BKIH ฝ่าวิกฤตแผ่นดินไหว/น้ำท่วม /ถนนยุบตัว !! โชว์กำไรปี 68 แตะ 3.1 พันล้านบาท ทำสถิติมากกว่าปีก่อน พร้อมปันผลรวม 17.50 บาท พร้อมตั้งเป้าโต 4% ปี 69 มากกว่าภาพรวมประกันวินาศภัยโตต่อ 2.5–3.5%
Categories : Update News, Insurance
Public : 18/03/2026BKIH ฝ่าวิกฤตแผ่นดินไหว/น้ำท่วม /ถนนยุบตัว !! โชว์กำไรปี 68 แตะ 3.1 พันล้านบาท ทำสถิติมากกว่าปีก่อน พร้อมปันผลรวม 17.50 บาท พร้อมตั้งเป้าโต 4% ปี 69 มากกว่าภาพรวมประกันวินาศภัยโตต่อ 2.5–3.5%

ดร. อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บมจ. บีเคไอ โฮลดิ้ง (BKI) เปิดเผยผลการดำเนินงานปี 2568 (ม.ค.–ธ.ค.) มีรายได้จากเบี้ยประกันภัย 31,350.7 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 3,135.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% ทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยมีกำไรต่อหุ้น 29.45 บาท
“กำไรสุทธิ3.1 พันล้านมาทั้งจากกำไรจากพอร์ตลงทุน ปนะมาณ 1.4 พันล้าน ส่วนที่เหลือ คือกพไรจากการดำเนินธุรกิจประกันภัย ”
บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลรวมทั้งปีในอัตรา 17.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลประมาณ 5.8% และคิดเป็น 59.4% ของกำไรสุทธิต่อหุ้น แบ่งเป็น
- ปันผลระหว่างกาล 11.25 บาทต่อหุ้น
- ปันผลงวดสุดท้าย 6.25 บาทต่อหุ้น
แม้ปีที่ผ่านมา BKI ต้องเผชิญความเสียหายจากภัยธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหวและน้ำท่วมในภาคใต้ รวมถึงต้นทุนประกันภัยต่อที่เพิ่มขึ้น แต่ยังสามารถรักษาการเติบโตของกำไรสุทธิไว้ที่ 3,121.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.3% พร้อมรักษาอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินที่ A- (Stable) จาก Standard & Poor’s (S&P)
“ เราผ่านความท้าทายมาด้วยการจัดการที่เข้มงวด ไม่ย่อท้อ และติดตามใกล้ชิด จนทำให้สามารถมีกำไรได้ เพราะในปี68 เจอความเสียหายจากการเคลมเรื่องผ่านดินไหว 4,800 ล้านบาท น้ำท่วมหาดใหญ่ด้านทรัพย์สิน 1,800ล้านบาทและรถยนต์550ล้านบาม รวมความเสียหายจากมหตภัยกว่า 7,150 ล้านบาท ” ดร อภิสิทธิ์กล่าว
แนวโน้มปี 2569
สมาคมประกันวินาศภัยไทยคาดว่า ธุรกิจประกันวินาศภัยปี 2569 จะเติบโตประมาณ 2.5–3.5% จากแรงหนุนของ
- การเติบโตของเศรษฐกิจไทย (คาดโตประมาณ 2.0%)
- ความต่อเนื่องของนโยบายรัฐหลังการเลือกตั้ง
- โครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ
- ความต้องการทำประกันเพิ่มขึ้นหลังเกิดภัยพิบัติ
ปัจจัยดังกล่าวคาดว่าจะช่วยหนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุนและผู้ประกอบการ รวมถึงการเติบโตของเบี้ยประกันภัยในระยะต่อไป
ดร.อภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในส่วนของบริษัทในปี 2569 ตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับรวม 32,600 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน และพร้อมดำเนินการเชิงรุกในการสร้างการเติมโต
ยอมรับว่าในปีนี้จะเป็นปีที่ต้นทุนในการรับประกันภัยต่อจะเพิ่มขึ้น และเป็นต้นทุนของอุตสสาหกรรม แต่บริษัทก็จำเป็นต้องซื้อประกันภัยต่อเพราะถือว่าเป็นความจำเป็น ในการทำธุรกิจ
