ก.พลังงาน เผยสถานะกองทุนฯ ติดลบกว่า 5.6 หมื่นล้านบาท ปริมาณสำรองอยู่ที่ 105 วัน

Categories : Update News, Energy

Public : 07/04/2026

กระทรวงพลังงาน รายงานสถานการณ์ด้านพลังงานของไทยและต่างประเทศ ตลอดจนปริมาณสำรอง และปริมาณการจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล รวมถึงฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ประจำวันที่ 7 เมษายน 2569 ดังนี้

1. สถานการณ์พลังงานโลกและปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคา

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากสหรัฐฯ ประกาศเส้นตายให้อิหร่านเปิดช่องแคบ Hormuz พร้อมขู่ใช้มาตรการทางทหาร ซึ่งทางอิหร่านได้ปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิง และเตือนถึงการตอบโต้ที่รุนแรง ส่งผลให้เกิดการโจมตีตอบโต้กันอย่างต่อเนื่อง จนกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐาน และการเดินเรือในเส้นทางขนส่งน้ำมันหลักของโลก เหตุการณ์ดังกล่าว ไม่เพียงแต่สร้างความเสี่ยงต่อการขยายตัวของสงครามในระดับภูมิภาค แต่ยังกดดันอุปทานพลังงานโลก และผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบผันผวนอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง

2. ปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศ การผลิต และจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล

ปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศ อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 7 เมษายน 2569 ประเทศไทยมีน้ำมันเพียงพอกับความต้องการใช้ประมาณ 105 วัน โดยเป็นน้ำมันสำรองตามกฎหมาย 25 วัน น้ำมันสำรองเพื่อการค้า 18 วัน น้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่ง 33 วัน และน้ำมันที่ได้รับการยืนยันในการจัดหาแล้ว 29 วัน

การผลิตและจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 5 เมษายน 2569 สามารถผลิตน้ำมันดีเซลได้ 83.20 ล้านลิตร และจำหน่าย 74.23 ล้านลิตร

 

3. ราคาขายปลีกน้ำมันภายในประเทศ ต่างประเทศ และฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

อ้างอิงราคาจาก ปตท. ราคาน้ำมันดีเซล (B7) 50.54 บาท น้ำมันดีเซล (B20) 45.54 บาท น้ำมันเบนซิน (E20) 38.95 บาท น้ำมันแก๊สโซฮอล (95) 43.95 บาท น้ำมันแก๊สโซฮอล (91) 43.58 บาท

เทียบราคาน้ำมันขายปลีกของไทยกับประเทศอาเซียน โดยราคาน้ำมันเบนซินของไทย เฉลี่ยอยู่ที่ 43.95 บาท/ลิตร ขณะที่ฟิลิปปินส์ กัมพูชา เมียนมา สปป.ลาว สิงคโปร์ อยู่ที่ 51.83 – 87.85 บาท/ลิตร ส่วนราคาน้ำมันดีเซลของไทย อยู่ที่ 50.54 บาท/ลิตร ขณะที่ มาเลเซีย เวียดนาม กัมพูชา ลาว ฟิลิปปินส์ เมียนมา สิงคโปร์ อยู่ที่ 50.38 – 118.82 บาท/ลิตร

 

ประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 7 เมษายน 2569 ติดลบ 56,229 ล้านบาท โดยมีการชดเชยน้ำมันดีเซลวันละประมาณ 1,473 ล้านบาท