UFARM ดึง Butterbear ขยายฐานลูกค้า วางกลยุทธ์ Lifestyle Collaboration ชูจุดแข็งอาหารเพื่อสุขภาพเชิงป้องกัน

Categories : Update News, PR News

Public : 05/10/2026
UFARM ดึง Butterbear ขยายฐานลูกค้า
วางกลยุทธ์ Lifestyle Collaboration ชูจุดแข็งอาหารเพื่อสุขภาพเชิงป้องกัน
 
แบรนด์ UFARM (ยู ฟาร์ม) ในกลุ่มบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ชูจุดแข็งอาหารเพื่อสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Health) วางกลยุทธ์ Lifestyle Collaboration พร้อมจับมือ Butterbear เปิดตัวงานวิ่ง “UFARM x Butterbear OMEGA 3 หมูหมี Run” ดึงพลังคาแรกเตอร์ที่สนุกและสดใส มาขยายฐาน UFARM ไปยังกลุ่มมัมหมีและผู้บริโภคกลุ่มใหม่กับกิจกรรมเชิง Active Lifestyle ก่อนเดินหน้ายกระดับภาพ UFARM สู่แบรนด์อาหารสุขภาพระดับซูเปอร์พรีเมียมที่เข้าไปมีบทบาทในคอมมูนิตี้ของผู้บริโภคให้กว้างขึ้น
นางสาวอนรรฆวี ชูรัตน์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานการตลาดกลาง ซีพีเอฟ กล่าวว่า “วันนี้ผู้บริโภคไม่ได้ต้องการเพียง Lifespan หรือการมีอายุที่ยืนยาว แต่ยังให้ความสำคัญกับ Healthspan ที่เน้นการมีสุขภาพดีให้นานที่สุดด้วย การแข่งขันในตลาดอาหารหลังจากนี้จึงไม่ได้อยู่แค่ที่ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ แต่ยังรวมไปถึงการใช้นวัตกรรมยกระดับคุณค่าทางโภชนาการ และทำให้ประโยชน์ด้านสุขภาพเข้าถึงผู้บริโภคได้จริง เราจึงตั้งใจทำให้อาหารเพื่อสุขภาพเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้นผ่านไลฟ์สไตล์อีเวนต์ที่ชวนให้ทุกคนหันมาดูแลสุขภาพรอบด้าน ตั้งแต่การออกกำลังกายไปจนถึงการเลือกอาหารในแต่ละวัน พร้อมทำให้ผลิตภัณฑ์สำหรับคนรักสุขภาพของ UFARM อย่างหมูชีวา ไก่เบญจา และไข่ไก่เบญจา เข้าถึงผู้คนทุกวัยมากขึ้นผ่านกิจกรรมนี้”
นางสาวอนรรฆวี ชี้เพิ่มเติมว่าการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความแตกต่างเพื่อวาง Positioning ของ UFARM ในตลาดอาหารเพื่อสุขภาพระดับซูเปอร์พรีเมียมให้ชัดเจนขึ้น ซึ่งเริ่มต้นจากโจทย์ว่าจะทำอย่างไรให้ผู้บริโภคได้รับโภชนาการที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนวิถีการกิน โดย UFARM ใช้เวลากว่า 5 ปี พัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 ชนิดให้มีโอเมก้า 3 จากอาหารธรรมชาติ ได้แก่ หมูชีวาที่เลี้ยงด้วยเมล็ดแฟลกซ์ น้ำมันปลา และสาหร่ายทะเลลึก ไก่เบญจาโปรตีนสูงที่เลี้ยงด้วยข้าวกล้องและเมล็ดแฟลกซ์ และไข่ไก่เบญจาที่มีโอเมก้า 3 มากกว่าไข่ไก่ที่เลี้ยงด้วยอาหารสูตรปกติ 5 เท่า
อย่างไรก็ตาม ในตลาดที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับข้อมูลและการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์มากขึ้น ทำให้ UFARM เดินหน้าต่อยอดการวิจัยร่วมกับคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อศึกษาผลของการบริโภคเนื้อหมูที่มีโอเมก้า 3 ในกลุ่มอาสาสมัคร ผ่านการควบคุมอาหารของกลุ่มตัวอย่างทุกมื้อเป็นเวลา 8 สัปดาห์ แล้วเปรียบเทียบกลุ่มที่รับประทานเนื้อหมูที่มีโอเมก้า 3 กับกลุ่มที่รับประทานเนื้อหมูทั่วไป โดยผลพบว่า กลุ่มที่รับประทานเนื้อหมูที่มีโอเมก้า 3 มีค่าไตรกลีเซอไรด์เฉลี่ยลดลงประมาณ 13% และค่าการอักเสบ (TNF-Alpha) ลดลงถึง 61% อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สะท้อนการสร้างความน่าเชื่อถือด้วยข้อมูลเชิงวิชาการ เพื่อยกระดับการรับรู้เรื่องโภชนาการเชิงป้องกันในกลุ่มผู้บริโภค
“ในระยะต่อไป UFARM จะมุ่งให้ความสำคัญกับการสื่อสารให้ผู้บริโภครู้จักทางเลือกด้านโภชนาการที่หลากหลายและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ทั้งด้านความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ต่างๆ ไปจนถึงการขยายตลาดทั้ง B2B และ B2C เป้าหมายของเราคือการทำให้ UFARM เข้าไปอยู่ในทุกโอกาสการรับประทาน ตั้งแต่มื้อที่ผู้บริโภคปรุงเองที่บ้าน มื้ออาหารนอกบ้าน ไปจนถึงกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ความร่วมมือกับ Butterbear จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นของการพาแบรนด์ไปเชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์และคอมมูนิตี้ใหม่ๆ เพื่อสร้างประสบการณ์ให้ผู้บริโภคเชื่อมโยงกลับมายังแบรนด์ได้อย่างสดใหม่มากขึ้น” นางสาวอนรรฆวี กล่าวเสริม
ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของ UFARM ในการนำเรื่องโภชนาการเชิงป้องกัน โดยเฉพาะความสำคัญของโอเมก้า 3 มาถ่ายทอดเชิงไลฟ์สไตล์ที่สนุกและเข้าถึงง่าย โดยมี Butterbear พร้อม “เดอะแก๊ง” ตัวแทนจาก UFARM ได้แก่ หมูชีวา ไก่เบญจา และไข่ไก่เบญจา เป็นกลไกสำคัญในการเล่าเรื่องสุขภาพ พร้อมต่อยอดจากเทรนด์การออกกำลังกายที่ได้รับความสนใจมากขึ้นในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ผ่านการจัดงานวิ่ง “UFARM x Butterbear OMEGA 3 หมูหมี Run” และเพลงพิเศษของ UFARM ซึ่งจัดทำขึ้นโดยเฉพาะ ตอกย้ำทิศทางของแบรนด์ในการทำให้อาหารเพื่อสุขภาพเป็นส่วนหนึ่งของ Active Lifestyle และชีวิตประจำวัน