ราช กรุ๊ปทุ่ม 1 หมื่นล้าน ลุย PDP ใหม่–อินโดฯ ปั้นธุรกิจ Data Center ดัน EBITDA 1.5 หมื่นล้าน

Categories : Update News, Stock Market, Energy

Public : 24/08/2026

“ราช กรุ๊ป” เดินหน้าลงทุนปี 2569 กว่า 1 หมื่นล้านบาท เตรียมชิงโรงไฟฟ้าตาม PDP 2026 พร้อมขยายพอร์ตอินโดนีเซีย ขณะที่ครึ่งปีแรกเข้าสู่ธุรกิจ Data Center แล้ว ผ่านการขายไฟฟ้ารวม 128 เมกะวัตต์ เล็งใช้โรงไฟฟ้าราชบุรีรองรับ Data Center ราว 1,400 เมกะวัตต์ หลัง PPA ทยอยหมดอายุปี 2570 ตั้งเป้า EBITDA ปีนี้แตะ 15,000 ล้านบาท

 

นายนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทและกรรมการผู้จัดการใหญ่  บริษัทราชกรุ๊ป จำกัด(มหาชน)  หรือ RATCH เปิดเผยว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทได้เข้าสู่อุตสาหกรรมดิจิทัลผ่านการให้บริการพลังงานไฟฟ้าแก่ธุรกิจศูนย์ข้อมูล หรือ Data Center

บริษัท ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี จำกัด ซึ่ง RATCH ถือหุ้น 51.67% มีกำลังการผลิต 154.2 เมกะวัตต์ ได้ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับลูกค้า Data Center ในสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ จ.ชลบุรี กำลังผลิต 60 เมกะวัตต์

ขณะที่โรงไฟฟ้านวนคร ซึ่ง RATCH ถือหุ้น 40% มีกำลังการผลิต 232 เมกะวัตต์ ได้บรรลุข้อตกลงผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าให้ลูกค้า Data Center ในเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมนวนคร 2 ราย กำลังผลิต 48 เมกะวัตต์ และ 20 เมกะวัตต์

อย่างไรก็ตาม สถานะของทั้งสองโครงการมีรายละเอียดแตกต่างกัน โดยโครงการ 48 เมกะวัตต์มีการปรับโครงสร้างสัญญาค่าไฟฟ้าเป็น Gas-linked Pricing ขณะที่โครงการ 20 เมกะวัตต์ยังอยู่ระหว่างการเจรจา ดังนั้นกำลังผลิต 128 เมกะวัตต์จึงควรหมายถึงโครงการที่บริษัทมีการลงนามหรือบรรลุข้อตกลง/อยู่ระหว่างเจรจาตามสถานะของแต่ละโครงการ ไม่ควรสื่อว่าเป็นสัญญาที่ลงนามครบทั้งหมด

 

เล็งใช้โรงไฟฟ้าราชบุรีป้อน Data Center 1,400 MW

 

อีกหนึ่งโอกาสสำคัญของ RATCH อยู่ที่พื้นที่โรงไฟฟ้าราชบุรี หลังสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 3 ยูนิต กำลังผลิตยูนิตละ 700 เมกะวัตต์ รวม 2,100 เมกะวัตต์ จะทยอยหมดอายุในปี 2570

 

เบื้องต้นบริษัทมีแนวคิดนำกำลังผลิตประมาณ 1,400 เมกะวัตต์ มาใช้รองรับความต้องการของกลุ่ม Data Center ขณะที่ส่วนที่เหลือจะเป็นกำลังสำรองเพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า

 

อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการจัดทำโมเดลธุรกิจ โดย RATCH รอความชัดเจนด้านนโยบาย มาตรฐาน และหลักเกณฑ์การส่งเสริมการลงทุน Data Center จากคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนในไตรมาส 4 ปี 2569

 

ปัจจุบันมีผู้ประกอบการ Data Center หลายรายอยู่ระหว่างเจรจากับ RATCH โดยบางรายสนใจให้บริษัทเข้าไปถือหุ้นในโครงการด้วย ขณะที่พื้นที่โรงไฟฟ้าราชบุรียังมีศักยภาพด้านน้ำจากแม่น้ำแม่กลองและบ่อกักเก็บน้ำเดิม ซึ่งบริษัทมองว่าสามารถรองรับโครงการ Data Center ที่สนใจเข้ามาลงทุนได้ 

ครึ่งปีแรกกำไร 2.63 พันล้าน ตั้งเป้า EBITDA 1.5 หมื่นล้าน

สำหรับผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกปี 2569 RATCH มีรายได้รวม 26,015 ล้านบาท EBITDA 7,620 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 2,628 ล้านบาท โดยรายได้ 96% หรือ 24,866 ล้านบาท มาจากธุรกิจผลิตไฟฟ้า สะท้อนว่าธุรกิจโรงไฟฟ้ายังคงเป็นฐานรายได้หลักของบริษัท 

 

ทั้งปีบริษัทตั้งเป้า EBITDA ที่ระดับ 15,000 ล้านบาท และตั้งเป้ารายได้จากพลังงานทดแทนไม่น้อยกว่า 15% ของรายได้รวม โดยคาดว่าจะรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในฟิลิปปินส์ กำลังผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น 71.05 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังน้ำในเวียดนาม 5.5 เมกะวัตต์ ซึ่งมีกำหนดเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ภายในปี 2569

บริษัทคาดว่าผลประกอบการครึ่งหลังของปีจะดีกว่าครึ่งปีแรก จากการทยอยรับรู้รายได้ของโครงการพลังงานทดแทนดังกล่าว

 

ตั้งงบลงทุน 1 หมื่นล้าน ลุย PDP 2026

 

สำหรับแผนลงทุนปี 2569 RATCH จัดสรรงบไว้ 10,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนในโครงการเดิม 4,000 ล้านบาท โครงการใหม่ 3,000 ล้านบาท และสำรองอีก 3,000 ล้านบาท

 

บริษัทเตรียมความพร้อมเข้าร่วมประมูลโครงการโรงไฟฟ้าตาม PDP 2026 โดยให้ความสนใจโครงการพลังงานทดแทนหลายประเภท ได้แก่ โซลาร์ชุมชน โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และชีวมวล

 

ขณะเดียวกันยังสนใจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ ซึ่งบริษัทมองว่าเป็น เชื้อเพลิงเปลี่ยนผ่าน (Transition Energy) ที่มีบทบาทในการรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงของระบบไฟฟ้า โดยอยู่ระหว่างการสรรหาพื้นที่และประเมินเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อรองรับการลงทุนในอนาคต

 

RATCH ยังตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเป็นประมาณ 80% ภายในปี 2050 จากปัจจุบัน 31.43% หรือราว 2,980.72 เมกะวัตต์

 

รุกอินโดนีเซียตามแผน RUPTL

 

นอกจากประเทศไทย RATCH ยังเตรียมขยายการลงทุนในอินโดนีเซียตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า หรือ RUPTL โดยเตรียมแผนขยายโรงไฟฟ้าไพตันในชวาตะวันออก ขนาด 1,000 เมกะวัตต์ เนื่องจากมีความพร้อมด้านพื้นที่และศักยภาพในการเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าชวา-บาหลี

 

บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการขยายกำลังผลิตโรงไฟฟ้าเครื่องยนต์ก๊าซ (Gas Engine) ขนาด 200 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมพร้อมระบบทำความเย็น ขนาด 140 เมกะวัตต์ ในเมืองบาตัม

ขยายพอร์ตสู่ SAF–Biomass

 

ด้านธุรกิจพลังงานใหม่ RATCH มีความคืบหน้าในการเจรจาเข้าร่วมลงทุนโครงการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน หรือ SAF ในประเทศตุรกี กำลังการผลิต 100,000 ตันต่อปี โดยบริษัทอยู่ระหว่างเจรจาสัดส่วนการถือหุ้นและเงินลงทุน และสนใจถือหุ้นมากกว่า 25% หากไม่ได้สัดส่วนตามเป้าหมาย จะพิจารณาเงื่อนไข Minority Rights

 

นอกจากนี้ บริษัทเตรียมเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในธุรกิจชีวมวลในญี่ปุ่น โดยมองโอกาสลงทุนในห่วงโซ่อุปทานเชื้อเพลิงชีวมวลในเวียดนามหรือมาเลเซีย เพื่อป้อนโรงไฟฟ้าชีวมวลในญี่ปุ่น รวมถึงพิจารณาการลงทุนในโรงไฟฟ้าด้วย

 

สำหรับพื้นที่โรงไฟฟ้าราชบุรี บริษัทอยู่ระหว่างจัดทำโมเดลธุรกิจใหม่ โดยเบื้องต้นมุ่งเน้นบริการสาธารณูปโภคพื้นฐาน รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจหมุนเวียนและธุรกิจใหม่ในอนาคต

 

ภาพรวมการลงทุนดังกล่าวสะท้อนทิศทางของ RATCH ที่ยังรักษาธุรกิจผลิตไฟฟ้าเป็นฐานหลัก พร้อมเร่งสร้างธุรกิจใหม่จากสินทรัพย์เดิม โดยเฉพาะ Data Center พลังงานทดแทน และธุรกิจพลังงานแห่งอนาคต ควบคู่กับการขยายการลงทุนในต่างประเทศ เพื่อรองรับเป้าหมาย EBITDA ที่ 15,000 ล้านบาทในปี 2569