ตลาดหลักทรัพย์ดีเดย์ใช้เกณฑ์ใหม่ 11ก.ย ดูดบริษัท New Economy และต่างประเทศ เข้าจดทะเบียน เสริมแกร่งตลาดทุนไทยสู่ศูนย์กลางการระดมทุนระดับสากล กรณีBOI เข้าSET ลดมาร์เก็ตแคปเหลือ 3,000 ล้าน เข้าmai เหลือ1,000 ล้าน ระยะดำเนินธุรกิจเหลือ1ปี

Categories : Update News, Stock Market

Public : 04/09/2026

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยปรับเกณฑ์เข้าจดทะเบียนให้สอดรับบริบทเศรษฐกิจใหม่และเป็นสากล เปิดกว้างให้บริษัท New Economy ใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ อุตสาหกรรมการต่อยอดทางการแพทย์และสุขภาพ ยานยนต์สมัยใหม่ และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ทั้งในและต่างประเทศ บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI และ EEC รวมถึงบริษัทต่างประเทศชั้นนำ เข้าระดมทุนในตลาดทุนไทยได้มากขึ้น โดยยังคงมาตรฐานด้านคุณภาพ ฐานะการเงินและการเปิดเผยข้อมูลในระดับเดิม

 

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา โครงสร้างธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนในตลาดทุนไทยแทบไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่อุตสาหกรรม New Economy   กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดและต้องการแหล่งทุนที่เข้าถึงได้จริง การปรับปรุงเกณฑ์รับหลักทรัพย์ในครั้งนี้ จึงถือเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับตลาดทุนไทยตามแผนกลยุทธ์ 3 ปี (2569-2571) ภายใต้วิสัยทัศน์ "The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities" โดยเกณฑ์ใหม่จะเปิดทางให้บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI และ EEC ตลอดจน บริษัทต่างประเทศชั้นนำ เข้าระดมทุนในตลาดทุนไทยได้สะดวกรวดเร็วขึ้น โดยยังคงยึดมาตรฐานด้านคุณภาพไว้เช่นเดิม และที่สำคัญ คือเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนไทยได้เติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตเหล่านี้ด้วย

ทั้งนี้ เกณฑ์ดังกล่าวผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. แล้ว มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2569โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

1. ปรับปรุงเกณฑ์คุณสมบัติสำหรับบริษัทใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ (New Economy) เพื่อเพิ่มความน่าสนใจในการระดมทุนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ พร้อมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์ที่มีความเหมาะสมกับลักษณะธุรกิจ (Special Track) สำหรับบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
2. ปรับเกณฑ์การเสนอขายหุ้นต่อประชาชนสำหรับบริษัทต่างประเทศที่มีการระดมทุนและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศอยู่แล้ว ให้สามารถใช้เกณฑ์ Secondary Listing ได้ สอดคล้องกับความจำเป็นในการระดมทุนของบริษัทในกลุ่มนี้ โดยยังคงสัดส่วนหุ้นของบริษัทต่างประเทศให้มีปริมาณการซื้อขายและมีสภาพคล่องที่เพียงพอในตลาดหลักทรัพย์ทั้งนี้ บริษัทต่างประเทศที่จดทะเบียนอยู่ใน Unrecognized Country ยังคงต้องมีคุณสมบัติอื่น ๆ เช่นเดียวกับบริษัทไทย ทั้งด้านคุณภาพ ฐานะการเงินผลประกอบการ รวมถึงการกระจายการถือหุ้นโดยผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) และการเปิดเผยข้อมูลตามเกณฑ์ปัจจุบัน

 

 

3. ปรับปรุงเงื่อนไขการห้ามขายหุ้นภายหลังเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (Silent Period) ทั้งด้านสัดส่วนและระยะเวลาของ Silent Period สำหรับทุกบริษัทที่เข้าจทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลยิ่งขึ้น โดยยังคงกำหนดให้ผู้ที่มีส่วนร่วมในการบริหาร (Strategic Shareholders) ต้องถือหุ้นในบริษัทต่อเนื่องในระยะเวลาที่เหมาะสม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุน
 

สรุปการปรับปรุงเกณฑ์รับหลักทรัพย์ของตลาดหลักทรัพย์ SET และ mai

1. Market Capitalization (มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด) มีการกำหนดเกณฑ์เฉพาะสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายเพิ่มเติม ดังนี้ * **SET:** * กรณี Non-BOI / Non-EEC: ต้องมีมูลค่า  5,000 ล้านบาท

* กรณี BOI / EEC: ต้องมีมูลค่า \\(\ge\\) 3,000 ล้านบาท

* **mai:**

* กรณี Non-BOI / Non-EEC: ต้องมีมูลค่า 1,500 ล้านบาท

* กรณี BOI / EEC: ต้องมีมูลค่า 1,000 ล้านบาท

### 2. Track Record (ระยะเวลาดำเนินงาน) มีการปรับเกณฑ์ระยะเวลาดำเนินงานสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย * **SET:** Non-BOI / Non-EEC  2 ปี และ BOI / EEC  1 ปี

3. รายได้จากการดำเนินงานปีล่าสุด มีการกำหนดเกณฑ์รายได้ใหม่สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ดังนี้

* **SET:** ต้องมีรายได้รวม 5,000 ล้านบาท **และ** รายได้จากอุตสาหกรรมที่กำหนดต้องเป็นไปตามเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ 50% ของรายได้รวม หรือ 1,000 ล้านบาท และมี Growth Rate  20%

* **mai:** ต้องมีรายได้รวม  2,000 ล้านบาท **และ** รายได้จากอุตสาหกรรมที่กำหนดต้องเป็นไปตามเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ 50% ของรายได้รวม หรือ  200 ล้านบาท และมี Growth Rate > 20\%

* **เงื่อนไขเพิ่มเติม:** ต้องมีรายได้จากอุตสาหกรรมที่กำหนดเป็นรายได้หลัก และมีสัดส่วนขั้นต่ำ 30% ของรายได้รวมในปีล่าสุด

4. เกณฑ์ที่ถูก "ยกเลิก" มีการยกเลิกเงื่อนไขเดิมบางประการ ดังนี้ * **เงื่อนไขเพิ่มเติมสำหรับบริษัทต่างประเทศ:** ยกเลิกข้อกำหนดเรื่องสัดส่วนการสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทย (เช่น การใช้ไทยเป็นฐานการผลิต หรือมีประชากรไทยใช้ผลิตภัณฑ์/บริการจำนวนนัยสำคัญ) * **การเปิดเผยข้อมูลภายหลังเข้าจดทะเบียน:** ยกเลิกเกณฑ์ที่บังคับให้ธุรกิจ New Economy ต้องเปิดเผยสัดส่วนรายได้และความคืบหน้าของแผนธุรกิจเปรียบเทียบกับ Filing จนกว่าธุรกิจนั้นจะกลายเป็นธุรกิจหลัก