อมตะผนึก 9 พันธมิตร ลุยจัดการน้ำ-ขยะคลองท้ายเซิด ต่อยอดโมเดลสิ่งแวดล้อม สู่เมืองอุตสาหกรรมยั่งยืน

Categories : Update News, ESG News

Public : 21/08/2026

“อมตะ” ผนึก 9 พันธมิตร เดินหน้ายกระดับการจัดการน้ำและขยะรอบนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี ขยายผลสู่โครงการระยะที่ 4 “คลองท้ายเซิด” ครอบคลุมพื้นที่ อบต.พานทองหนองกะขะ และ อบต.มาบโป่ง มุ่งฟื้นฟูคุณภาพน้ำ ลดความเสี่ยงน้ำเน่าเสีย เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ และจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง พร้อมเชื่อมภาครัฐ ท้องถิ่น เอกชน และชุมชนร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ

 

ดร.วิวัฒน์ กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่เทคนิควิศวกรรม บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เกิดจากการทำงานร่วมกันของ 9 หน่วยงาน ได้แก่ อบต.พานทองหนองกะขะ อบต.มาบโป่ง การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โครงการชลประทานชลบุรี บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน บริษัท อมตะ ยู บริษัท อมตะ ฟาซิลิตี้ เซอร์วิส บริษัท อาควา นิชิฮาร่า คอร์ปอเรชั่น และบริษัท ยูไนเต็ด แอนนาลิสต์ แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแตนท์

 

เป้าหมายคือยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตชุมชนรอบนิคมฯ โดยมองว่าการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมต้องสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิต ไม่ใช่ดูแลเฉพาะพื้นที่นิคมฯ

 

“สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาน้ำหรือขยะ แต่คือการสร้างระบบและความร่วมมือที่ทุกฝ่ายสามารถร่วมกันดูแลพื้นที่ได้ในระยะยาว โดยนำประสบการณ์จากพื้นที่เดิมมาต่อยอดสู่คลองท้ายเซิดอย่างเป็นรูปธรรม”

 

ต่อยอดจากคลองสันตะไพร

โครงการระยะที่ 4 คลองท้ายเซิด เป็นการต่อยอดจากระยะที่ 3 ซึ่งดำเนินการระหว่างปี 2566–2568 ในพื้นที่คลองสันตะไพร ครอบคลุมเทศบาลตำบลดอนหัวฬ่อ หนองไม้แดง และนาป่า โดยพัฒนาความร่วมมือด้านการดูแลแหล่งน้ำ จัดการขยะ ตรวจติดตามคุณภาพน้ำ และสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน

สำหรับคลองท้ายเซิด จะเน้นฟื้นฟูคุณภาพน้ำ ดูแลพื้นที่ริมคลอง เพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำ และสร้างความรู้แก่ประชาชน เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น และผู้ประกอบการ เพื่อให้การจัดการน้ำเสียและขยะเกิดขึ้นตั้งแต่ต้นทาง

ผลจากโครงการระยะที่ผ่านมา พบว่าค่า BOD ในแหล่งน้ำลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยอมตะ ยู ยังคงติดตามคุณภาพน้ำผ่านการเก็บตัวอย่างและตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เครื่องเติมอากาศพลังงานแสงอาทิตย์และการปลูกพืชน้ำยังสร้างประโยชน์ต่อเนื่อง ด้านการจัดการขยะมีผู้ผ่านการอบรมแล้วกว่า 2,000 คน ทั้งผู้ค้าในตลาดและนักเรียน

นายชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ ยู จำกัด กล่าวว่า ความสำเร็จของโครงการเกิดจากการให้ชุมชนมีส่วนร่วมตั้งแต่รับรู้ปัญหาจนถึงร่วมดูแลพื้นที่ เพราะการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนไม่สามารถพึ่งพาหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง

 

“อมตะ ยู จะทำหน้าที่เชื่อมโยงแต่ละภาคส่วนให้ทำงานไปในทิศทางเดียวกัน เป้าหมายคือให้โครงการไม่จบลงเมื่อกิจกรรมสิ้นสุด แต่พัฒนาเป็นรูปแบบที่ชุมชนสามารถนำไปดูแลพื้นที่ต่อได้ด้วยตัวเอง”

 

ภายใต้ความร่วมมือ ทุกฝ่ายจะร่วมประชาสัมพันธ์และให้ความรู้เรื่องน้ำเสียและขยะ จัดกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วม ตรวจสอบระบบบำบัดน้ำเสียของแหล่งกำเนิด ดูแลคลองและพื้นที่ริมคลอง รวมถึงตรวจวัดคุณภาพน้ำตามจุดที่กำหนด ทุกเดือน เพื่อใช้ประเมินสถานการณ์และกำหนดแนวทางแก้ไข

 

การเดินหน้าสู่ระยะที่ 4 จึงไม่เพียงมุ่งให้น้ำมีคุณภาพดีขึ้นและพื้นที่สะอาดขึ้น แต่ยังสร้างระบบการจัดการร่วมที่ทุกฝ่ายมีบทบาท ตั้งแต่ภาครัฐ ท้องถิ่น ผู้ประกอบการ และประชาชน พร้อมต่อยอดองค์ความรู้จากพื้นที่หนึ่งไปสู่อีกพื้นที่ เพื่อสร้างต้นแบบการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ขยายผลได้ และขับเคลื่อนเมืองอุตสาหกรรมให้อยู่ร่วมกับชุมชนและสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน