ธอส. เร่งอัดสินเชื่อครึ่งปีหลังอีก 1.5 แสนล้าน ดันยอดอนุมัติทั้งปีตามเป้าที่ 2.46 แสนล้าน มั่นใจกำลังซื้อไม่แผ่วตามวิกฤตพลังงาน

Categories : Update News, Finance

Public : 14/06/2026

ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยถึงแนวโน้มการปล่อยสินเชื่อในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ว่า ยังคงเห็นสัญญาณความต้องการที่อยู่อาศัย แม้ผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางจะทำให้ราคาพลังงานสูง จะยังไม่ส่งทันทีในไตรมาสแรกสำหรับการตัดสินใจที่จะขอสินเชื่อบ้าน แต่คาดว่าจะเริ่มส่งผลในไตรมาสที่ 2 ,3 และ 4  ของปีนี้   ซึ่งธนาคารได้เร่งเรื่องการปล่อยสินเชื่อมาตั้งแต่ช่วงปลายปีก่อน ทำให้ช่วงไตรมาสแรกมียอดอนุมัติและทำนิติกรรมสินเชื่อเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ยอดปล่อยสินเชื่อ  ณ วันที่ 10 มิถุนายน 2569 ธอส. สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้แล้วจำนวน 9.53 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 38.64% ของเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อใหม่ทั้งปีที่ 2.46 แสนล้านบาท สนับสนุนให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองเพิ่มขึ้นจำนวน 1 แสนบัญชี

   

สะท้อจากยอดการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศเพิ่มขึ้น 11.2% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้น 3.1%ฃ ทำให้เห็นว่าความต้องการที่อยู่อาศัยของประชาชนยังมีอยู่ต่อเนื่อง ประกอบกับการที่รัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่าน พ.ร.ก.กู้เงิน  400,000 ล้านบาท จะเป็นแรงสนับสนุนช่วยกำลังซื้อของประชาชน ส่งผลให้การปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยทั่วประเทศในปี 2569 คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 539,062 ล้านบาท ลดลงเพียง 0.001% เมื่อเทียบกับปี 2568 ซึ่งถือว่าดีกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้

   

   

อย่างไรก็ดี ในช่วงที่เหลือของปีนี้หลิอเป้าหมายปล่อยสินเชื่ออีกกว่า 1.49  แสนล้านบาท ยังต้องให้ความสำคัญเรื่องการนำเครดิตสกอริ่งมาวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้ามา ช่วยให้การปล่อยสินเชื่อมีคุณภาพ รวมถึงการดูแลลูกค้ากลุ่มเปราะบาง ที่มียอดค้างชำระอยู่ในชั้นจับตาว่าจะตกชั้นเป็นหนี้เสีย ซึ่งปัจจุบันในส่วนของกลุ่มงานที่ดูแลเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้ลูกค้าผ่านมาตรการช่วยเหลือต่างๆของธนาคารมีลูกค้าอยู่คิดเป็นมูลหนี้กว่า 1 แสนล้านบาท ขณะที่ยอดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือ NPL อยู่ที่ระดับ 5 % โดยจะพยายามดูแลไม่ให้เพิ่มขึ้น และให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ เช่น การขยายเวลาชำระหนี้

   

สำหรับเป้าหมายการปล่อนสินเชื่อของ ธอส. ปีนี้ที่ 2.46 แสนล้านบาท จะแบ่งสัดส่วนเป็นการปล่อยสินเชื่อให้กลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ปานกลาง ซื้อบ้านราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท คิดเป็น 65 % ของสินเชื่อใหม่ และสินเชื่อพลังงานสะอาด Green Finance สินเชื่อบ้านประหยัดพลังงาน และสินเชื่อในกลุ่มอาชีพอิสระ ที่จะเพิ่มสัดส่วนจากเเดิมที่กำหนดเป้าหมายปล่อยสินเชื่ออยู่ที่ 8-9 % เพิ่มให้เป็น 10% หรือออาจจะมากถึง 15% โดยจะนำหลักเกณฑ์พิเศษ เช่น พฤติกรรมการออม รายได้จากแหล่งต่างๆ เพื่อนำมาคำนวณฐานรายได้ ทำให้กลุ่มนี้เข้าถึงสินเชื่อมากขึ้น รวมถึงการ ออกรูปแบบผลิตภัณฑ์ รองรับคนทุกกลุ่มช่เช่น กลุ่มเจน Z ที่มีพฤติกรรมไม่ซื้อที่อยู่อาศัย แต่นิยมการเช่า ได้มีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายมากขึ้น และความต้องกาารบ้านมือสองที่เพิ่มขึ้น สะท้อนจากยอดโอนกรรมสิทธิ์บ้านมือสองที่เพิ่มขึ้นโดยคิดเป็น 60 % ของยอดโอน