MTSมองราคาทองคำครึ่งปีหลังโอกาส 4,500ดอลลาร์ต่อออนซ์/เปิดไทม์ไลน์ราคาทองครึ่งปีแรก

Categories : Update News, Stock Market, Wealth

Public : 02/07/2026

วิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำ ไตรมาส 2/2569 และสรุปครึ่งปีแรก พร้อมประเมินแนวโน้มทองคำครึ่งปีหลัง 2569

ราคาทองคำเปิดปีบริเวณ 4,330 เหรียญ ก่อนปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงจากแรงหนุนด้านความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ประเด็น Trade War 2.0 สืบเนื่องมากจากปี 2568 และความคาดหวังว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยในปีนี้ถึง 2 ครั้ง และในช่วงต้นปี ทรัมป์เริ่มเปลี่ยนน้ำหนักจากสงครามการค้าเข้าสู่สงครามทางภูมิรัฐศาสตร์มากขึ้น ทั้งการจู่โจมเข้าจับกุมผู้นำเวเนซุเอลา รวมถึงประเด็นความต้องการยึดครองเกาะกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นปัจจัยที่สร้างความกังวลต่อตลาดการเงินโลก และกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง แรงซื้อดังกล่าวผลักดันให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในเดือนมกราคม และทำจุดสูงสุดของปีบริเวณ 5,600 เหรียญ เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569

29 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2569 : Correction รอบใหญ่ครั้งที่ 1

หลังจากราคาทองคำขึ้นไปแตะระดับ 5,600 เหรียญ ตลาดเริ่มเข้าสู่ภาวะปรับฐานรุนแรง โดยในช่วงเวลาเพียง 3 วัน ระหว่างวันที่ 29 มกราคม ถึง 2 กุมภาพันธ์ ราคาทองคำปรับตัวลดลงกว่า 1,200 เหรียญ หรือประมาณ 21% จากระดับ 5,600 เหรียญ ลงมาทำจุดต่ำสุดบริเวณ 4,400 เหรียญ

แรงกดดันสำคัญมาจากทั้งแรงขายทางเทคนิค หลังราคาทองคำปรับตัวขึ้นแรงเกินไปในระยะสั้น รวมถึงภาวะเก็งกำไรในตลาดที่ร้อนแรงจากการใช้ Leverage ในระดับสูง ขณะเดียวกันราคาทองคำที่ปรับตัวขึ้นมาสูงกับความผันผวนที่รุนแรง ทำให้ตลาด CME ต้องประกาศปรับขึ้น Margin ซึ่งยิ่งกดดันให้ตลาดเกิดการลดสถานะ และนำไปสู่การปรับฐานครั้งใหญ่รอบแรกของปี

2 กุมภาพันธ์ – ปลายกุมภาพันธ์ 2569 : ทองคำฟื้นตัวจาก 4,400 เหรียญ สู่ 5,280 เหรียญ

หลังจากราคาทองคำทำจุดต่ำสุดบริเวณ 4,400 เหรียญ เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ราคาทองคำเริ่มฟื้นตัวกลับขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง โดยปรับตัวขึ้นมาที่ระดับ 5,280 เหรียญ คิดเป็นการปรับตัวขึ้นกว่า 880 เหรียญ หรือประมาณ 20%

การฟื้นตัวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า แม้ราคาทองคำจะเผชิญแรงขายรุนแรงจากการปรับฐานรอบแรก แต่แรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดยังประเมินความเสี่ยงจากสงครามการค้า ความไม่แน่นอนทางการเมือง และแนวโน้มดอกเบี้ยของเฟด

28 กุมภาพันธ์ 2569 : เริมต้นสงครามสหรัฐฯ–อิหร่าน

ต่อมาในวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เกิดสงครามระหว่างอิสราเอล สหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลให้ราคาทองคำในช่วงเปิดตลาดวันจันทร์ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องอีกประมาณ 140 เหรียญ และขึ้นไปทำจุดสูงสุดบริเวณ 5,420 เหรียญ

ราคาทองคำที่ดีดตัวขึ้นแรงในช่วงเปิดตลาดสะท้อนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยจากความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ตาม หลังจากราคาขึ้นไปแตะระดับดังกล่าว ได้เกิดแรงเทขายเริ่มกลับเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับฐานใหญ่รอบที่ 2 ของปี

Correction รอบใหญ่ครั้งที่ 2 : จาก 5,420 เหรียญ ลงสู่ 4,100 เหรียญ

หลังจากราคาทองคำปรับตัวขึ้นไปแตะระดับ 5,420 เหรียญ แรงเทขายเริ่มกลับเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับฐานใหญ่รอบที่ 2 โดยราคาทองคำปรับตัวลดลงกว่า 24% จากบริเวณ 5,420 เหรียญ ลงมาทำจุดต่ำสุดบริเวณ 4,100 เหรียญ คิดเป็นการปรับฐานกว่า 1,300 เหรียญ

แรงกดดันหลักมาจากประเด็นสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง โดยเฉพาะหลังอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ตลาดกลับมากังวลเรื่องเงินเฟ้อที่อาจพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากราคาพลังงานที่ปรับตัวขึ้นแรง และกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดเริ่มประเมินว่าเฟดอาจจำเป็นต้องกลับมาขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นแรงกดดันโดยตรงต่อราคาทองคำ

23 มีนาคม – สิ้นไตรมาส 1/2569 : ทองคำฟื้นตัว

หลังจากราคาทองคำทำจุดต่ำสุดบริเวณ 4,100 เหรียญ ในวันที่ 23 มีนาคม ราคาทองคำเริ่มฟื้นตัวขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป และปิดไตรมาสแรกของปี 2569 ที่ระดับ 4,510 เหรียญ

เมื่อเทียบกับราคาเปิดต้นปีบริเวณ 4,325 เหรียญ ราคาทองคำยังให้ผลตอบแทนประมาณ +4.27% ในไตรมาสแรก อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับจุดสูงสุดบริเวณ 5,600 เหรียญ ราคาทองคำยังลดลงมากกว่า -19% หรือประมาณ 1,090 เหรียญ

ไตรมาส 2/2569 : ทองคำเข้าสู่แนวโน้ม Sideway Down

หลังจากเข้าสู่ไตรมาส 2 ราคาทองคำเปิดไตรมาสที่บริเวณ 4,675 เหรียญ และปรับตัวขึ้นต่อเนื่องไปทำจุดสูงสุดบริเวณ 4,890 เหรียญ หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 215 เหรียญ คิดเป็นราว 4.5%

หากคำนวณจากจุดต่ำสุดของ Correction รอบที่ 2 ในช่วงปลายไตรมาส 1 บริเวณ 4,100 เหรียญ ราคาทองคำสามารถฟื้นตัวขึ้นมาได้ประมาณ 19% อย่างไรก็ตาม ราคายังเคลื่อนไหวในทิศทางอ่อนตัวลงต่อเนื่อง จากแรงกดดันของสงครามที่ยังคงยืดเยื้อ รวมถึงความไม่ชัดเจนของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

5 มิถุนายน 2569 : หลุดเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน สัญญาณเทคนิคเข้าสู่ขาลงเต็มตัว

ในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ราคาทองคำหลุดแนวรับสำคัญบริเวณเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันในกราฟรายวัน ซึ่งตรงกับแนวรับประมาณ 4,380 เหรียญ ในเชิงเทคนิคถือเป็นสัญญาณสำคัญที่บ่งชี้ว่าแนวโน้มราคาทองคำเริ่มเข้าสู่ภาวะขาลงเต็มตัว หลังจากหลุดระดับดังกล่าว ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในทิศทางขาลงอย่างต่อเนื่อง จนราคาทองคำลงไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 3,940 เหรียญ

สรุปภาพรวมไตรมาส 2/2569

ภาพรวมไตรมาส 2 ราคาทองคำเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก และปิดไตรมาสด้วยการปรับตัวลงรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 13 ปี โดยราคาทองคำปรับตัวลดลงจากระดับเปิดไตรมาสที่ 4,675 เหรียญ ลงมาปิดที่ 4,010 เหรียญ คิดเป็น -665 เหรียญ หรือประมาณ -14% ขณะเดียวกัน หากเทียบตั้งแต่ต้นปี ราคาทองคำให้ผลตอบแทนประมาณ -7.4% สะท้อนให้เห็นว่า แม้ทองคำจะเคยปรับตัวขึ้นแรงในช่วงต้นปีจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย แต่แรงกดดันจากเงินเฟ้อ ความกังวลต่อทิศทางดอกเบี้ยเฟด และสัญญาณทางเทคนิคที่อ่อนแอลง ได้กลายเป็นปัจจัยหลักที่กดดันราคาทองคำในช่วงครึ่งปีแรก

ประเมินแนวโน้มทองคำครึ่งปีหลัง 2569

สำหรับแนวโน้มในช่วงไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ของปี 2569 ปัจจัยสำคัญที่ยังคงส่งผลต่อราคาทองคำ คือการปรับตัวสูงขึ้นของภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งนำมาสู่ความกังวลว่าเฟดอาจใช้ปัจจัยเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นเป็นเหตุผลในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงเดือนกันยายน 2569

ประเด็นดังกล่าวถือเป็นปัจจัยหลักที่กดดันราคาทองคำอย่างรุนแรงในช่วงปลายเดือนมิถุนายน จนทำให้ราคาทองคำลงไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 3,940 เหรียญ ขณะที่ราคาทองคำไทยลงไปบริเวณ 62,400 บาทต่อบาททองคำ

ณ วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ราคาทองคำตลาดโลกเคลื่อนไหวบริเวณ 4,070 เหรียญ ขณะที่ราคาทองคำไทยอยู่ที่ประมาณ 64,100 บาทต่อบาททองคำ

MTS GOLD ประเมินว่า ระดับราคาปัจจุบันอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หรือ Turning Point ของราคาทองคำ และมีความเป็นไปได้ว่าราคาทองคำอาจผ่านจุดต่ำสุดของรอบนี้ไปแล้ว โดยเฉพาะหลังจากการวิเคราะห์ถ้อยแถลงของเควิน วอร์ช ประธานเฟดคนปัจจุบัน ที่ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่า เชื่อว่าภาวะเงินเฟ้อจะค่อย ๆ ปรับตัวลดลง แม้จะยังไม่ได้แสดงความเห็นชี้นำอย่างชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจ หรือทิศทางการขึ้นลงอัตราดอกเบี้ยในอนาคต อย่างไรก็ตาม ตลาดตอบรับเชิงบวกต่อถ้อยแถลงดังกล่าว โดยราคาทองคำดีดตัวขึ้นจากวันที่ 1 กรกฎาคม ประมาณ 80 เหรียญ และกลับขึ้นมาเคลื่อนไหวบริเวณ 4,070 เหรียญ

ทางฝ่ายวิเคราะห์ประเมินว่า โอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน 2569 น่าจะมีไม่มากนัก โดยให้น้ำหนักเพียงประมาณ 30% จากเดิมที่ตลาดหลายฝ่ายเคยให้น้ำหนักไว้สูงถึง 65% ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินว่า ภาวะเงินเฟ้อมีแนวโน้มจะเริ่มปรับตัวลดลงในเดือนสิงหาคมและกันยายน ซึ่งอาจทำให้เฟดและคณะกรรมการเปลี่ยนใจไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในการประชุมเดือนกันยายนได้

ปัจจัยดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญอย่างมากต่อทิศทางราคาทองคำ โดยฝ่ายวิเคราะห์ให้น้ำหนักต่อการตัดสินใจของเฟดสูงถึง 90% ในฐานะปัจจัยหลักที่จะกำหนดทิศทางราคาทองคำในช่วง 3 เดือนข้างหน้า หากเฟดส่งสัญญาณชัดเจนว่าไม่ขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน ราคาทองคำมีโอกาสสิ้นสุดรอบการปรับฐาน และเริ่มกลับตัวขึ้นได้

MTS GOLD เชื่อว่า ราคาทองคำอาจผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วที่บริเวณ 3,920 เหรียญ และประเมินว่าในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2569 ราคาทองคำมีแนวโน้มเริ่มกลับมาเป็นขาขึ้นได้อีกครั้ง โดยภาพรวมราคาทองคำมีโอกาสกลับขึ้นมายืนเหนือระดับ 4,500 เหรียญ ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป

นอกจากนี้ ยังประเมินว่าในช่วงสิ้นปี 2569 ราคาทองคำมีโอกาสกลับขึ้นไปทดสอบบริเวณ 4,900–5,000 เหรียญได้ หากเฟดไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยตามที่ตลาดกังวล และเงินเฟ้อเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวลงอย่างชัดเจน

หากคำนวณเป็นราคาทองคำไทย ภายใต้สมมติฐานค่าเงินบาทบริเวณ 32.80 บาทต่อดอลลาร์ ราคาทองคำไทยมีโอกาสปรับขึ้นไปบริเวณ 75,000 บาทต่อบาททองคำ บวกลบตามสภาวะค่าเงินบาทในช่วงเดือนธันวาคม