ธ.ก.ส. เตรียมประชุมบอร์ดปลายเดือน เคาะ ” สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง” แนะเกษตรกรไปขอสาขาดู Agri-Map วางแผนเลือกพันธุ์พืชและปุ๋ยที่เหมาะสม

Categories : Update News, Finance

Public : 15/05/2026

ธ.ก.ส. เตรียมประชุมบอร์ดปลายเดือนนี้ เดินหน้าโครงการ "สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง" แนะเกษตรกรที่สนใจไปสอบถาม Agri-Map ที่สาขาได้ทั่วประเทศ เพื่อเตรียมพันธุ์พืช และปุ๋ยที่เหมาะสมวางแผนการผลิต   พร้อมจะเสนอให้ ปศุสัตวื สามารถยื่นขอกู้โครงการนี้ไ่ด้ด้วย

   

นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส.  เปิดผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารปลายเดือน พ.ค.นี้ จะมีการพิจารณาเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผ่านโครงการ "สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง" ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 30 เม.ย. ที่เห็นชอบมาตรการ สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งเพื่อลดต้นทุนการผลิต วงเงิน 30,000 ล้านบาท โครงการ 3 ปี โดยรัฐบาลจะช่วยจ่ายดอกเบี้ยครึ่งหนึ่ง หรือ 3 % ต่อปี  ให้เกษตรกรที่เข้าโครงการกู้ได้สูงสุดรายละ 1 แสนบาท  นาน 1 ปี  โดยมีเงื่อนไขคือ

 
    1. ต้องผ่านการอบรมเพื่อเพิ่มทักษะ (Upskill/Reskill) ตามหลักสูตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับธ.ก.ส. กำหนด
    2. ใช้ปุ๋ยสั่งตัด โดยผลิตจากแม่ปุ๋ย NPK ที่ผสมสูตรให้ตรงกับสภาพการวิเคราะห์ดินในพื้นที่
    3. ใช้เมล็ดพันธุ์ที่ได้รับการรับรอง
    4. ต้องรับเงินค่าขายผลผลิตผ่านการโอนเข้าบัญชี และยินยอมให้ ธ.ก.ส. หักชำระหนี้จากเงินดังกล่าว โดยเกษตรกรเมื่อชำระหนี้เก่าก็สามารถกู้วงเงินใหม่หากยังอยู่ในระยะเวลาก่อนที่มาตรการจะสิ้นสุด
 

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาคณะกรรมการชุดที่มี นายเอกนิติ  นิติทัณฑ์ประภาศ  รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานได้ติดตามความคืบหน้าเรื่อง ปุ๋ย และพันธุ์พืช ที่จะเข้าโครงการ  ขณะที่ ธ.ก.ส. ได้เตรียมเรื่องการปล่อยสินเชื่อตามแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri-Map) ใช้ในการวางแผนการผลิตให้เหมาะสมกับพื้นที่ (Zoning) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดความเสี่ยง เพื่อดูว่าพื้นที่ไหนควรปลูกพืชอะไร และควรใช้ปุ๋ยสูตรไหน  และ ธ.ก.ส. ก็จะพิจารณาปล่อยกู้ตามเงื่อนไขว่าเกษตรกรจะต้องรับชำระเงินผ่านระบบของธนาคารเพื่อให้ ธนาคารได้ทำการตัดหนี้เมื่อถึงเวลา หากทำได้ตามขั้นตอนนี้ก็จะช่วยยกระดับภาคการผลิตเป็น " เกษตรแม่นยำ " มากขึ้น

   

 

" เกษตรกร ที่ต้องการเข้าโครงการนี้ สามารถเข้ามาติดต่อขอดู  Agri-Map ได้เลย จะได้เตรียมความพร้อมว่าาต้องปลูกพืชอะไร ใช้ปุ๋ยอะไร   ส่วน ธ.ก.ส. ก็เตรียมประชุมบอร์ดเห็นชอบแนวทางปฎิบัติมาตรการในปลายเดือนนี้ และต้องประสานข้อมูลเรื่องปุ๋ยว่ามีสหกรณ์การเกษตรที่ไหนมีปุ๋ยที่เหมาะสม เรื่องพันธุ์พืชก็ต้องให้กรมการค้าภายในเข้ามาดู และในอนาคต ธ.ก.ส. เตรียมเสนอให้นำเรื่องปศุสัตว์ เข้ามาใช้วงเงินในโครงการนี้ได้อีกด้วย  "

   

นายฉัตรชัย  กล่าวต่อว่า ธ.ก.ส. ได้ลานามร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตร ว่าด้วยความร่วมมือพัฒนาภาคการเกษตร ภายใต้ข้อตกลงการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของเกษตรกร โดยล่าสุดกรมส่งเสริมเกษตรกร มีฐานข้อมูลเกษตรกร 6.7 ล้านครัวเรือน ส่วน ธ.ก.ส. มีฐานลูกค้า 4.3 ล้านราย ความร่วมมือนี้จะมีประโยชน์อย่างมากในเรื่องของการจ่ายเงินช่วยเหลือตามมาตรการของรัฐ เช่น โครงการไร่ละพัน และในอนาคตอาจจะมีมาตรการบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติ ซึ่งการอัพเดทข้อมูลจะช่วยให้การจ่ายเงินถูกที่ถูกคนมากขึ้น รวมถึงช่วยให้เกษตรกรติดตามสถานะการเบิกจ่ายเงินได้อีกด้วย

 

รวมถึงการสนับสนุนการนำผลงานวิจัยเทคโนโลยี และนวัตกรรมนำมาใช้ประโยชน์ในการส่งเสริมการผลิตการจัดการสินค้าเกษตร เพื่อใช้ต่อยอดในการพัฒนายกระดับศักยภาพของเกษตรกรให้มีความเข้มแข็งและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการเกษตรไทย ภายใต้ความร่วมมือ

    • การเชื่อมโยงและบริหารจัดการข้อมูลอย่างบูรณาการฐานข้อมูลทะเบียนเกษตรกร ข้อมูลภัยพิบัติ และข้อมูลการประกันภัยพืชผล เพื่อใช้ในการตรวจสอบสิทธิ์และอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินของธนาคาร รวมถึงข้อมูลเกษตรกรในการรับสนับสนุนโครงการนโยบายของรัฐบาล
    • การสนับสนุนด้านการส่งเสริมการพัฒนาเกษตรกร องค์กรเกษตรกร เกษตรกรรุ่นใหม่ และทายาทเกษตรให้มีทักษะและความสามารถในการดำเนินกิจกรรมภาคการเกษตร โดยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการประกอบธุรกิจเกษตรให้มีความมั่นคงในอาชีพ
    • การส่งเสริมและสนับสนุนการนำผลงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสมไปใช้ประโยชน์ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุน
 

ด้านนางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวด้วยว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ เพื่อสนับสนุนเชื่อมโยงข้อมูลของเกษตรกรและองค์กรเกษตรกร ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรได้รับพัฒนาต่อยอดโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาลได้อย่างทั่วถึง รวดเร็ว แม่นยำ และทันสมัย รวมถึงการแลกเปลี่ยนความรู้ทางด้านวิจัยต่อยอดพัฒนาศักยภาพเกษตรกรด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อสร้างความมั่นคงภาคการเกษตรของประเทศในระยะยาวต่อไป