กบข. ครึ่งปีแรกผลตอบแทน 7.2-7.3% เน้นลงทุนปลอดภัย ปันผลดี!! พร้อมเปิดเทรนด์ข้าราชการรุ่นใหม่ แห่ใช้แผน DIY ดันผลตอบแทนหุ้นไทยพุ่ง 20% เดินหน้ากระตุ้นสมาชิกออมเพิ่ม-ออมต่อ !
Categories : Update News, Stock Market, Wealth
Public : 14/07/2026กบข. ครึ่งปีแรกผลตอบแทน 7.2-7.3% เน้นลงทุนปลอดภัย ปันผลดี!! พร้อมเปิดเทรนด์ข้าราชการรุ่นใหม่ แห่ใช้แผน DIY ดันผลตอบแทนหุ้นไทยพุ่ง 20% เดินหน้ากระตุ้นสมาชิกออมเพิ่ม-ออมต่อ !

ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า ภาพรวมการดำเนินงานและการบริหารจัดการเงินกองทุน ที่มีมูลค่ารวม 1.5 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นกองส่วนสมาชิกประมาณ 500,000 ล้านบาท และกองทุนสำรองที่บริหารให้กระทรวงการคลังอีกกว่า 1 ล้านล้านบาท
โดยในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา กบข สามารถทำผลตอบแทนภาพรวมได้น่าพอใจ โดยแผนหลักของสมาชิก (General) มีผบตอบแทน 7.2 - 7.3% ขณะที่ภาพรวมผลตอบแทนทั้งหมดในช่วงครึ่งปีแรก จะอยู่ที่ประมาณ 6.9 - 7.7%
กลยุทธ์การลงทุน: เน้นหุ้นปันผล 8-9% เพราะ คือ "Landlord" สำคัญ
กบข ยังคงสัดส่วนการจัดสรรสินทรัพย์ (Asset Allocation) ระหว่างสินทรัพย์เติบโตและตราสารหนี้ไว้ที่ประมาณ 50/50 โดยมีการกระจายการลงทุนในต่างประเทศประมาณ 20% ในสินทรัพย์สาธารณะ (Public Assets) และอีกเกือบ 20% ในสินทรัพย์นอกตลาด (Private Assets) เช่น อสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก
สำหรับกลยุทธ์สำคัญที่ กบข ใช้คือการเลือกลงทุนในหุ้นปันผลที่เปรียบเสมือน "Landlord" ที่สำคัญของ กบข และส่วนใหญ่จะลงทุนระยะยาว ลงทุนกลุ่มธุรกิจที่มีความมั่นคง มีกระแสเงินสดต่อเนื่อง และจ่ายเงินปันผลสูง (High Dividend) เช่น กลุ่มธนาคาร พลังงาน และสื่อสาร โดยหุ้นปันผลในพอร์ต กบข บางกลุ่มสามารถทำผลตอบแทนจากปันผลได้สูงถึง 8-9%
นอกจากนี้ กบข . กำลังให้ความสำคัญกับกลุ่ม"New Economy ที่เกี่ยวข้องกับ AI, Data Center, พลังงานสะอาด และเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งมองว่าเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างการเติบโตระยะยาว
“DIY" มาแรง สมาชิกข้าราชการรุ่นใหม่แห่จัดพอร์ตเอง
ดร.ศรพล กล่าวว่า ปัจจุบัน กบข.มีสมาชิกกว่า 1.2 ล้านราย โดยพบว่าสมาชิกมีความรู้ด้านการเงินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเริ่มเลือกปรับแผนการลงทุนด้วยตนเอง (DIY) มากขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในกองทุนหุ้นไทย หลังมองเห็นโอกาสจากระดับราคาหุ้นที่น่าสนใจ
ทั้งนี้ พฤติกรรมของสมาชิกมีการปรับเปลี่ยนตามภาวะตลาด โดยในช่วงที่ผ่านมา สมาชิกจำนวนหนึ่งเคยปรับเงินลงทุนไปยังกองทุนทองคำหรือหุ้นต่างประเทศเมื่อให้ผลตอบแทนโดดเด่น แต่เมื่อมองเห็นโอกาสในตลาดหุ้นไทยก็เริ่มทยอยสับเปลี่ยนกลับเข้ามาลงทุนในกองทุนหุ้นไทยมากขึ้น สะท้อนว่าสมาชิกมีความเข้าใจด้านการลงทุนและติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด
ปัจจุบันสมาชิกยังใช้แอปพลิเคชันของ กบข. เพื่อติดตามผลตอบแทน ตรวจสอบมูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) และจำลองเงินออมหลังเกษียณ เพื่อวางแผนการลงทุนให้สอดคล้องกับเป้าหมายของตนเอง แม้ว่าสัดส่วนสมาชิกที่เลือกแผนลงทุนแบบ DIY ยังไม่สูงเมื่อเทียบกับสมาชิกทั้งหมด แต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“ กบข.ยังคงเน้นย้ำให้สมาชิกให้ความสำคัญกับวินัยการออม โดยเฉพาะการเริ่มออมตั้งแต่อายุยังน้อยและการออมเพิ่มอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากเป็นปัจจัยที่สามารถควบคุมได้ ขณะที่ผลตอบแทนจากการลงทุนขึ้นอยู่กับภาวะตลาด จึงควรกระจายการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยง“
นอกจากนี้ กบข.ยังสนับสนุนให้สมาชิกเลือก "ออมต่อ" หลังเกษียณ แทนการถอนเงินออกมาทั้งหมด เพื่อให้เงินออมยังคงได้รับการบริหารอย่างมืออาชีพ สร้างโอกาสในการเติบโตของเงินลงทุนต่อเนื่อง และช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวงทางการเงินจากการถือเงินก้อนใหญ่หลังเกษียณ
มองบวกตลาดหุ้นไทยครึ่งปีหลัง
ดร.ศรพล กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงครึ่งปีหลังยังมีโอกาสเติบโตจากปัจจัยด้านมูลค่า (Valuation) ที่น่าสนใจ และเริ่มเห็นสัญญาณเม็ดเงินลงทุนเริ่มกระจายออกจากสหรัฐฯ มายังตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) รวมถึงไทย
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่จะดึงดูดนักลงทุนต่างชาติได้คือความชัดเจนของรัฐบาลหลังผ่านการเลือกตั้ง ซึ่งรัฐบาลมีเสถียรภาพ จะทำให้การดำเนินนโยบายต่อเนื่องใน การดำเนินมาตรการต่างๆ
อีกทั้งประเด็นที่สำคัญคือการที่สถาบันจัดอันดับเครดิต ทั้งมูดดีส์และเอสแอนด์พีปรับมุมมองจากเชิงลบสู่เสถียรภาพ เป็นปัจจัยปลดล้อกสำคัญและ ดึงดูดเงินลงทุนเข้ามา จากจากขายไป2-3ปีกว่า 4.5แสนล้าน ซึ่งการกลับมาของเม็ดเงินนั้น จะทำให้มีสภาพคล่องมากขึ้น
