หุ้น“ไอพีโอ” ซึมยาวๆๆๆ ติดหล่มสภาพคล่องหดหาย เศรษฐกิจหด-ภาพรวมตลาดไม่ดี นักลวทันขาดเชื่อมั่น !!! 3กลุ่มนักลงทุนหนักหมดแรง!! แม้นักลงทุยสถาบันยังหมุนเงิน ในการลงทุน จากอดีต การลงทุนคือกรบริหารเงิน!! ตลท.-ก.ล.ต. เร่งปรับกระบวนการ IPO เร็วขึ้น หวังดึงบจ.ใหญ่กลับคืนตลาดหุ้นไท
Categories : Update News, Stock Market
Public : 15/12/2025หุ้น“ไอพีโอ” ซึมยาวๆๆๆ ติดหล่มสภาพคล่องหดหาย เศรษฐกิจหด-ภาพรวมตลาดไม่ดี นักลวทันขาดเชื่อมั่น !!! 3กลุ่มนักลงทุนหลัด หมดแรง!! แม้นักลงทุนสถาบันยังหมุนเงิน ในการลงทุน จากอดีต การลงทุนคือการบริหารเงิน!! ตลท.-ก.ล.ต. เร่งปรับกระบวนการ IPO เร็วขึ้น หวังดึงบจ.ใหญ่กลับคืนตลาดหุ้นไทย
ตลาดหุ้น“ไอพีโอ ”ยังอยู่ในภาวะโคม่า มองไปข้างหน้า ยังไร้วี่แววฟื้น ปีหน้าเต็มที่ มีแค่ 5 บริษัท ผลกระทบใหญ่ จากภาวะขาดสภาพคล่อง !! จากทุกๆปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งเศรษฐกิจโตต่ำ 1.9% ภาพรวมตลาด#หุ้นไม่สดใส# ต่างชาติยังขายหุ้นต่อเนื่อง 5 ปีกว่า 5แสนล้าน!! #นักลงทุนหลัก3กลุ่ม สถาบัน รายย่อย ต่างชาติ ยังเท่าๆเดิม ขณะที่ทุกวันนี้ ยังเห็นภาพ นักลงทุนสถาบัน ที่จะลงทุนหุ้นใหม่ๆก็จะต้องขยับหรือ ตัดหุ้นที่!ลงอยู่ก่อนออก เพื่อลงทุน ต่างจากอดีต ที่การลงทุน คือการบริหารเงินและสภาพคล่อง !! และก็ไม่มั่นใจว่าการโยกสลับหุ้น จะมีผลตอบแทน หรือ เจอภาวะขาดทุนซ้ำซ้อน!!
ขณะที่การตั้งราคา ขบวนการขายทุกอย่างเป็นไปขั้น เกณฑ์ปกติ ทั้งหมด ไม่ได้ตั้งแพงไป การดิสเคาม์ก็เกิดขึ้น ตามขั้นตอนและความต้องการซื้อของนักลงทุนที่อยากจ่าย
ส่วนคำถามเมื่อหุ้นเข้าตลาดมาแล้ว ทำไม เจ้าของไม่ดูแลหุ้น ซึ่งหน้าที่เจ้าของคือการทำให้ธุรกิจเติบโต ส่วนเรื่องราคาให้เป็นไปตามตลาด
การจ่ายปันผลก่อนหุ้นเข้าเทรดก็ไม่ผิดทำได้ เพราะธุรกิจที่จะเข้าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริหารแบบอนุรักษ์นิยม กลัวการกู้ ทั้งๆที่ทำได้ แต่มาจ่ายก่อนเข้าตลาดหุ้น ซึ่งทำได้ แค่ ทุกๆข้อมูลหรือการกระทำ ให้เปิดเผยตรงไป ตรงมา ในไฟลิ่ง หรือ แม้กระทั้งเด็กถือหุ้นใหญ่ ก็ทำได้ เพราะ ข้อมูลทั้งหมดเหล่านี้ เปิดเผยแล้ว !!!
นอกจากนี้ภาพที่เห็น หุ้นไอพีโอ เมื่อเข้าซื้อขายวันแรก อดีตที่ผ่านมา มีรอบการหมุน4-5เท่า (ลิควีลิตี้)
แต่ปัจจุบันต่ำกว่า 1 เท่า ต่ำมาก และยังเจอภาวะ การเข้าเทรดวันแรก ของหุ้น ไอพีโอ คำสั่งขาย เวลาเปิดเลย!! แทบทั้งนั้น แม้จะเป็นกานขายขาดทุนก็ยังขาย เพราะ นักลงทุนคิดว่า
“ ขายวันแรก แม้ขาดทุน แต่ขาดทุนน้อยกว่าถือ ไปอีก1เดือน ที่ลงหนัก40%”
รายย่อย สาบัน ตปท ผู้เล่นในตลาดหุ้น ซึ่งเข้าใจว่ารายย่อยจะติดหุ้นกันที่ ดัชนี 1,600 จุด ซึ่งจะเห็นว่า เงินใหม่ไม่มี และไม่มีทางดี ถ้าตลาดแรกไม่ดี
และทั้งหมดนี้ คือ บทสรุปและคำตอบ ที่ได้รับ จากการจัด “SET Zooom in : เจาะลึกกระบวนการ และปัจจัยที่มีผลต่อราคาหุ้น IPO” ที่ตลาดหลักทรัพย์จัดขึ้น

โดย นายสรวิศ ไกรฤกษ์ รองผู้จัดการ สายงานผู้ออกหลักทรัพย์และสายงานการตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ,นายสมศักดิ์ ศิริชัยนฤมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร APM ในฐานะประธานชมรมธุรกิจวาณิชธนกิจ และนายทินพันธุ์ หวั่งหลี รองกรรมการ ผู้จัดการ บล กสิกรไทย
นายสรวิศ กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่ระหว่างหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในการเสนอปรับเกณฑ์ IPO โดยเฉพาะองค์ประกอบบางส่วนที่ต้องปรับเพื่อให้การดำเนินการรวดเร็วมากขึ้น เพื่อจูงใจบริษัทให้เข้ามาจดทะเบียนมากขึ้น โดยทางเลขา ก.ล.ต. ได้เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อว่าจะหันมาเปิดเผยข้อมูลในบางส่วนมากขึ้น (Disclosure Check) ซึ่งบางเรื่องอาจใช้เวลาในการตรวจสอบเอกสารน้อยลง และให้มีการเปิดเผยข้อมูลมากขึ้น ซึ่งตรงนี้ก็จะช่วยลดระยะเวลาดำเนินการของ IPO ได้
โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ พบว่าในช่วงที่ผ่านมามีหลายบริษัทที่เลือกเข้าไประดมทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศ ซึ่งยอมรับว่าทางตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศได้เข้ามาทำการตลาดในประเทศไทยจำนวนมาก แต่ตลาดหลักทรัพย์ฯจะพยายามที่พูดคุยแนวทางที่จะปรับปรุงอย่างไรโดยเฉพาะกระบวนการ IPO และทำให้มีความน่าสนใจมากขึ้น "ท้ายที่สุดแล้วก็ขึ้นอยู่กับบริษัทเอกชนจะเลือกตัดสินใจอย่างไรในส่วนนี้ สำหรับการเข้ามาระดมทุนในตลาดหุ้นไทย แต่ยังมี IPO ที่มีขนาดใหญ่หลายรายที่สนใจเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยอยู่เช่นกัน ก็ยอมรับว่าตลาดหุ้นต่างประเทศช่วงนี้จะมีศักยภาพที่สูงกว่า ซึ่งถือเป็นปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ อีกทั้งตลาดต่างประเทศยังมี Equity ที่สูงและคึกคักว่า รวมทั้งมีขั้นตอนที่เร็วกว่า แต่สิ่งที่เราจะทำได้ คือ การปรับองค์ประกอบให้มีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้นร่วมกับสำนักงาน ก.ล.ต." นายสรวิศ กล่าว สำหรับปัจจัยผู้ประกอบการมองว่าตลาดหุ้นต่างประเทศมีแรงจูงใจเข้าไประดมทุนมากกว่าตลาดหุ้นไทย มองว่ามี 3 เหตุผล ได้แก่ 1. ดัชนีหรือราคาที่ผู้ออกหลักทรัพย์จะได้รับ เนื่องจากตลาดต่างประเทศมีระดับ P/E ที่สูงกว่าตลาดหุ้นไทย 2. สภาพคล่องของตลาดหุ้น และ 3. กระบวนการเข้า IPO ที่กระชับหรือรวดเร็วกว่าตลาดหุ้นไทย เนื่องจากตามกฎของไทยกระบวนการอนุมัติการเสนอขายหุ้น IPO ของ ก.ล.ต.และตลาดหลักทรัพย์ฯ จะใช้เวลาดำเนินการรวมประมาณ 120 วัน ซึ่งแตกต่างจากตลาดหุ้นต่างประเทศที่ต่ำกว่าหรือประมาณ 90 วัน ส่วนข้อเสนอจากชมรมวาณิชธนกิจในการขอขยายขอบเขตหรือสัดส่วนในเรื่องการจัดสรรหุ้นให้ผู้มีอุปการะคุณและทำให้กระบวนให้หุ้นกับกลุ่มนี้ง่ายขึ้น ซึ่งรายละเอียดจะมีการพูดคุยกับทาง ก.ล.ต. จะขยายได้ประมาณเท่าไหร่ เข้าใจว่าสัดส่วนกระจายหุ้นราว 40% ที่ทางประธานชมรมวาณิชธนกิจเสนอมา เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีสัดส่วน 25% *ภาพรวม IPO ปี 68 จบที่ 19 บริษัท ด้านภาพรวมจำนวนหุ้น IPO ปีนี้คาดว่ามีจำนวน 19 บริษัท ซึ่งคิดเป็นมูลค่าระดมทุนรวมกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบันที่มีหุ้น IPO แล้ว 12 บริษัท คิดเป็นมูลค่าระดมทุนรวมกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท โดยในช่วงที่เหลือของปีนี้จะมีหุ้นใหม่ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เข้าจดทะเบียนเพิ่มเติมอีกจำนวน 2 บริษัท ส่วนกรณีที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ขยายเวลาเปิดรับสมัครบริษัทเข้าโครงการ Jump+ ไปจนถึงวันที่ 31 มี.ค. 69 จากเดิมที่สิ้นสุดวันที่ 30 ธ.ค. 68 นั้น มองว่าปัจจุบันบริษัทที่เข้ามาสมัครได้ตามเป้าแล้วเกือบ 100 บริษัทแล้ว แต่สิ่งที่อยากได้เพิ่มเข้ามา คือ บริษัทขนาดใหญ่ ซึ่งจากการหารือพบว่าบริษัทเหล่านี้อาจเข้าสมัครไม่ทัน จึงมีการขยายเวลาเปิดรับสมัครเพิ่มเพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ที่อยากเข้ามาร่วมโครงการ Jump+ ได้มีโอกาสเข้ามาร่วมเพิ่ม