเทาอาการเจ็บป่วยให้สบายใจใกล้ชิดครอบครัว 

  

เมืองไทยประกันชีวิตยังคงยึดมั่นในการยกระดับองค์กร เพื่อตอบโจทย์ความมั่นคงทางการเงินและสุขภาพของลูกค้าในทุกช่วงชีวิต การขับเคลื่อน Longevity Ecosystem ควบคู่กับการเปิดตัว Muang Thai Flexi Retire Series และการผนึกกำลังกับพันธมิตรที่ครอบคลุมในครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการ แต่คือเจตนารมณ์อันมุ่งมั่นในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการวางแผนเกษียณที่แข็งแกร่ง เพื่อยืนหยัดเป็นหลักประกันอันมั่นคง และร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยสู่การมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนในทุกยุคสมัย" นายสาระ กล่าว

ปลดล็อกเงินออมสู่ Home Care

นายปาณัท สุทธินนท์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จํากัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันบำนาญทั้งแบบเดิมและแบบใหม่ เพื่อเปิดทางให้ผู้เอาประกันภัยสามารถแสดงเจตนารมณ์ล่วงหน้าในการนำเงินบำนาญหรือเงินออมไปใช้กับบริการดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิง เช่น Home Care, Nursing Home และ Senior Living ได้โดยตรง

แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายให้เงินจากกรมธรรม์สามารถนำมาใช้เพื่อดูแลคุณภาพชีวิตของผู้เอาประกันตามเจตนารมณ์ที่กำหนดไว้ ลดภาระของครอบครัว และ เพิ่มทางเลือกในการจัดการชีวิตหลังเกษียณ โดยเฉพาะในช่วงที่ผู้สูงอายุจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ บริษัทคาดไตรมาส 1 ปี 2570 มีแผนขยายแนวทางดังกล่าวไปยังกลุ่มแบบประกันสะสมทรัพย์ หรือ Endowment ซึ่งถือเป็นหนึ่งในพอร์ตธุรกิจขนาดใหญ่ของบริษัท โดยมีมูลค่าประมาณ 40,000-50,000 ล้านบาท เพื่อเปิดโอกาสให้เงินออมจากกรมธรรม์สามารถนำมาใช้สนับสนุนการดูแลผู้เอาประกันในช่วงที่มีความจำเป็น

นางสาวนิรัตน์ บูชาสุข รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จํากัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้พัฒนาเครือข่าย Smile Nursing Home Network ปัจจุบันครอบคลุมสถานดูแลผู้สูงอายุกว่า 44 แห่งในหลายพื้นที่ ทั้งกรุงเทพฯ ปริมณฑล เชียงใหม่ ขอนแก่น และ สงขลา โดยมีทีมแพทย์ของบริษัทเข้าประเมินมาตรฐานสถานบริการ ทั้งด้านความสะอาด คุณภาพการให้บริการ และมาตรฐานการดูแลเป็นประจำทุกปี