กรอ. เคาะตั้งคณะทำงานลุยลงทุน 5 ยุทธศาสตร์ ยกระดับทุกมิติ หวังดึงเม็ดเงินพัฒนาประเทศ ดันจีดีพีโตเกิน 3%
Categories : Update News, Finance
Public : 31/07/2026นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการลงทุนใหม่ของประเทศ ภายใต้คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ว่า ที่ประชุมได้จัดตั้งคณะทำงาน 5 ชุดหลัก ตามแผนยุทธศาสตร์สำคัญ เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่ฐานการลงทุนและเศรษฐกิจแห่งอนาคต
โดยมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการลงทุนภาครัฐและเอกชนรวมให้ได้ 30 % ของ จีดีพี หวังผลักดันอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยให้เติบโตเกิน 3% ยกระดับขีดควเผยคณะอนุกก.ด้านการพัฒนาการลงทุนใหม่ของประเทศ ภายใต้ กรอ. ไฟเขียว 5 ยุทธศาสตร์ ยกเครื่องยนต์เศรษฐกิจไทยใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี พลังงานสะอาด และบริการทางการเงินครบวงจร ตั้งเป้าดันเศรษฐกิจไทยโตมากกว่าร้อยละ 3 เพิ่มสัดส่วนการลงทุนรวมร้อยละ 30 ของ GDP และไต่อันดับขีดความสามารถแข่งขันโลกสู่ 20 อันดับแรก ผลักดันประเทศไทยสู่ฐานการลงทุนสำคัญของภูมิภาคามสามารถการแข่งขันสู่ 20 อันดับแรกของโลก ก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูงด้วยการพัฒนาประสิทธิภาพภาครัฐภาคธุรกิจและโครงสร้างพื้นฐาน

ทั้งนี้ ได้ตั้งคณะทำงาน 5 ชุดเพื่อขับเคลื่อนการลงทุนประเทศประกอบด้วย
1.คณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนการลงทุนเพื่อการเติบโตอย่างทั่วถึง (Investment and Industry Transformation Hub) มีนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เป็นประธาน เพื่อเร่งผลักดัน Thailand FastPass และ Investment Enablement มุ่งเน้นอุตสาหกรรมเป้าหมาย , โครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น ทั้งระบบน้ำ ไฟฟ้า พื้นที่อุตสาหกรรมและสาธารณูปโภค รวมถึงส่งเสริมอุตสาหกรรมใหม่ เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนหรือวัตถุดิบภายในประเทศเชื่อมโยงเครือข่าย SME เข้ากับห่วงโซ่อุปทาน และเร่งพัฒนาทักษะแรงงาน
2.คณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนอนาคตด้วย AI และเทคโนโลยีขั้นสูง ( AI and Digital Hub) มีนายดนุชา พิชยนันท์ เลขานุการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ( สภาพัฒน์ ) เป็นประธาน มุ่งสนับสนุนการลงทุนด้าน AI ครบวงจรและสร้างบริการรูปแบบใหม่เพื่อดึงดูดการลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูง
3.คณะทำงานเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว สร้างความสามารถในการแข่งขัน ( Green Economy ) มีนายกุลิศ สมบัติศิริ อดีตปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน สนับสนุนการลงทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว พลังงานสะอาด พัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ โครงสร้างพื้นฐาน EV และระบบขนส่งสีเขียว ร่วมกับการพัฒนากลไกตลาดคาร์บอน (Carbon Market) ระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ETS) และกลไกการเงินสีเขียว
4.คณะทำงานเพื่อพัฒนานวัตกรรมทางการเงิน ขับเคลื่อนการลงทุนและนวัตกรรม ( Financial Hub ) มีนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางการเงินระดับภูมิภาค และอำนวยความสะดวกกลุ่มธุรกิจสตาร์ทอัพ (Startups) ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น
5. คณะทำงานเพื่อพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ และบริการสาธารณสุขมูลค่าสูง ( Medical Hub ) มีนพ. สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน มุ่งเน้นการลงทุนด้านนวัตกรรมการแพทย์มูลค่าสูงเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ พัฒนาระบบนิเวศด้านยาและอาหารเสริม พร้อมเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทาน และการแพทย์ระดับโลก
โดยคณะทำงานทั้ง 5 ชุด จะต้องไปทำแผนงาน Quick Big Win ระยะ 6 เดือน เพื่อแก้ไขข้อจำกัดเร่งด่วน มาตรการเชิงโครงสร้าง และแผน Big Win ระยะ 2 ปี และแผนระยะยาว Long Win ในอีก 4 ปีข้างหน้า เพื่อให้บรรลุเป้าหมายผลักดันเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัวได้เกิน 3% ในปี 2572
คณะทำงานชุด จะทำงานแบบบูรณาการ สามารถใช้เครื่องมือของ BOI รวมถึงการใช้มาตรการภาษีจากกระทรวงการคลัง ทำให้งบประมาณการลงทุนได้ตรงเป้าหมาย สามารถพิจารณาร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) และการใช้ตลาดทุนผ่านกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ (Thailand Future Fund) ได้ จึงถือเป็นครั้งแรกที่มีการทำแผนปฏิบัติงาน (Execution Plan) ร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม มีตัวชี้วัดความสำเร็จที่ชัดเจน และเป็นการทำงานแบบ "ไร้รอยต่อ" ระหว่างหน่วยงานรัฐและเอกชน
