ธ.ก.ส.เปิดตัว “เมฆฝน” (MAKEFON) AI ผู้ช่วยอัจฉริยะเพื่อเกษตรกรไทย
Categories : PR News
Public : 05/07/2026"เมฆฝน" (MAKEFON) คือ แมวไทยเพศเมีย สายพันธุ์สีสวาด ได้รับแรงบันดาลใจจาก ประเพณีแห่นางแมวขอฝนแบบโบราณ สัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์และความโชคดี ที่ถูกนำมาแปลงโฉมเป็นเทคโนโลยี AI ยุคใหม่
เมฆฝน” (MAKEFON) เป็นนวัตกรรม AI ผู้ช่วยอัจฉริยะเพื่อเกษตรกรไทย ที่พัฒนาขึ้นโดย ธ.ก.ส. เพื่อยกระดับการทำเกษตรกรรมให้มีความแม่นยำและช่วยลดความเสี่ยงผ่านแอปพลิเคชัน BAAC Mobile ในการให้คำปรึกษาด้านการเกษตรแก่เกษตรกรไทย โดยเฉพาะผู้ที่สนใจเข้าร่วม “โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งเพื่อลดต้นทุนการผลิต"
ยกระดับชีวิตเกษตรกรผ่าน 5 ฟีเจอร์สำคัญ
๐ การวิเคราะห์ดินแม่นยำ (Soil Analysis): ระบบจะรายงานสภาพดินในพิกัดพื้นที่ปลูก ทั้งในด้าน สภาพเนื้อดินและค่าความสัมพันธ์เป็นกรด-ด่าง (pH) เพื่อประเมินความเหมาะสมกับพืชที่จะปลูก ทำให้เกษตรกรเข้าใจพื้นฐานทรัพยากรของตนเองได้ดียิ่งขึ้น
๐ การจับคู่พืชที่เหมาะสม พืชทำเงิน (Crop Matching): AI จะช่วย แนะนำสายพันธุ์พืชที่ทนทานและให้ผลผลิตสูงสุด ในพื้นที่ตำบลหรืออำเภอนั้นๆ เพื่อลดความเสี่ยงในการปลูกพืชที่ไม่เหมาะสมกับสภาพอากาศและพื้นที่
๐ ลดต้นทุนด้วยการแนะนำสูตรปุ๋ยที่เหมาะสม ระบบจะคำนวณและ แนะนำสูตรปุ๋ยรวมถึงปริมาณการใช้ที่เหมาะสม ต่อไร่ตามค่าผลตรวจดินจริง ซึ่งช่วยให้เกษตรกรลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นและเพิ่มประสิทธิภาพของผลผลิตได้สูงสุด
๐ ชี้เป้าแหล่งปุ๋ยราคาควบคุม โดยแจ้งพิกัดร้านค้าหรือสหกรณ์การเกษตรที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงปัจจัยการผลิตในราคาที่เป็นธรรม
๐ วางแผนรายได้ล่วงหน้า (Yield & Revenue Forecast): เกษตรกรสามารถเห็น แนวโน้มรายได้ก่อนเริ่มปลูก โดย AI จะคำนวณคาดการณ์มูลค่าผลผลิตเมื่อเก็บเกี่ยว โดยอ้างอิงฐานข้อมูลราคาเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี ช่วยให้สามารถวางแผนการเงินและบริหารจัดการฟาร์มได้อย่างมืออาชีพ
เมื่อให้ข้อมูลครบถ้วน ระบบจะประมวลผลร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์เชิงลึกและรายงานผลสรุปทั้ง 5 ด้าน (วิเคราะห์ดิน, จับคู่พืช, แนะนำสูตรปุ๋ย, ชี้เป้าแหล่งปุ๋ย และประเมินรายได้) ให้แก่เกษตรกร
ระบบนี้ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐหลายแห่ง เช่น กระทรวงการคลัง, ธ.ก.ส. , Agrimap ( กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ) , กรมพัฒนาที่ดินและกรมการข้าวและกรมการค้าภายใน
การใช้งาน AI Chatbott ผ่านแอปพลิเคชัน BAAC Mobile ของ ธ.ก.ส."เมฆฝน" ยังได้รับการออกแบบให้ ใช้งานง่าย โดยเกษตรกรระบุข้อมูลเพียง 2 อย่าง คือ
"ประเภทพืชที่จะปลูก" และ "พื้นที่ปลูก" เท่านั้น
ระบบก็จะประมวลผลข้อมูลเชิงลึกจากหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญต่างๆ (เช่น กรมพัฒนาที่ดิน กรมการข้าว) มาให้ทันที เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตภายใต้โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำของ ธ.ก.ส.
"โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งเพื่อลดต้นทุนการผลิต" ของ ธ.ก.ส.
กรอบวงเงินโครงการรวม 30,000 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินโครงการ 3 ปี เปิดให้เกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. และขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนหมุนเวียนในการจัดซื้อปัจจัยการผลิตที่จำเป็น โดยเฉพาะการซื้อปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์ในราคาที่เป็นธรรมภายใต้การควบคุมของกรมการค้าภายใน
สำหรับเกษตรกรที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการ ต้องมีคุณสมบัติและปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังนี้
1 เป็นเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. และขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง
2 พืชเศรษฐกิจสำคัญที่เข้าร่วมโครงการ 7 ชนิด ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง ยางพารา อ้อย และผลไม้
3 เกษตรกรต้องผ่านการอบรม หรือเรียนรู้ การพัฒนาทักษะและบริหารจัดการต้นทุน (Reskill/Upskill)โดย ธ.ก.ส. หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ/หรือหน่วยงานร่วมดำเนินการอื่น ๆ เช่นการใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพตามค่าการวิเคราะห์ดิน เป็นต้น
4 ต้องใช้เงินกู้ เพื่อจัดซื้อปุ๋ยผ่านสถาบันเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร หรือวิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งฯ หรือแหล่งอื่นตามที่ ธ.ก.ส. กำหนด
5 เกษตรกรต้องใช้พันธุ์หรือเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับการรับรอง มีมาตรฐานตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือตามที่ ธ.ก.ส. กำหนด และจำหน่ายให้แก่เกษตรกรในราคาที่เหมาะสม ซึ่งกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จะควบคุมราคาให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด
6 สามารถชำระหนี้เงินกู้ได้ตามระยะเวลาที่ ธ.ก.ส. กำหนด โดยเกษตรกรผู้กู้รับชำระค่าผลผลิตผ่านบัญชีเงินฝากของ ธ.ก.ส. และยินยอมให้ ธ.ก.ส. หักชำระหนี้จากบัญชีเงินฝาก
7 วงเงินกู้รายละไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6 ต่อปี โดยรัฐบาลสนับสนุนชดเชยดอกเบี้ย ให้ร้อยละ 3 ต่อปี เมื่อผู้กู้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการ กำหนดชำระคืนเงินกู้ไม่เกิน 12 เดือน (ระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน 30 เมษายน 2572)
8 ระยะเวลาโครงการ 3 ปี นับตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เห็นชอบ ถึงวันที่ 30 เมษายน 2572
