คริสตาลินา” กรรมการผู้จัดการ IMF ชี้โลกเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งสงคราม หนี้สูง และ AI คาดเศรษฐกิจโลกปี 69 โต 3.1% พร้อมยกพระบรมราโชวาทในหลวง ร.9 กลางเวทีประชุม IMF-World Bank 2026 ชูหลักความเพียร ความอดทน และความร่วมมือของ 191 ประเทศสมาชิก ฝ่าความท้าทายเศรษฐกิจโลก
Categories : Update News, Economy
Public : 16/10/2026คริสตาลินา” กรรมการผู้จัดการ IMF ชี้โลกเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งสงคราม หนี้สูง และ AI คาดเศรษฐกิจโลกปี 69 โต 3.1% พร้อมยกพระบรมราโชวาทในหลวง ร.9 กลางเวทีประชุม IMF-World Bank 2026 ชูหลักความเพียร ความอดทน และความร่วมมือของ 191 ประเทศสมาชิก ฝ่าความท้าทายเศรษฐกิจโลก

นางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดเผยในเวทีประชุม IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ว่า แม้เศรษฐกิจโลกยังคงแสดงความยืดหยุ่น โดยคาดว่าจะขยายตัว 3.1% ในปี 2569 ใกล้เคียงกับประมาณการเดิม แต่เมื่อพิจารณาในรายละเอียดพบว่า แนวโน้มเศรษฐกิจระหว่างประเทศมีความแตกต่างกันมากขึ้น โดยประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสงครามมีแนวโน้มการเติบโตลดลง ขณะที่ประเทศซึ่งเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานด้าน AI ได้รับแรงหนุนจากการลงทุนและความต้องการเทคโนโลยี
ขณะเดียวกัน ภาระหนี้สาธารณะและอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูงกำลังจำกัดพื้นที่ทางการคลังของหลายประเทศ ส่งผลให้รัฐบาลมีความสามารถในการรองรับวิกฤตลดลง ขณะที่ต้นทุนการกู้ยืมของทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเพิ่มขึ้นตามภาวะตลาดพันธบัตรโลก
การเติบโตทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะทำให้ภาระหนี้ลดลง ประเทศต่าง ๆ จำเป็นต้องจัดทำแผนการคลังระยะปานกลางที่มีความน่าเชื่อถือ รักษาเสถียรภาพราคา และเร่งปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มผลิตภาพ ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี
สำหรับ AI แม้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างโอกาสใหม่และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจโลก แต่ก็มีความเสี่ยงที่ประเทศต่าง ๆ ต้องเตรียมรับมือ ทั้งผลกระทบต่อการจ้างงานของคนรุ่นใหม่ การเปลี่ยนแปลงฐานภาษี ความผันผวนในตลาดการเงิน และภัยคุกคามทางไซเบอร์
ดังนั้น แต่ละประเทศจำเป็นต้องพัฒนานโยบายและระบบรองรับให้เหมาะสมกับบริบทของตนเอง เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่างเต็มที่ พร้อมลดความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสังคม
อัญเชิญพระบรมราโชวาท ร.9 ย้ำความเพียร-ร่วมมือ 191 ประเทศ
ในช่วงท้ายของการกล่าวบนเวที ได้อัญเชิญพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งมีใจความสำคัญว่า ประโยชน์และความสำเร็จอันดีงามไม่ได้เกิดขึ้นโดยลำพัง แต่ต้องอาศัยการปลูกฝัง สั่งสม และเสริมสร้างให้มั่นคงขึ้นตามลำดับ โดยต้องใช้เวลา ความเพียร และความต่อเนื่อง
หลักการดังกล่าวเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานร่วมกันเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยต้องอาศัยทั้งความอดทนและความร่วมมือจากประเทศสมาชิก IMF ทั้ง 191 ประเทศ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน
ทั้งนี้ สารสำคัญจากเวทีดังกล่าวสะท้อนว่า ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่เผชิญความผันผวนจากสงคราม หนี้สาธารณะ และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ความร่วมมือระหว่างประเทศและการดำเนินนโยบายอย่างต่อเนื่องยังเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และทำให้ผลประโยชน์จากการเติบโตส่งต่อถึงประชาชนได้อย่างยั่งยืน
พร้อมกล่าวถึงเรือพระที่นั่งจำลองที่จัดแสดงภายในงาน ซึ่งสะท้อนความงดงามของศิลปวัฒนธรรมไทย และเป็นภาพเตือนใจว่าทุกประเทศกำลังเผชิญความท้าทายร่วมกัน เสมือนอยู่บนเรือลำเดียวกัน
" อยากจะขอเชื่อมโยงภาพดังกล่าวกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่กำลังเผชิญแรงกระเพื่อมจากหลายด้าน ทั้งเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สงครามที่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน ราคาพลังงาน ภาระหนี้สาธารณะ และต้นทุนทางการเงินที่อยู่ในระดับสูง "
