คปภ.ถกภาคธุรกิจประกันภัยถกตั้ง “ประกันภัยภัยพิบัติสำหรับที่อยู่อาศัย” สนองนโยบายรัฐ ดูแลประชาชน และหวังเริ่มใช้ 16 ก.ย นี้เบื้องต้นกำหนดเกณฑ์จากความแข็งแรงทางการเงิน เช่นเงินกองทุน180-200% กำไรต่อเนื่อง 2ปี พบ บริษัทประกัน25 แห่งเข้าเกณฑ์

Categories : Update News, Insurance

Public : 07/09/2026

คปภ.ถกภาคธุรกิจประกันภัย ตั้ง “ประกันภัยภัยพิบัติสำหรับที่อยู่อาศัย” สนองนโยบายรัฐ ดูแลประชาชน และหวังเริ่มใช้ 16 ก.ย นี้เบื้องต้นกำหนดเกณฑ์จากความแข็งแรงทางการเงิน เช่นเงินกองทุน180-200% กำไรต่อเนื่อง 2ปี พบ บริษัทประกัน25 แห่งเข้าเกณฑ์

ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย(TGIA)  เปิดเผยว่า  คปภ ได้เรียกหารือเพื่อ  วางหลักเกณฑ์ในการจัดตั้ง  "ประกันภัยภัยพิบัติสำหรับที่อยู่อาศัย" ตามนโยบายของรัฐบาลที่มีนโยบายให้เริ่มเปิดรับประกันตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน นี้

อย่างไรก็ตาม ทางสมาคมฯ มองว่า โครงการมีความเสี่ยงสูง จึงเตรียมกำหนดเกณฑ์คัดเลือกบริษัทประกันภัยอย่างเข้มงวด โดยเบื้องต้นอาจกำหนด CAR Ratio ไม่ต่ำกว่า 180-200% และ ต้องมีกำไรต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ปี เพื่อป้องกันผลกระทบต่อฐานะการเงินของบริษัทฯ หากเกิดเหตุภัยพิบัติขนาดใหญ่

ซึ่งจากการประเมินเบื้องต้น มีบริษัทประกันวินาศภัยที่คาดว่า จะผ่านเกณฑ์ราว 25 บริษัท จากสมาชิกทั้งหมด 47 บริษัท โดยสมาคมฯ จะเร่งสรุปหลักเกณฑ์และ แนวทางทำงานร่วมกับภาครัฐ ก่อนเสนอรายละเอียดกลับไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สำหรับการบริหารความเสี่ยงของโครงการ สมาคมฯ เตรียมจัดตั้งระบบ Reinsurance Pool โดยให้ บมจ.ไทยรับประกันภัยต่อ หรือ ไทยรี ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงาน และ ผู้จัดการพูล

โดยบริษัทฯ ประกันภัยที่เข้าร่วมจะร่วมรับความเสี่ยงภายในประเทศไม่เกิน 5,000 ล้านบาท ขณะที่ความเสี่ยงส่วนที่เหลือประมาณ 70,000 ล้านบาท จะโอนไปยังผู้รับประกันภัยต่อต่างประเทศ เพื่อกระจายความเสี่ยง และ ลดภาระการตั้งสำรองของบริษัทฯในประเทศ

"โครงการนี้เป็นภารกิจสำคัญที่ภาครัฐมอบหมายให้ธุรกิจประกันวินาศภัยเข้ามามีส่วนร่วมบริหารความเสี่ยง จึงจำเป็นต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ โดยภาคธุรกิจมีความพร้อมในการบริหารความเสี่ยง และ รองรับสถานการณ์ต่างๆ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากภาครัฐ"

ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะใช้ระบบประกันภัยเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยง และ ภาครัฐสนับสนุนเบี้ยเฉลี่ยประมาณ 500 บาทต่อหลังคาเรือน ครอบคลุมผู้มีสิทธิตามทะเบียนบ้านและที่อยู่อาศัยที่มีผู้อยู่ประจำประมาณ 30 ล้านครัวเรือน รวมถึงห้องชุด ส่งผลให้เบี้ยประกันภัยทั้งระบบเพิ่มขึ้นประมาณ 15,000 ล้านบาท และ ให้ความคุ้มครองความเสียหายสะสมสูงสุด 75,000 ล้านบาทในระยะเวลา 1 ปี สำหรับภัยพิบัติที่มีการประกาศเป็นเขตภัยพิบัติสาธารณะอย่างเป็นทางการ

 

“ โครงการนี้ เริ่มต้นมาจากกองทุนภัยพิบัติแห่งชาติแต่การเป็นกองทุนจะต้องมีขั้นตอนและใช้เวลาอย่างน้อย2ปี  ซึ่งจะไม่ทันสถานการณ์  จึงเป็นที่มาของ ประกันภัย ภัยพิบัติเพื่อที่อยู่อาศัย ในระยะเริ่มต้น ส่วนในอนาคต การมีกองงทุนภัยพิบัติแห่งชาติ”