เอกนิติ เผย ครม. 11 เม.ย. นี้ เตรียมออกชุดมาตรการพยุงเศรษฐกิจชะลอตัว จากราคาน้ำมันแพง ทำเงินเฟ้อพุ่ง คาาดกระทบจีดีพีไม่น้อยกว่า 0.6%

Categories : Update News, Finance

Public : 10/04/2026

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่สวถึง สถานการณ์วิกฤติสงคราม ที่ได้สส่งผลสู่วิกฤตพลังงานว่า ผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับขึ้นทุก 10 เหรียญดอลลาร์ต่อบาเรล จะส่งผลกระทบต่อจีดีพีไทย 0.2%  ล่าสุดราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับขึ้นมาแล้วราว 30-40 เหรียญดอลลาร์ต่อบาเรล เท่าากับกระทบต่อตัวเลขจีดีพี 0.6%  จากก่อนหน้านี้ที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัวได้ 2%

แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น อาจถึงขั้น Stagflation ที่ภาวะการเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัว แต่เงินเฟ้อยสูง รวมถึงมีปัญหาการว่างงานสูง มีผลต่อเนื่องถึงวิกฤติราคาสินค้า วิกฤติ Supply Chain และวิกฤติดีมานต์ชะลอตัว

รัฐบาล เตรียมมาตรการพยุงเศรษฐกิจ เสนอ ครม. 11 เม..

กระทรวงการคลัง

    • เพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
    • มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 3 หมื่นล้านบาท อาทิ สินเชื่อซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ติดตั้งโซล่าร์เซลล์ ซื้อปุ๋ยราคาถูก

กระทรวงคมนาคม

    • มาตรการช่วยเหลือค่าขนส่ง กลุ่มประมง รถรับจ้าง

กระทรวงพาณิชย์

    •  มาตรการควบคุมราคาสินค้า
 

   

เดินหน้ารักษาวินัยการเงินการคลัง  ภายใต้แผนการคลังระยะปานกลาง (Medium-Term Fiscal Framework : MTFF)

    • ชะลอการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ วงเงิน 1.5 แสนล้านบาท ให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อพยุงราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ เพื่อรดูสถานการณ์เนื่องจากขณะนี้ ราคาน้ำมันเริ่มปรับลดลงแล้ว
    • ศึกษาเรื่อง Hometown Tax: HTT  การเปิดช่องให้ประชาชาสามารถบริจาคเงินเพื่อพัฒนาบ้านเกิด และได้รับสิทธิในการลดหย่อนภาษีได้ เพื่อเป็นการกระจายรายได้ให้ท้องถิ่นได้มีงบประมาณในการพัฒนาและเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    • เตรียมเสนอสภา ออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณรายจ่ายปี 2569 ที่ยังไม่ได้ก่อหนี้ผูกพันไม่ทันในเดือน มี.ค. ซึ่งมีประมาณ 1 แสนล้านบาท นำเงินเหล่านี้มาออกมาตรการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน  เช่น โครงการคนละครึ่ง รวมถึงการปรับลดงบประมาณ 2570 รายจ่ายที่ไม่จำเป็น เช่น งบดูงานต่างประเทศ งบตัดสูท งบเครื่องแต่งกาย จะถูกตัดออกไปก่อน

นอกจากนี้ ยังสั่งให้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ศึกษาเรื่องมาตรการ #รถเก่าแลกรถใหม่ รับมือวิกฤตพลังงาน เบื้องต้น จะยึดที่การปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ต่ำ รวมถึงรถที่ผลิตในประเทศไทย ทั้งรถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์ไฮบริดที่ใช้น้ำมันผสมไฟฟ้าและปล่อย CO2 ได้ต่ำตามเกณฑ์ที่จะกำหนด