Siam TC–Token X ผนึก SBIDM เปิดทางลงทุน “Blu Green Token” ข้ามพรมแดน ดันบลูคาร์บอนไทยสู่ตลาด APAC

Categories : Update News, Digital Asset

Public : 29/08/2026

Siam TC–Token X จับมือ SBI Digital Markets จากสิงคโปร์ เปิดโอกาสลงทุน “Blu Green Token” สินทรัพย์ดิจิทัลที่อ้างอิงคาร์บอนเครดิตจากป่าชายเลน 17,531 ไร่ หวังเชื่อมเงินทุนไทยสู่ตลาดเอเชียแปซิฟิก

 

ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทยขยับเข้าสู่มิติการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เมื่อ บริษัท สยาม ทีซี เทคโนโลยี จำกัด (Siam TC) บริษัทย่อยของ บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DITTO ร่วมกับ บริษัท โทเคน เอกซ์ จำกัด (Token X) เปิดตัว “Blu Green Token” โทเคนดิจิทัลเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่อ้างอิงคาร์บอนเครดิตจากโครงการป่าชายเลน

 

จุดสำคัญของโครงการครั้งนี้ไม่ได้อยู่เพียงการนำสินทรัพย์ด้านสิ่งแวดล้อมมาแปลงเป็นโทเคนดิจิทัล แต่ยังมี SBI Digital Markets Pte. Ltd. (SBIDM) จากสิงคโปร์เข้ามาเป็นพันธมิตร เพื่อช่วยเชื่อมโยงโอกาสการลงทุนและเงินทุนข้ามพรมแดน สู่ผู้ลงทุนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC)

 

เปลี่ยนคาร์บอนเครดิตเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล

 

Blu Green Token พัฒนาภายใต้แนวคิด Green Tokenization ซึ่งเป็นการนำสินทรัพย์หรือโครงการด้านสิ่งแวดล้อมที่ผ่านการรับรองมาเชื่อมโยงกับเทคโนโลยีบล็อกเชน และออกแบบให้อยู่ในรูปแบบโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน ภายใต้กรอบการกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต.

 

โครงการอ้างอิงของ Blu Green Token ครอบคลุมพื้นที่ป่าชายเลน 17,531.04 ไร่ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ภายใต้มาตรฐาน Standard T-VER และ Premium T-VER ก่อนการเสนอขายโทเคน

 

สำหรับ Blu Green Token แต่ละโทเคนจะแสดงสิทธิในการได้รับผลตอบแทนที่อ้างอิงจากการจำหน่ายคาร์บอนเครดิตที่ผ่านการรับรองในปริมาณ 1 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า โดยโครงการจัดสรรคาร์บอนเครดิตรวม 400,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO₂eq) ให้แก่ผู้ถือโทเคนตลอดอายุโครงการ

 

โครงการระบุว่า ป่าชายเลนเป็นระบบนิเวศที่มีศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอนสูง และได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากตลาดคาร์บอนเครดิตทั่วโลก โดยเฉพาะองค์กรที่ต้องการลงทุนหรือชดเชยคาร์บอนผ่านโครงการที่อยู่บนพื้นฐานของธรรมชาติ (Nature-Based Solutions)

เพิ่มทางเลือกลงทุน–แก้โจทย์สภาพคล่องตลาดคาร์บอน

อีกประเด็นที่ Blu Green Token ต้องการเข้ามาแก้ คือข้อจำกัดด้าน สภาพคล่องของตลาดคาร์บอนเครดิต ซึ่งปัจจุบันการซื้อขายส่วนใหญ่ยังอยู่ในตลาด OTC ขณะที่การเข้าถึงโครงการคาร์บอนคุณภาพสูงของผู้ลงทุนรายย่อยยังมีข้อจำกัด

การนำคาร์บอนเครดิตมาอยู่ในรูปแบบโทเคนดิจิทัลจึงเป็นความพยายามในการเปิดช่องทางให้ผู้ลงทุนสามารถเข้าถึงสินทรัพย์อ้างอิงเดียวกันผ่านระบบสินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล โดยหลังการจดทะเบียนในตลาดรอง ผู้ถือโทเคนสามารถซื้อขายผ่านศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. ซึ่งเปิดให้ซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง

Blu Green Token จะเสนอขายในตลาดแรกผ่านแพลตฟอร์มของ Token X และมีแผนซื้อขายในตลาดรองผ่าน Bitkub Exchange ซึ่งเป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต.

นอกจากนี้ โครงการยังออกแบบกลไกคุ้มครองผู้ถือโทเคน โดย DITTO จะให้การสนับสนุนทางการเงินในจำนวนเทียบเท่ากับเงินลงทุนเริ่มต้น พร้อมผลตอบแทนทบต้นสะสม 3% ต่อปี ในกรณีที่รายได้จากการขายคาร์บอนเครดิตไม่เพียงพอ ทั้งนี้ กลไกดังกล่าวเป็นเงื่อนไขตามโครงสร้างของโครงการและควรพิจารณารายละเอียดความเสี่ยงและข้อกำหนดการลงทุนประกอบ

 

ดึงเงินทุนต่างประเทศเข้าสินทรัพย์สีเขียวไทย

นาย ฐกร รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Siam TC และ DITTO กล่าวว่า บริษัทใช้เวลากว่า 3 ปีในการพัฒนาและฟื้นฟูโครงการป่าชายเลนให้ผ่านมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำมาแปลงเป็นโทเคนดิจิทัลผ่าน Token X

 

การพัฒนา Blu Green Token มีเป้าหมายเพิ่มความโปร่งใสและขยายฐานผู้ลงทุน จากเดิมที่สินทรัพย์ลักษณะดังกล่าวเข้าถึงได้จำกัดในตลาดเอกชน พร้อมเพิ่มโอกาสให้คาร์บอนเครดิตประเภทบลูคาร์บอนของไทยเข้าถึงตลาดในวงกว้างขึ้น

 

ด้าน นายวันรบ บุญธรรม ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน Token X กล่าวว่า Blu Green Token เป็นโครงการ Green Tokenization ที่ดำเนินการภายใต้กรอบการกำกับดูแลของ ก.ล.ต. โดยต้องการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินรูปแบบใหม่ที่เชื่อมตลาดทุนกับโครงการด้านสิ่งแวดล้อม และเพิ่มทางเลือกให้ผู้ลงทุนเข้าถึงการลงทุนด้านความยั่งยืน

 

SBIDM ร่วมเปิดสะพาน “ไทย–เอเชียแปซิฟิก”

 

ความร่วมมือกับ SBIDM ถือเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญของโครงการ เนื่องจากบริษัทอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Monetary Authority of Singapore (MAS) และเข้ามาสนับสนุนการเชื่อมโยงโอกาสการลงทุนใน Blu Green Token ไปยังตลาดต่างประเทศ

 

CK Ong รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SBIDM กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมการลงทุนข้ามพรมแดน และเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนในต่างประเทศเข้าถึงสินทรัพย์สีเขียวจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะสินทรัพย์ที่มีคาร์บอนเป็นสินทรัพย์อ้างอิง

 

สำหรับ SBIDM การเข้ามาร่วมโครงการสะท้อนแนวโน้มการเชื่อมโยงตลาดทุนในภูมิภาค ผ่านการนำโครงสร้างพื้นฐานด้านสินทรัพย์ดิจิทัลมาเพิ่มช่องทางให้เงินทุนและโอกาสการลงทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศ

 

Blu Green Token จึงเป็นมากกว่าการนำคาร์บอนเครดิตมาอยู่ในรูปแบบดิจิทัล แต่เป็นการทดลองสร้าง “สะพานเงินทุน” จากสินทรัพย์สิ่งแวดล้อมของไทยไปสู่ผู้ลงทุนในภูมิภาค APAC ขณะที่ความสำเร็จของโมเดลจะขึ้นอยู่กับทั้งสภาพคล่องของตลาดรอง ความต้องการคาร์บอนเครดิต และความสามารถในการขยายฐานผู้ลงทุนข้ามพรมแดนในระยะต่อไป