ธปท.ย้ำใช้ดอกเบี้ยเป็นกลไลคุมนโยบายการเงิน เผย กนง.จ่อคงดอกเบี้ยนโยบายลากยาวถึงสิ้นปีหรือไม่ ขึ้นอยู่ที่สถานการณ์เศรษฐกิจ
Categories : Update News, Finance
Public : 26/06/2026นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน efinance ESG Capital With Purpose 2026 ว่า การที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ต่อปียาวไปถึงสิ้นปีนี้หรือไม่
กนง. จะตัดสินใจโดยอิงกับข้อมูลที่เกิดขึ้น ณ ช่วงเวลานั้น ซึ่งต้องคำนึงว่าสถานการณ์เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา หากไม่มีความจำเป็นก็ไม่อยากขึ้นดอกเบี้ย
นอกจากนี้ ส่วนต่างดอกเบี้ยไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ทำให้เงินบาทอ่อน ซึ่งปัจจุบันค่าเงินบาทอ่อนค่ามาประมาณ 5% ขณะที่อินโดนีเซียอ่อนประมาณ 8% และยืนยันว่าไม่มีการทำนโยบายให้บาทอ่อนเพื่อช่วยผู้ส่งออก
“ ยืนยันมาตลอดว่า ธปท.มีหน้าที่ดูแลนโยบายการเงิน โดยดอกเบี้ยเป็นเครื่องมือหลัก ซึ่งดอกเบี้ยที่ 1.00% ถือว่าต่ำมาก เมื่อเทียบกับเศรษฐกิจโลก และไทยต่ำสุดเป็นอันดับ 2 รองจากสวิตเซอร์แลนด์ ส่วนเงินเฟ้ออาจสูงขึ้นบ้างในเดือน ต.ค.- พ.ย.นี้ คาดว่าทั้งปีอยู่ในกรอบ 2.8 % และเมื่อถึงเดือน เม.ย. 2570 เงินเฟ้อก็น่าจะลดลง โดยค่าเฉลี่ยปีหน้าอยู่ที่ 1.4% ”
ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวต่อว่า ธปท. กำลังศึกษา THAI BAHT Stablecoin อยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็น (Hearing) คาดว่าเริ่มใช้ได้ในปีนี้ และเตรียมเปิดทางให้สถาบันการเงินเข้าไปทำธุรกิจบางส่วนที่เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset) เพื่อสนับสนุนการเงินสีเขียว เช่น คาร์บอนเครดิต
สำหรับประเด็นเรื่องการลงทุนหรือเก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (FOREX) ธปท.ไม่ได้มีแนวคิดจะเปิดให้ดำเนินธุรกิจขายเงินตราต่างประเทศ (FX) เพื่อเก็งกำไร เพราะไม่มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจประเทศ
และปัจจุบัน การซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (FX) มีหลายใบอนุญาต เช่น ธนาคารพาณิชย์ที่สามารถทำการซื้อขาย FX ได้อยู่แล้ว และธนาคารพาณิชย์ยังให้บริการรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และบริการส่งเงินตราต่างประเทศได้ด้วย ซึ่งบุคคลและภาคธุรกิจ สามารถป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (FX Hedging) ได้อยู่แล้ว
