SAKขยายพอร์ตสู่”กรีนโลน”ลุยสินเชื่อโซลารูฟท็อปเป้า3ปี2หมื่นล้าน
Categories : Update News, Stock Market
Public : 05/01/2023
SAK ประเดิมธุรกิจปี66 ประกาศ รุกธุรกิจสินเชื่อ"กรีนโลน" จับมือ ทีซี รีนิวเอเบิล เอ็นเนอร์ยี่ ตั้งบริษัทร่วมทุน ‘ศักดิ์สยาม ทีซี เอ็นเนอร์ยี่’ ติดตั้งและใหสินเชื่อโซล่ารูฟท็อปตั้งเป้า3ปีติดตั้ง แสนครัวเรือน 2 หมื่นล้าน ขณะที่ปีแรก 1พันล้าน ด้านพอร์ตสินเชื่อบริษัทรวมโต25%

นายศิวพงศ์ บุญสาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศักดิ์สยามลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SAK ผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อยภายใต้แบรนด์ ‘สินเชื่อศักดิ์สยาม’ เปิดเผยว่า ล่าสุด SAK ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมทุนกับ บริษัท ทีซี รีนิวอะเบิ้ล เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์หรือโซลาร์รูฟท็อปชั้นนำของประเทศไทยจัดตั้งบริษัท ศักดิ์สยาม ทีซี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท โดย SAK ถือหุ้น 35% และบริษัท ทีซี รีนิวอะเบิ้ล เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ถือหุ้น 65% คาดว่าจะจัดตั้งบริษัทร่วมทุนภายในม.ค.2566
ความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญการขยายการให้บริการสินเชื่อเพื่อการติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อปสำหรับที่อยู่อาศัย สนับสนุนภาคประชาชนเข้าถึงการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดได้ง่าย และกว้างขวาง ซึ่งเป็นการร่วมทุนกับพันธมิตรที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญการออกแบบและติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อปมากว่า 10 ปี ให้กับภาคธุรกิจ โรงงาน สถานศึกษา มากกว่า 230 โครงการ หรือมากกว่า 14 เมกกะวัตต์ ทำให้เกิดการ Synergy นำจุดแข็งของทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ประชาชนได้ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ที่มีคุณภาพและมาตรฐานในราคาที่เข้าถึงได้ ส่งผลดีต่อการประหยัดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าภาคครัวเรือนในระยะยาว ตลอดจนลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศไทยสร้างความยั่งยืนด้านพลังงานให้กับโลก
" การขยายธุรกิจสู่โซลารูฟทํอปและการให้สินเชื่อประชาชนเพื่อนำเงินไปติดตั้งโซลารูฟถือว่าเป็นการขยายพอน์ตของบริษัทสู่สินเชื่อ กรีนโลน ซึ่งเป็นเทรนด์และมีโอกาสขยายตัวได้ อีกทั้งการทำธุรกิจ เดิมคือสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ที่มีสัดส่วนกว่า80% ของพอร์ตสินเชื่อรวมทั้งก็ก็ต้องเผชิญกับกฎเกณฑ์ใหม่ๆ ดีงนั้นการขยายสู่สินเขื่อแบบกรีนโลน จะทำให้บริษัทกระจายความเสี่ยงและสร้างความมั่นคง ความยั่งยืนให้กับธุรกิจใตอนาคต" อย่างไรก็ตามเป้าหมายปีนี้ซึ่งเป็นปีแรกที่ทำธุรกิจและปล่อยสินเชื่อเพื่อติดตั้งโซลารูฟท็อปคาดหวังว่าจะมีประชาชนมาติดตั้งประมาณ 5 พันครัวเรือต่อตรัวเรือนประมาณ 2 แสนบาท เพื่อให้ได้กำลังผลิต5 กิโลวัตต์ ก็จะสนับสนุนให้สินเชื่อขยายได้ 1พันล้านบาท และคาดว่า ภายใน3 ปีจะติดได้1แสนครัวเรือน หรือขยายพอร์ตได้ ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท " นี้คือเป้าหมายในอนาคตในการขยายสินเชื่อแบบกรีนโลน ส่วนจะเกิดขึ้นได้อย่างไรก็ขึ้นอยู่กับการตอบรับและการเริ่มในระยะแรก ที่จะเกิดขึ้นในต้นปีนี้" สำหรับพอร์ตสินเชื่อจำนำทะเบียนรถซึ่งเป็นธุรกิจดั้งเดิม ของบริษัทมีสัดส่วนสินเชื่อประมาณ80% ปีนี้จะเติบโตจากปีก่อนประมาณ20-25% หรือพอร็มรวมจะอยู่ที่ 1.35 หมืานล้านบาท หรือจะปล่อยสินเชื่อใหม่ประมาณ 2 พันล้านบาท กรรมการผู้จัดการ SAKกล่าวว่า การคุมเพดานดอกเบี้ยสินเชื่อจำนำที่จะเใช้นั้นกระทบบริษัทประมาณ1% ปัจจุบันบริษัทคิดเอกเบี้ยประมาณ23-24% ซึ่งไม่ตากจากเดณฑ์เท่าไร และมุ่งขยายฐานลูกค้าให้มากขึ้นแทน โดยปัจจุบันมีสาขาพร้อมให้บริการลูกค้า 1029 สาขาสำหรับการทำธุรกิจด้านโซล่ารูฟท็อปครั้งนี้ " ศักดิ์สยาม ทีซี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด " จะดำเนินธุรกิจติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์หรือโซลาร์รูฟท็อปสำหรับที่อยู่อาศัย โดย SAK จะเป็นผู้ดำเนินกิจกรรมการตลาดและให้บริการสินเชื่อโซลาร์รูฟท็อปให้แก่ประชาชนที่สนใจผ่านสาขาของศักดิ์สยามลิสซิ่งที่มีมากกกว่า 1,029 สาขา ครอบคลุมภาคเหนือ ภาคกลาง และตะวันออกเฉียงเหนือ ภายในไตรมาส 1/2566 และผลักดันให้พอร์ตสินเชื่อของศักดิ์สยาม
“ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา SAK มีความมุ่งมั่นเป็นผู้ให้บริการสินเชื่อเพื่อสังคม ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ตอบโจทย์สังคมไทย เพื่อช่วยเหลือประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนรวมถึงนำเสนอสินค้าและบริการอื่นๆ ที่ดี ซึ่งในภาวะที่ค่าสาธารณูปโภคโดยเฉพาะค่าไฟฟ้าปรับเพิ่มขึ้น เรามั่นใจว่าสินเชื่อเพื่อการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปสำหรับที่อยู่อาศัยจะช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน ทำให้เศรษฐกิจภาคครัวเรือนเกิดความเข้มแข็ง” นายศิวพงศ์ กล่าว
นายภูฤทธิ์ เล้าเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฎิบัติการ บริษัท ทีซี รีนิวอะเบิ้ล เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด กล่าวว่า การร่วมทุนในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของบริษัทฯ ในการนำองค์ความรู้ด้านการออกแบบและติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อปภาคธุรกิจไปสู่การให้บริการแก่ภาคครัวเรือน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายค่าไฟฟ้าต่อเดือนตั้งแต่ 2,000 - 7,000 บาท อีกทั้งยังมีบริการดูแลรักษาตัวแผงโซลาร์เซลล์และคอยตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของระบบตลอดการใช้งาน โดยมีทีมวิศวกรคอยตรวจสอบการทำงานของระบบ เพื่อให้การผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มีประสิทธิภาพและคุ้มค่าในระยะยาว
“จุดเด่นของของแผงโซลาร์รูฟท็อปสำหรับที่อยู่อาศัยมีทั้งหมด 2 ระบบ แต่ที่นิยมการติดตั้งโซลาร์เซลล์จะเป็นระบบ On Grid ที่ต้องเชื่อมโครงข่ายหรือต่อคู่ขนานกับการไฟฟ้า ซึ่งโดยปกติแล้วการติดตั้งโซลาร์เซลล์ช่วยลูกค้าประหยัดค่าใช้จ่ายไฟฟ้าโดยเฉลี่ยได้ไม่ต่ำกว่า 70% ต่อรอบบิล และหากผลิตพลังงานไฟฟ้าที่ได้จากแผงโซลาร์เซลล์เกินความต้องการใช้งานไฟฟ้าเวลากลางวัน เจ้าของมิเตอร์ยังสามารถขายคืนไฟฟ้าส่วนเกินให้กับภาครัฐได้” นายภูฤทธิ์ เล้าเจริญ กล่าว
ทั้งนี้ ภาพรวมตลาดการติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อป นับเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพและเติบโตสูงเนื่องจากสอดรับนโยบายภาครัฐที่มุ่งส่งเสริมภาคธุรกิจและภายในครัวเรือนใช้พลังงานสะอาด โดยคาดการณ์ว่าตลาดโซลาร์รูฟท็อปในประเทศเติบโตอย่างก้าวกระโดดเฉลี่ยปีละ 22% หรือแตะระดับ 6.7 หมื่นล้านบาทในปี 2568 (อ้างอิงจาก ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics) ซึ่งการผนึกกำลังกับศักดิ์สยามลิสซิ่ง ผู้ให้บริการสินเชื่อเพื่อสังคม วางเป้าหมายการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปสำหรับที่อยู่อาศัยภายใน 3 ปีข้างหน้า ไม่น้อยกว่า 100,000 ครัวเรือน และสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ประมาณ 500เมกะวัตต์
