4 โบรกเกอร์มองบวกหุ้นไทย ต่างชาติ Net Buy 1 พันล้านดอลลาร์ ลุ้นอัพเป้าดัชนีหลัง Thailand Focus
Categories : Update News, Stock Market
Public : 26/08/2026Wealthplustoday – 4 โบรกเกอร์ชั้นนำ CLSA, DBS Vickers, UBS และ Kiatnakin Phatra สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทยในงาน Thailand Focus 2026 ชี้นักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับมาเห็นภาพ Thailand Investment Story ชัดขึ้น ทั้ง FDI, Digital Infrastructure, Data Center และ AI ขณะที่ไทยเป็นตลาดเดียวในเอเชียที่ต่างชาติเป็น Net Buyer ราว 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้าน Valuation หุ้นไทยยังถูก P/E ราว 12 เท่า ต่ำกว่าภูมิภาคที่ประมาณ 15 เท่า จับตาทบทวนเป้าหมายดัชนีหลังจบงาน
บรรยากาศการจัดงาน Thailand Focus 2026 มีความคึกคักเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยผู้บริหารโบรกเกอร์สะท้อนมุมมองที่น่าสนใจต่อทิศทางตลาดทุนไทย และพฤติกรรมของนักลงทุนต่างชาติที่เริ่มกลับมาให้น้ำหนักกับประเทศไทยมากขึ้น

Mr. Samir Kogar, Country Head บริษัทหลักทรัพย์ ซี แอล เอส เอ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บรรยากาศงานในปีนี้คึกคักมากเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และแสดงความยินดีในวาระครบรอบ 20 ปีของงาน Thailand Focus โดยมองว่าไทยกำลังอยู่ในจุดที่น่าสนใจ หรือ “Sweet Spot” จากความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้งครั้งใหม่ รวมถึงโครงการริเริ่มใหม่ๆ ของรัฐบาล
จุดที่น่าสนใจคือ ประเทศไทยเป็น ตลาดเดียวในเอเชียที่นักลงทุนต่างชาติเป็นผู้ซื้อสุทธิ (Net Buyers) มูลค่าประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ตลาดในอเมริกาเหนือมีสถานะเป็นผู้ขายสุทธิ สะท้อนความสนใจของนักลงทุนต่างชาติที่เริ่มกลับมายังตลาดไทย
ทั้งนี้ นักลงทุนยังคงมีความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยจากโอกาสการเติบโตของ GDP ซึ่งจะเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อการขับเคลื่อนตลาดหุ้นไทยในระยะต่อไป
อย่างไรก็ตามมุมต่อต่อตลาดหุ้นไทยนั้นทาง CLSA มองบวกและให้เป้าหมายดัชนีที่ 1,680-1,700 จุด
DBS ชี้ Investment Story ไทยชัดขึ้น แต่ยัง Selective

ด้าน นางนริศรา วิเศษโกสิน กรรมการบริหารอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า นักลงทุนเริ่มเห็น Thailand Investment Story ที่มีความชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะประเด็น FDI, Digital Infrastructure, Data Center และ AI
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต่างชาติยังคงมีพฤติกรรม Selective โดยไม่ได้หมายความว่าจะเข้าซื้อหุ้นไทยทั้งกระดาน แต่จะเลือกบริษัทที่มีศักยภาพและปัจจัยพื้นฐานรองรับ
กลยุทธ์ของนักลงทุนจึงเป็นลักษณะ “Constructive, Selective และ Growthable” โดยให้ความสำคัญกับบริษัทที่มีความชัดเจนของกำไร หรือ Earning Visibility รวมถึงมีความสามารถในการแข่งขัน
ทั้งนี้ ทางDBSมองหุ้นไทยปีนี้ที่ 1,720 จุดและหลังจบงานและฟังข้อมูลตรงจากรัฐบาลและถ้าทุกนโยบายเกิดขึ้นก็มีโอกาสที่จะขยับเป้าหมาย
UBS ชูไทยมีโอกาสแซงคู่แข่ง ดัน AI เป็น Growth Engine -มอง PDP ผลักสำคัญทำตลาดอับไซด์

นายพรชัย ประเสริฐสินธนา Vice Chairman - Investment Bank, Southeast Asia And Country Head Thailand บริษัทหลักทรัพย์ ยูบีเอส (ประเทศไทย) จำกัดกล่างว่า Feedback หลักจากนักลงทุนต่างชาติยังให้น้ำหนักกับ เสถียรภาพทางการเมือง เป็นปัจจัยแรกๆ ในการพิจารณาลงทุน
ขณะเดียวกัน นักลงทุนให้ความสนใจ Growth Engine โดยเฉพาะ AI ซึ่งปัจจุบันมาเลเซียเดินหน้าไปแล้ว ขณะที่สิงคโปร์เริ่มก่อนประเทศไทย แต่ไทยยังมีจุดแข็งทั้ง Power Supply, Logistics และ Geopolitics
โดยเฉพาะจุดแข็งด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ไทยมีความเป็นกลาง ซึ่งเป็นปัจจัยที่นักลงทุนให้ความสนใจ และทำให้ประเทศไทยมีโอกาสเร่งตัวขึ้นมาแข่งขันกับประเทศอื่นได้
นอกจากนี้ Energy Transition และแผน PDP (Power Development Plan) ยังถูกมองเป็น Big Driver ของประเทศไทยในช่วง 12-24 เดือนข้างหน้า
สำหรับมุมมองตลาดหุ้นไทยขณะนี้มองดัชนีที่ 1,680 จุด และจากงานครั้งนี้ ให้จับตาช่วงไตรมาส4 ที่รีเสริช ของบริษัทจะมีการรีวิว ซึ่งมีโอกาสที่จะอัพเป้าหมายดัชนีได้
KKP ชี้หุ้นไทย P/E 12 เท่า ถูกกว่าภูมิภาค

นายศุภโชค ศุภบัณฑิต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) มองว่า สัญญาณความเชื่อมั่นของนักลงทุนสามารถสะท้อนได้จาก Positive Inflow ซึ่งเป็นภาพที่เคยเกิดขึ้นล่าสุดในปี 2022 และปัจจุบันเริ่มกลับมาอีกครั้ง
สำหรับ Valuation ตลาดหุ้นไทยยังมีความน่าสนใจ โดย P/E ตลาดอยู่ที่ประมาณ 12 เท่า หากไม่รวม Delta เทียบกับตลาดภูมิภาคที่อยู่ประมาณ 15 เท่า สะท้อนว่าหุ้นไทยยังมีส่วนลดเมื่อเทียบกับภูมิภาค
ทั้งนี้ นักลงทุนยังฝากขอบคุณตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยสำหรับมาตรการสนับสนุนด้าน Liquidity ซึ่งช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับตลาดทุนไทย
ภาพรวมจากมุมมองของ 4 โบรกเกอร์จึงสะท้อนว่า Thailand Investment Story เริ่มกลับมามีน้ำหนักในสายตานักลงทุนต่างชาติ ทั้งจากเงินทุนที่ไหลกลับเข้ามา Valuation ที่ยังอยู่ในระดับน่าสนใจ ตลอดจนโอกาสจาก FDI, Data Center, AI และ Energy Transition
จากนี้จึงต้องจับตาว่า หลังจบงาน Thailand Focus 2026 มุมมองเชิงบวกดังกล่าวจะนำไปสู่การ ปรับเพิ่มประมาณการและเป้าหมายดัชนีหุ้นไทย ของโบรกเกอร์ต่างชาติหรือไม่ หลังนักลงทุนได้รับข้อมูลโดยตรงจากบริษัทจดทะเบียนและผู้เกี่ยวข้องในตลาดทุนไทย
