SCB WEALTH แนะลงทุน AI ครึ่งปีหลัง 2569 เลือกหุ้นพื้นฐานแกร่ง ไม่ไล่ตามกระแส จับตา 3 ปัจจัยเสี่ยงโลก
Categories : Update News, Wealth
Public : 15/07/2026SCB WEALTH ร่วมกับ SCB CIO, InnovestX และ SCBAM จัดสัมมนาออนไลน์หัวข้อ "อ่านเกม AI : ลงทุนต่อ หรือรอจังหวะใหม่?" โดยประเมินว่า ธีม AI ยังเป็นเมกะเทรนด์การลงทุนในช่วงครึ่งหลังปี 2569 แต่การลงทุนต้องมีความระมัดระวังมากขึ้น เน้นเลือกบริษัทที่สามารถสร้างรายได้ กำไร และกระแสเงินสดได้จริง พร้อมแนะนักลงทุนจับตาทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ และมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางตลาดโลก
น.ส.เกษรี อายุตตะกะ CFP® Head of Investment Research, SCB CIO ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามในช่วงครึ่งหลังปีนี้มี 3 เรื่อง ได้แก่ ทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ และความสามารถของบริษัทต่าง ๆ ในการเปลี่ยนเม็ดเงินลงทุนด้าน AI ให้เป็นรายได้และกำไร
SCB CIO มองว่า Fed มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงตลอดปี 2569 เนื่องจากเงินเฟ้อยังได้รับแรงกดดันจากปัญหาพลังงาน ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ขณะเดียวกันยังต้องติดตามสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ และนโยบายการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งอาจสร้างความผันผวนให้กับตลาดการเงิน
สำหรับการลงทุนใน AI แม้ราคาหุ้นหลายบริษัทจะปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง แต่ยังไม่สะท้อนภาวะฟองสบู่ เพราะยังได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของผลประกอบการ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรให้ความสำคัญกับการปรับประมาณการกำไร (EPS Revision) ความสามารถในการสร้างรายได้จาก AI (AI Monetization) และกระแสเงินสด มากกว่าการลงทุนตามกระแส
น.ส.นิสารัตน์ ชมภูพงษ์ Head of Wealth and Investment Advisory, SCB CIO ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า AI ยังคงเป็นหนึ่งใน Mega Force ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกในระยะยาว เนื่องจากบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ยังเดินหน้าเพิ่มงบลงทุนอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่า AI Capex Cycle ยังอยู่ในช่วงขยายตัว
อย่างไรก็ตาม ตลาดเริ่มแยกแยะคุณภาพของบริษัทมากขึ้น จึงควรเลือกลงทุนในบริษัทที่สามารถสร้างการเติบโตของรายได้และกำไรจาก AI ได้จริง โดย SCB CIO ยังคงให้น้ำหนักกับกลุ่ม AI Enablers เช่น ผู้ผลิตชิป เซมิคอนดักเตอร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบคลาวด์ ระบบเครือข่าย และธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ซึ่งได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการลงทุน AI มากกว่ากลุ่ม AI Beneficiaries ที่ยังอยู่ในช่วงพิสูจน์ผลลัพธ์ทางธุรกิจ
นอกจากนี้ แนะนำให้นักลงทุนจัด AI เป็นส่วนหนึ่งของทั้ง Core Portfolio และ Opportunistic Portfolio ตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ พร้อมยึดหลักลงทุนอย่างต่อเนื่อง (Stay Invested) และกระจายการลงทุนอย่างเหมาะสม
ด้าน นายสิทธิชัย ดวงรัตนฉายา หัวหน้านักกลยุทธ์ลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ (InnovestX) กล่าวว่า หุ้น AI ยังมีโอกาสเติบโตต่อ แต่ระดับราคาปัจจุบันเริ่มตึงตัว โดยหุ้นส่วนใหญ่ซื้อขายที่ระดับ P/E มากกว่า 20 เท่า ขณะที่หุ้นที่มี P/E สูงกว่า 30 เท่า นักลงทุนควรพิจารณาความเหมาะสมของมูลค่าอย่างรอบคอบ
แม้กลุ่ม Hyperscalers ยังเดินหน้าเพิ่มงบลงทุน AI ต่อเนื่อง แต่การเติบโตของกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์อาจเริ่มชะลอลงตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2569 หลังฐานรายได้ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงก่อนหน้า
InnovestX มองว่า กลุ่มที่ยังน่าสนใจ ได้แก่ พลังงาน โดยเฉพาะพลังงานนิวเคลียร์ กลุ่มผู้ผลิตชิปและเซมิคอนดักเตอร์ โครงสร้างพื้นฐานด้าน AI เช่น คลาวด์และดาต้าเซ็นเตอร์ ผู้พัฒนาโมเดล AI และธุรกิจที่นำ AI ไปประยุกต์ใช้ เช่น Robotaxi และ Cybersecurity พร้อมเปรียบเทียบว่า "ดนตรีของหุ้น AI ยังไม่จบ จึงยังไม่ใช่เวลาหยุดเต้น"
ขณะที่ น.ส.ศุภรัตน์ อารีย์วงศ์ Executive Director กลุ่มกลยุทธ์การตลาดและผลิตภัณฑ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBAM) กล่าวว่า การลงทุนใน AI ไม่ได้จำกัดเฉพาะหุ้นเทคโนโลยี แต่ครอบคลุมทั้งระบบนิเวศ ตั้งแต่ผู้ผลิตวัตถุดิบ โครงสร้างพื้นฐาน ผู้พัฒนาเทคโนโลยี ไปจนถึงธุรกิจที่นำ AI ไปใช้งานจริง
SCBAM แนะนำให้นักลงทุนกระจายการลงทุนผ่านกองทุนรวม ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้นรายตัว และเปิดโอกาสเข้าถึงบริษัทที่ได้รับประโยชน์จาก AI ในหลายประเทศและหลายอุตสาหกรรม โดยมีกองทุนครอบคลุมทั้งกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีดิจิทัล แร่หายาก หุ่นยนต์ EV และพลังงานสะอาด เพื่อให้เหมาะกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงของผู้ลงทุนแต่ละราย
