บสย. ผนึก สำนักงานธนานุเคราะห์ หนุนแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ พร้อมช่วย “กลุ่มเปราะบาง” และผู้จำนำ เข้าถึงแหล่งเงินทุน

Categories : Update News, Finance

Public : 23/06/2026

ดร.สิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) และ นายประสงค์ พันธ์ลิมา ผู้อำนวยการ สำนักงานธนานุเคราะห์ (สธค.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการ Micro SMEs และผู้จำนำ ให้ความรู้ และสร้างโอกาสให้ผู้จำนำที่มีศักยภาพและต้องการประกอบธุรกิจ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้มากขึ้น พร้อมสนับสนุนกิจกรรมที่เป็นประโยชน์แก่ชุมชนและสังคม

ดร.สิทธิกร เปิดเผยว่า บสย. ผนึกความร่วมมือกับสำนักงานธนานุเคราะห์ (สธค.) เพื่อร่วมกันดำเนินกิจกรรมอย่างเป็นระบบโดยใช้กลไกและความเชี่ยวชาญของทั้งสองฝ่าย มุ่งให้ผู้ประกอบการรายย่อย Micro SMEs กลุ่มอาชีพอิสระ และผู้จำนำ ซึ่งถือเป็น “กลุ่มเปราะบาง” เพิ่มโอกาสการเข้าถึงสินเชื่อในระบบตั้งเป้ายกระดับผู้ประกอบการ SMEs จากการจำนำทรัพย์สินไปสู่การขอสินเชื่อ และเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ในที่สุด

   

   

ความร่วมมือในครั้งนี้ ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมบูรณาการข้อมูล และการส่งต่อลูกค้าระหว่างกันอย่างเป็นระบบ โดย บสย. พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs กลุ่มลูกค้าของ สธค. ให้เข้าถึงความรู้ทางการเงินผ่านศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs (บสย. F.A. Center) พร้อมให้บริการตรวจสุขภาพทางการเงิน จองคิวขอรับคำปรึกษาที่ LINE OA: @tcgfirst ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับกลุ่มลูกค้าของ สธค. ต่อยอดสู่การ “สร้างงาน สร้างอาชีพ” เพื่อสามารถไถ่ถอนทรัพย์สินที่จำนำคืน ซึ่งเป็นการลดปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้นอกระบบ นำสู่การขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน โดยมี บสย. ค้ำประกันสินเชื่อ เพิ่มโอกาสผู้ประกอบการ SMEs สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้มากยิ่งขึ้น

ตลอดปีนี้ บสย. และ สธค. จะมีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ อบรมความรู้ทางการเงิน เตรียมความพร้อมก่อนเป็นผู้ประกอบการ และการเปลี่ยนสินทรัพย์เป็นเงินหมุนเวียน, การพัฒนาผู้ประกอบการให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนเพิ่มขึ้น โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ วิสาหกิจชุมชน จังหวัดพิษณุโลก, การจัดฝึกอบรมอาชีพ ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการและเงินทุน โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ ชุมชนคลองเปรมประชากร และการส่งต่อลูกค้า ผู้ประกอบการประวัติชำระดี ระหว่างสองหน่วยงานให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพิ่มขึ้น เป็นต้น