BAM ผนึก มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ พลิก NPA 33 ไร่ เดินหน้า “โครงการพัฒนาพื้นที่สีเขียวต้นแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน” เป็นพื้นที่แห่งคุณค่า สู่ชุมชนและสิ่งแวดล้อม
Categories : Update News, ESG News
Public : 27/06/2026บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ เดินหน้า “โครงการพัฒนาพื้นที่สีเขียวต้นแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน” บนพื้นที่ 33 ไร่ จังหวัดอำนาจเจริญ เพื่อพัฒนาพื้นที่ทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ของ BAM ให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม
นางทองอุไร ลิ้มปิติ ประธานกรรมการ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ระหว่าง BAM และมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ นับเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงพลังของการบูรณาการระหว่างภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม และชุมชน ในการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล โดย BAM ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพย์สินควบคู่กับการสร้างคุณค่าให้แก่สังคม ตามแนวทางการดำเนินธุรกิจตามหลักความยั่งยืน หรือ ESG และ CSR in Process ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ การเพิ่มพื้นที่สีเขียว ไปจนถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
ทั้งนี้ โครงการยังสอดคล้องกับนโยบาย “ความดี 5 ประการ” ของ BAM คือ ดีต่อประเทศ ดีต่อสังคม ดีต่อลูกค้า ดีต่อผู้ถือหุ้น และดีต่อพนักงาน อีกทั้ง มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นต้นแบบของการ ใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างสร้างสรรค์ และเกิดคุณค่าร่วมต่อทุกภาคส่วนในระยะยาว รวมถึงเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการฟื้นฟูระบบนิเวศ และสามารถขยายผลไปสู่พื้นที่อื่นทั่วประเทศ สะท้อนแนวคิดการเปลี่ยน “พื้นที่ว่าง” ให้เป็น “พื้นที่แห่งโอกาส” ที่สามารถสร้างประโยชน์แก่ชุมชน สร้างอาชีพ สร้างรายได้และการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างยั่งยืน
ด้าน ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยว่า BAM มีวิสัยทัศน์ที่มุ่งก้าวสู่การเป็น “ผู้สร้างคุณค่าอย่างยั่งยืน Value Creator” อย่างเต็มรูปแบบ โดยเชื่อว่าการบริหารทรัพย์ในปัจจุบันต้องสร้างทั้งผลตอบแทนทางธุรกิจควบคู่กับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม
การพัฒนาพื้นที่สีเขียวดังกล่าวเป็นตัวอย่างของการนำทรัพย์ NPA มาพัฒนาเพิ่มคุณค่าในทุกมิติ โดยโครงการบนพื้นที่ 33 ไร่ ในตำบลสร้างถ่อน้อย อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญนั้น แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ พื้นที่ 31 ไร่ จะได้รับการฟื้นฟูตามแนวทางปลูกป่าเลียนแบบธรรมชาติ ด้วยไม้ท้องถิ่น 20 ชนิด รวมจำนวน 3,600 ต้น ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศและพัฒนาเป็นพื้นที่ สีเขียว เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ และพัฒนาเป็นโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานประเทศไทย (T-VER) ซึ่งคาดว่าจะสามารถกักเก็บก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 29.45 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี
และพื้นที่อีก 2 ไร่ สำหรับการใช้ประโยชน์ของชุมชนเชิงเศรษฐกิจและสังคม ผ่านการสร้างงาน สร้างรายได้ และพัฒนาทักษะอาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่กว่า 6,390 คน ครอบคลุม 13 หมู่บ้าน อาทิ ตลาดสินค้าเกษตรและพื้นที่ส่งเสริมผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น การเพาะกล้าไม้ การปลูก และการดูแลรักษาพื้นที่ในระยะยาว โดยรูปแบบการพัฒนาจะดำเนินการบนพื้นฐานของการมีส่วนร่วมและความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง
“การลงทุนลักษณะนี้ไม่ใช่ต้นทุน แต่เป็นการลงทุนเพื่อยกระดับคุณภาพของสินทรัพย์ และสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กรในระยะยาว ทั้งยังเป็นการวางรากฐานเพื่อเพิ่มมูลค่าทรัพย์ในอนาคต โดย BAM มีเป้าหมายต่อยอดสู่การพัฒนาสินทรัพย์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Asset Portfolio) ในวงกว้างต่อไป และอีกหนึ่งความสำคัญของโครงการ คือการเป็นพื้นที่เชื่อมต่อระบบนิเวศระหว่างผืนป่าดงใหญ่และ สวนสัตว์เปิดเฉลิมพระเกียรติ ช่วยเพิ่มความต่อเนื่องของพื้นที่สีเขียว เสริมความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ และเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอนในระยะยาว” ดร.รักษ์ กล่าว
ขณะที่ หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล เลขาธิการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า มูลนิธิแม้ฟ้าหลวงฯ ดำเนินการมาเป็นระยะเวลากว่า 40 ปี โดยมุ่งเน้นการทำงานด้านการฟื้นฟูผืนป่าควบคู่กับการสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง ซึ่งในช่วง 4 - 5 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ขยายผลการดำเนินงาน โดยนำความรู้เรื่องการฟื้นฟูดูแลป่าดอยตุงไปสู่ป่าชุมชนใน 12 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งตำบลสร้างถ่อน้อยแห่งนี้ เป็นหนึ่งในชุมชนที่ดูแลป่าชุมชนได้อย่างเข้มแข็ง และต่อเนื่อง มีทุนทางทรัพยากรธรรมชาติ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และพื้นฐานการประกอบอาชีพที่สามารถ ต่อยอดได้อีกมาก
และสิ่งสำคัญของโครงการนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการปลูกป่าเพียงอย่างเดียวแต่คือการปลูกคนเข้าด้วยกัน ผ่านการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน การสร้างงานสร้างอาชีพ และการพัฒนาศักยภาพของคนในพื้นที่ควบคู่กันไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างถูกต้องและยั่งยืน ซึ่งเป็นภารกิจที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ดำเนินการมาโดยตลอด
สำหรับแนวทางการดำเนินงาน โครงการจะมุ่งพัฒนาพื้นที่สีเขียวด้วยการปลูกไม้เศรษฐกิจท้องถิ่นแบบเลียนแบบธรรมชาติ การฟื้นฟูระบบนิเวศ และการสนับสนุนการกักเก็บคาร์บอน ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนในพื้นที่ ผ่านการส่งเสริมอาชีพ และการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งเรียนรู้และศึกษา ดูงานในอนาคต ทั้งนี้ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เชื่อมั่นว่า ความร่วมมือกับ BAM ในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการพัฒนาพื้นที่ที่สมดุลในทุกมิติ และสามารถต่อยอดสู่ต้นแบบการพัฒนาที่ยั่งยืนในพื้นที่อื่นต่อไปในอนาคต
