ไทยผงาดแชมป์อาเซียน ยอดขายรถ EV พุ่ง 47% แตะ 2.06 แสนคัน
Categories : Update News
Public : 25/09/2026PwC เผยตลาดยานยนต์พลังงานไฟฟ้าไทย (xEV) ครึ่งแรกปี 2569 ขึ้นแท่นอันดับ 1 ในอาเซียน-6 ยอดขาย 206,000 คัน เพิ่มขึ้น 47% จากปีก่อน สูงกว่าเวียดนาม 127,000 คัน และอินโดนีเซีย 114,000 คัน ขณะที่สัดส่วน xEV ต่อยอดขายรถยนต์รวมของไทยเพิ่มเป็น 53% จาก 32% ในครึ่งแรกปี 2567
รายงาน Overview of the ASEAN-6 automotive market: 6th market snapshot ระบุว่า ยอดขาย BEV ในไทยเพิ่มขึ้นราว 84% สะท้อนความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่ขยายตัวต่อเนื่อง จากจำนวนรุ่นรถที่เพิ่มขึ้น โครงสร้างพื้นฐานชาร์จที่ขยายตัว และความสนใจด้านพลังงานสะอาด ขณะที่ยอดขายรถยนต์รวมไทยครึ่งแรกปี 2569 เพิ่มขึ้น 15%
PwC มองว่า ไทยยังมีศักยภาพรักษาฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์อาเซียน แต่โจทย์สำคัญคือการเพิ่ม “มูลค่าในประเทศ” โดยเฉพาะแบตเตอรี่ อิเล็กทรอนิกส์ ซอฟต์แวร์ และวิศวกรรมขั้นสูง ควบคู่การพัฒนาบุคลากรและระบบนิเวศนวัตกรรม
ขณะเดียวกัน การแข่งขันรุนแรงขึ้น โดยแบรนด์รถยนต์จีนมีส่วนแบ่งตลาดอาเซียน-6 เพิ่มเป็น 16% ในครึ่งแรกปี 2569 จากราว 11% ในปี 2568 ทำให้ผู้ประกอบการไทยต้องเร่งยกระดับผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และห่วงโซ่อุปทานในประเทศ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต
นายสตีฟ หยาง หัวหน้ากลุ่มลูกค้าธุรกิจยานยนต์ บริษัท PwC ประเทศไทย กล่าวว่า “การเติบโตอย่างรวดเร็วของการใช้ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของพฤติกรรมผู้บริโภค โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากรุ่นรถที่หลากหลายขึ้น ความผันผวนของราคาพลังงาน และความตระหนักด้านความยั่งยืนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทำให้รถยนต์ BEV และ HEV เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์การใช้งานได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเติบโตในระยะต่อไปจะขึ้นอยู่กับความสามารถของไทยในการเสริมสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าให้แข็งแกร่ง พร้อมเพิ่มสัดส่วนกิจกรรมในห่วงโซ่มูลค่าที่ดำเนินการภายในประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ”
ทั้งนี้ ยอดขายรถยนต์รวม (total industry volume: TIV) ของประเทศไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้น 15% ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ในภูมิภาคที่ขับเคลื่อนด้วยการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า การลงทุนใหม่ ๆ และการแข่งขันที่ทวีความเข้มข้นขึ้น ขณะที่ยอดขายรถยนต์รวมในกลุ่มอาเซียน-6 เพิ่มขึ้น 11% โดยเวียดนาม อินโดนีเซีย และไทยเป็นตลาดหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโต
“ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการรักษาความเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ในอาเซียน ด้วยปัจจัยสนับสนุนจากเครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วนที่แข็งแกร่ง ความสามารถด้านการส่งออก มาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ ตลอดจนการลงทุนอย่างต่อเนื่องจากทั้งผู้ผลิตรายเดิมและผู้ประกอบการรายใหม่ อย่างไรก็ตาม ในอนาคต ความเป็นผู้นำจะไม่ได้วัดจากปริมาณการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่จะขึ้นอยู่กับความสามารถของไทยในการเพิ่มสัดส่วนกิจกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น การผลิตแบตเตอรี่ อิเล็กทรอนิกส์ ซอฟต์แวร์ และงานวิศวกรรมขั้นสูง ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรและระบบนิเวศด้านนวัตกรรมที่จำเป็นสำหรับยานยนต์แห่งอนาคต” นายสตีฟ กล่าว
