หุ้นไทยงวดครึ่งปี69 แจกผลตอบแทนเกิน 25%รั้งที่2 ของภูมิภาคเอเชีย! มาร์เก็ตแคป  เฉียด 20ล้านล้านพุ่งมา3.56ล้านล้าน ลุ้น  เข้าตา  MSCI

Categories : PR News

Public : 29/06/2026

 "อัสสเดช" ยิ้มได้ !! หุ้นไทยงวดครึ่งปีุ69 แจกผลตอบแทนเกิน 25%  รั้งที่2 ของภูมิภาคเอเชีย! มาร์เก็ตแคป  เฉียด 20ล้านล้านพุ่งมา3.56ล้านล้าน ลุ้น  เข้าตา  MSCI พร้อมยอมรับ ศึกษาเพิ่มหมวดอุตสาหกรรมในกระดานรับ หุ้น BOI To IPO พร้อม เตรียมสรุปหลักเกณฑ์ภายใน 2-3 เดือน หวังดึงบริษัทในกลุ่ม EV, Data Center, PCB เข้าระดมทุน!!

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่าภาพรวมการลงทุนหุ้นไทยงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 แม้ยังเผชิญปัจจัยกดดันจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และราคาน้ำมัน แต่ในช่วงครึ่งปีแรกตลาดหุ้นไทยยังให้ผลตอบแทนโดดเด่น โดยข้อมูลถึงวันที่ 26 มิถุนายน 2568 ให้ผลตอบแทนสูงกว่า 25%   สภาพคล่องในตลาดยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง มีมูลค่าการซื้อขายแตะระดับแสนล้านบาทหลายวัน และแรงซื้อหลักมาจากนักลงทุนต่างชาติที่กลับมาปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุน ซึ่งงสดครึ่งปีผลตอบแทนหุ้นไทยทำสถิติสูงสุดเป็นอันดับ 2เอเชียเป็น รองฉพาะเกาหลี

 

    "หุ้นไทยจากสิ้นปี 2568 ถึงวันที่29มิ.ย2569 ปรัวตัวเพิ่มขึ้น 318.14จุดหรือ 25.25%โดยเพิ่มจากระดับ 1,259.67จุดมาอยู่ที่ 1,577.81จุด  โดยเฉพาะวันที่29มิ.ย69หุ้นพุ่งแรงกว่า 35.47จุด ขณะที่มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม(มาร์เก็ตแคป) เพิ่มขึ้นมากว่า 3.56ล้านล้านบาทจาก 15.93ล้านล้านบาทมาอยู่ที่ 19.49ล้านล้านบาท(ตัวเลขเมื่อวันที่ 28มิถุนายน) " 

 ทั้งนี้ หุ้นไทยถือเป็นหลุมหลบสงครามของนักลงทุน จากเสถียรภาพค่าเงิน การเมือง ทำให้การไหลเข้ามาลงทุนของต่างชาติต่อเนื่อง ”

อย่างไรก็ตามการที่หุ้นไทยมีสภาพคล่อง ดัชนีพุ่งขึ้น แตะ 1,600 จุด ก็จะหนุนให้ขนาดมาร์เก็ตแคปใหญ่ขึ้นล่าสุด ทะลุ 20 ล้านล้าน บาท ก็จะทำให้มีโอกาส มากขึ้นในการมุมมองของ MSCI ในการพิจารณาน้ำหนักการลงทุน

 

นายอัสสเดช กล่าวถึงทิศทางการพัฒนาตลาดหุ้นไทยว่า   กำลังเดินหน้าร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เร่งออกมาตรการเชิงรุกภายในไตรมาส 3 ปีนี้ เพื่อรองรับการย้ายฐานการลงทุนของบริษัทต่างชาติ และดึงธุรกิจในกลุ่ม New Economy เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย

มาตรการสำคัญคือการปรับปรุงหลักเกณฑ์การรับหลักทรัพย์เข้าจดทะเบียน (IPO) ให้เหมาะสมกับธุรกิจแห่งอนาคต โดยเฉพาะการผ่อนปรนเกณฑ์ด้านมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) และข้อกำหนดด้านผลกำไร สำหรับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV), ดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) และแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) เพื่อเปิดโอกาสให้บริษัทที่มีศักยภาพ แม้ยังไม่มีกำไร สามารถเข้าระดมทุนในตลาดทุนได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ ยังเตรียมลดขั้นตอนและระยะเวลาการทำ IPO เพื่อให้ภาคธุรกิจเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้รวดเร็วขึ้น รวมถึงเปิดทางให้ บริษัทลูกของต่างชาติ ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI สามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยได้ แม้ว่าบริษัทแม่จะถือหุ้น 100% ก็ตาม ซึ่งคาดว่าจะเป็นแรงจูงใจสำคัญในการดึงเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มทุนจากไต้หวันและจีน รวมถึงตลาดหลักทรัพย์อยู่ระหว่างศึกษาในการเพิ่มหมวดอุตสาหกรรม เพื่อรับหุ้น ที่จะมาจาก BOI จากปัจจุบันมี8กลุ่มอุตสาหกรรม เพื่อความชัดเจนและดึงดูดการลงทุน

“ ปัจจุบัน BOI อนุมัติส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายรวมกว่า 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉพาะในกลุ่ม EV, Data Center และ PCB ซึ่งมีศักยภาพต่อยอดเข้าสู่ตลาดทุนไทยได้ในอนาคต คล้ายกับความสำเร็จของบริษัทอย่าง Delta และ HANA ”

ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถสรุปรายละเอียดหลักเกณฑ์ใหม่ได้ภายใน 2-3 เดือน ขณะที่การเห็นบริษัท New Economy เข้าจดทะเบียนจริงอาจใช้เวลาอย่างน้อย 2 ปี เนื่องจากต้องรอการลงทุนและการก่อสร้างโรงงานของนักลงทุนต่างชาติแล้วเสร็จ