เอกนิติ เสนอแผน 14 สภาพัฒน์ ต้องเร่งแก้ 4 โจทย์ใหญ่ ปฎิรูปเศรษฐกิจ จาก  “Idea เป็น I do”

Categories : Update News, Finance

Public : 30/09/2026

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ( รมว.คลัง )  กล่าวในงานประจำปีสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. “แผน 14: เปลี่ยนไทยให้ไปไกลกว่าเดิม Thailand’s Next Agenda” ว่า ไทยยังมีโอกาสเป็นฐานการลงทุนในห่วงโซ่อุปทานใหม่ แต่ต้องใช้ความร่วมมือจากภาครัฐ–เอกชน ผ่านกลไกคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน หรือ กรอ.

พร้อมต้องเร่งผลักดัน 7 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ เกษตรอัจฉริยะ แปรรูปอาหาร อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ EV การแพทย์และ Wellness การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อกระจายมูลค่าเพิ่มไปยัง SMEs และแรงงานทั่วประเทศ

โดยเห็นว่า ในแผน 14  ต้องกำหนดเป้าหมายให้ชัด วัดผลได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว จัดลำดับความสำคัญ และบูรณาการการทำงานของหน่วยงานให้เกิดผลจริง โดยเปลี่ยนแผนพัฒนาฯ จาก “Idea เป็น I do” เพื่อให้การปฏิรูปเศรษฐกิจเกิดขึ้นในทางปฏิบัติ

   

   

สำหรับโจทย์ใหญ่เศรษฐกิจไทย มี 4 เรื่อง ได้แก่ การเติบโตทางเศรษฐกิจ เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ , การกระจายรายได้ ปัญหาสังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องเร่งแก้เพื่อพาประเทศกลับสู่เส้นทางการเติบโต

สิ่งที่รัฐบาล ต้องทำคือการเร่งยกระดับการลงทุนในเทคโนโลยี นวัตกรรม และ AI  พร้อมกับการพัฒนาทักษะแรงงานรองรับตลาดงานคุณภาพสูงเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและสร้างการเติบโตระยะยาว

ด้านเสถียรภาพ แม้ทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งถึง 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่โจทย์สำคัญอยู่ที่ วินัยและฐานะการคลัง  การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนและการเข้าถึงแหล่งทุนของ SMEs

ส่วนปัญหาการกระจายรายได้ พบว่า “โตกระจุก จนกระจาย” ประชากรรายได้สูงสุด 20% ถือครองส่วนแบ่งรายได้ราว 50% ขณะที่กลุ่มรายได้ต่ำสุด 20% มีส่วนแบ่งไม่ถึง 5% จึงต้องเร่งลงทุนในทุนมนุษย์ พัฒนาทักษะใหม่ และนำ AI มาช่วยเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการรายย่อยและฐานราก พร้อมเชื่อมการผลิตบุคลากรของภาคการศึกษากับความต้องการของภาคธุรกิจ

ด้านสิ่งแวดล้อม ไทยต้องรับมือทั้งภัยแล้ง น้ำท่วม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเร่งลงทุนระบบบริหารจัดการน้ำและเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ลดการพึ่งพาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ พร้อมส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงาน